สังคม
“พินิจ จารุสมบัติ” ชื่นชมเอ๋อร์ไห่เป็นตัวอย่างพัฒนาสีเขียว จีนแบ่งปันภูมิปัญญาสร้างโลกน่าอยู่
30 พ.ค. 2569
24 views
เมื่อวันที่ 30 พ.ค.2569 การประชุมฟอรัมส่งเสริมการสร้างอารยธรรมเชิงนิเวศระดับโลก หรือ “ฟอรัมทะเลสาบเอ๋อร์ไห่” จัดขึ้นอย่างสำเร็จที่เมืองต้าหลี่ มณฑลยูนนาน ประเทศจีน ภายใต้หัวข้อ “รวมพลังสู่สิ่งใหม่ สร้างจีนที่งดงาม” โดยมีสำนักสารนิเทศต่างประเทศแห่งประเทศจีน รัฐบาลประชาชนมณฑลยูนนาน และสมาคมประชาสัมพันธ์แห่งประเทศจีน ร่วมกันเป็นเจ้าภาพ การประชุมครั้งนี้มีเป้าหมายสำคัญในการเผยแพร่แนวคิดอารยธรรมเชิงนิเวศของสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน สู่ประชาคมโลก พร้อมนำเสนอภาพจริงของความทันสมัยแบบจีน ที่ให้ความสำคัญกับการอยู่ร่วมกันอย่างกลมกลืนระหว่างมนุษย์กับธรรมชาติ รวมถึงแบ่งปันภูมิปัญญาจีนและแนวทางของจีนในการสร้างอารยธรรมเชิงนิเวศแก่ประชาคมระหว่างประเทศ
ภายในงานมีแขกผู้มีเกียรติทั้งจากจีนและต่างประเทศเข้าร่วมอย่างคับคั่ง อาทิ ฉาง ป๋อ ผู้อำนวยการสำนักสารนิเทศต่างประเทศแห่งประเทศจีน, พินิจ จารุสมบัติ อดีตรองนายกรัฐมนตรีไทย และประธานสภาวัฒนธรรมไทย-จีนและส่งเสริมความสัมพันธ์, นางณภษร ภูวบริรักษ์ ผู้อำนวยการฝ่ายข้อมูลและประชาสัมพันธ์ ศูนย์อาเซียน-จีน ณ กรุงปักกิ่ง, กัว เว่ยหมิน นายกสมาคมประชาสัมพันธ์แห่งประเทศจีน และอดีตรองผู้อำนวยการสำนักงานสารนิเทศแห่งคณะรัฐมนตรีจีน, หวัง เสี่ยนกัง รองเลขาธิการรัฐบาลมณฑลยูนนาน, คาลิล ฮาชมี เอกอัครราชทูตปากีสถานประจำประเทศจีน และฟาซิล นาจีบ เอกอัครราชทูตมัลดีฟส์ประจำประเทศจีน

นอกจากนี้ ยังมีผู้แทนจากหน่วยงานส่วนกลาง กระทรวงต่างๆ ของจีน รัฐบาลท้องถิ่น มหาวิทยาลัย คลังสมอง องค์กรภาคอุตสาหกรรม ภาคธุรกิจ และสื่อมวลชน รวมถึงคณะทูตประจำประเทศจีน เจ้าหน้าที่รัฐบาล ผู้เชี่ยวชาญ นักวิชาการ และผู้แทนองค์การระหว่างประเทศจาก 16 ประเทศและภูมิภาค เช่น เยอรมนี แคนาดา ญี่ปุ่น ไทย แอฟริกาใต้ และเคนยา เข้าร่วม รวมแล้วกว่า 200 คน
นายพินิจ จารุสมบัติ อดีตรองนายกรัฐมนตรีไทย และประธานสภาวัฒนธรรมไทย-จีนและส่งเสริมความสัมพันธ์ กล่าวในที่ประชุมว่า การเดินทางมายังเมืองต้าหลี่ครั้งนี้ ทำให้ได้เห็นเทือกเขาชางซาน ทะเลสาบเอ๋อร์ไห่ และความตั้งใจของชาวยูนนานในการดูแลธรรมชาติ พร้อมกับพัฒนาบ้านเกิดของตนเองให้ก้าวหน้าอย่างงดงาม
นายพินิจ กล่าวว่า สี จิ้นผิง ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน เคยกล่าวถึงต้าหลี่ด้วยถ้อยคำอันงดงามว่า “ชางซาน โม่เขียนชิวฮว่า เอ๋อร์ไห่อู๋เสียนว่านกู่ฉิน” หมายความว่า ชางซานเป็นภาพวาดพันปีที่ไม่ต้องใช้หมึก ส่วนเอ๋อร์ไห่เป็นพิณโบราณที่ไม่ต้องมีสาย เมื่อได้มายืนอยู่ที่ต้าหลี่ด้วยตนเอง จึงเข้าใจความหมายของถ้อยคำนี้อย่างลึกซึ้ง ชางซานและเอ๋อร์ไห่งดงามสมคำกล่าว เป็นสมบัติล้ำค่าของประชาชนจีน และเป็นทรัพย์สินร่วมของมวลมนุษยชาติ
เขายังระบุว่า ทรัพยากรธรรมชาติที่งดงามต้องได้รับการดูแลจากคนรุ่นสู่รุ่น และการพัฒนาที่ดีต้องทำให้ประชาชนได้รับประโยชน์อย่างแท้จริง แนวคิดที่ว่า “ภูเขาเขียวและสายน้ำใส คือภูเขาทองและภูเขาเงิน” สะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจนที่ต้าหลี่ โดยบริเวณทะเลสาบเอ๋อร์ไห่มีทั้งนักท่องเที่ยว ร้านกาแฟ บ้านพักแบบท้องถิ่น เมืองโบราณ และคนรุ่นใหม่ที่เข้ามาสร้างชีวิต ทำให้เห็นว่าต้าหลี่สามารถรักษาภูเขาและทะเลสาบไว้ได้อย่างดี พร้อมเปลี่ยนทรัพยากรธรรมชาติให้กลายเป็นโอกาสของประชาชน
นายพินิจกล่าวว่า ประสบการณ์ของต้าหลี่เป็นตัวอย่างของการพัฒนาสีเขียวที่มีชีวิตจริง และมีคุณค่าสำหรับประเทศต่างๆ รวมถึงประเทศไทย โดยเฉพาะในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เพื่อนชาวไทยจำนวนมากรู้จักต้าหลี่ผ่านเพจ Facebook “This is Dali” ซึ่งนำเสนอทั้งภูมิทัศน์ที่สวยงาม วิถีชีวิตท้องถิ่น วัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ อาหาร การท่องเที่ยว และเรื่องราวของผู้คนในด้าห อย่างต่อเนื่อง ทำให้ต้าหลี่เป็นที่รู้จักในประเทศไทยมากขึ้นเรื่อยๆ และกลายเป็นหน้าต่างสำคัญที่ช่วยให้คนไทยได้มองเห็นประเทศจีนในมิติที่อบอุ่น มีชีวิตชีวา และเต็มไปด้วยพลังของการพัฒนาแบบทันสมัย
เขาระบุว่า ความสำเร็จของเพจ “This is Dali” แสดงให้เห็นว่า การสื่อสารระหว่างประเทศในยุคปัจจุบันสามารถเริ่มต้นจากเรื่องราวที่ใกล้ตัวและจับต้องได้ ภาพของทะเลสาบเอ๋อร์ไห่ เมืองโบราณ บ้านพักท้องถิ่น ร้านกาแฟ วิถีชีวิตของคนรุ่นใหม่ และธรรมชาติที่ได้รับการดูแลอย่างดี ได้ช่วยให้เพื่อนชาวไทยจำนวนมากรู้จักต้าหลี่ เข้าใจยูนนาน และสัมผัสเสน่ห์ของจีนผ่านสายตาที่เป็นมิตรและเป็นธรรมชาติ
นายพินิจกล่าวอีกว่า การเดินทางครั้งนี้มีคณะกรรมการสภาวัฒนธรรมไทย-จีนและส่งเสริมความสัมพันธ์ และคลังสมองเอเชียแปซิฟิกร่วมเดินทางมาด้วย โดยหวังให้เพื่อนชาวไทยได้มาสัมผัสต้าหลี่ เห็นธรรมชาติของต้าหลี่ เข้าใจประสบการณ์การพัฒนาของต้าหลี่ และนำแรงบันดาลใจจากที่นี่กลับไปสู่ประเทศไทย
“ประเทศไทยและยูนนานอยู่ใกล้กัน ประชาชนของเรามีการติดต่อกันมายาวนาน เรามักพูดกันว่า ไทยจีนใช่อื่นไกล พี่น้องกัน คำพูดนี้สะท้อนความผูกพันของประชาชนทั้งสองประเทศที่สั่งสมมาอย่างยาวนาน คนในครอบครัวย่อมมีความจริงใจต่อกัน เรียนรู้จากกัน และเดินหน้าไปด้วยกัน” นายพินิจกล่าว
เขาย้ำว่า จีนมีประสบการณ์ที่น่าสนใจมากมาย ทั้งด้านการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม การลดความยากจน การฟื้นฟูชนบท และการพัฒนาอุตสาหกรรมพลังงานใหม่ ขณะที่ประเทศไทยก็มีศักยภาพและทรัพยากรของตนเอง ยิ่งทั้งสองฝ่ายมีการแลกเปลี่ยน การเดินทางไปมาหาสู่ และความร่วมมือมากขึ้น รากฐานของประชาคมที่มีอนาคตร่วมกันระหว่างไทยและจีนก็จะยิ่งมั่นคงมากขึ้น
นายพินิจกล่าวทิ้งท้ายว่า สภาวัฒนธรรมไทย-จีนและส่งเสริมความสัมพันธ์พร้อมทำหน้าที่เป็นสะพานแห่งมิตรภาพต่อไป เพื่อนำเพื่อนชาวไทยมารู้จักจีนมากขึ้น และนำประสบการณ์การพัฒนาของจีนไปสู่ประเทศไทยมากขึ้น พร้อมอวยพรให้ฟอรัมทะเลสาบเอ๋อร์ไห่ประสบความสำเร็จอย่างสมบูรณ์ ขอให้ชางซานคงความเขียวชอุ่มตลอดไป ขอให้ทะเลสาบเอ๋อร์ไห่คงความใสสะอาดตลอดไป และขอให้มิตรภาพไทย-จีนยืนยาวดั่งทะเลสาบเอ๋อร์ไห่ มั่นคงดั่งเทือกเขาชางซาน
ฟอรัมดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงบทบาทของจีนในการผลักดันการพัฒนาสีเขียวและการสร้างอารยธรรมเชิงนิเวศในระดับโลก โดยเฉพาะเมืองต้าหลี่ ซึ่งมีทะเลสาบเอ๋อร์ไห่เป็นสัญลักษณ์สำคัญของการฟื้นฟูระบบนิเวศ และกลายเป็นหนึ่งในตัวอย่างที่แสดงให้เห็นว่า การพัฒนาเศรษฐกิจ การยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน และการอนุรักษ์ธรรมชาติ สามารถเดินหน้าไปพร้อมกันได้อย่างเป็นรูปธรรม
แท็กที่เกี่ยวข้อง พินิจจารุสมบัติ