สังคม

ชาวบ้านโวย ท่อประปาแตกรายวัน ผจก.สาขาแจง ทำได้แค่ซ่อมได้เล็กน้อยเท่านั้น

20 เม.ย. 2566

592 views

ชาวบ้านร้องประปาท่อแตกรายวัน กระทบชาวบ้านและการท่องเที่ยว ขณะที่ ผจก.การประปาส่วนภูมิภาคสาขายอมรับ ท่อน้ำดิบ HDPE สายหลัก ที่สร้างเสร็จเมื่อปี 2557 ไม่ได้คุณภาพ วอนผู้บริหารระดับสูง จัดสรรงบประมาณซ่อมแซมแก้ไขปัญหาให้ประชาชนโดยด่วน


วันที่ 20 เมษายน 2566 ผู้สื่อข่าวได้รับเรื่องร้องเรียนจากชาวบ้านใน อ.ปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ กรณีน้ำประปาไม่ไหลบ่อยครั้งๆ ละ 5-10 ชม.หรือบางครั้งน้ำไม่ไหลแบบข้ามวันข้ามคืน ส่งผลกระทบต่อการดำรงชีวิตของพี่น้องประชาชนในพื้นที่กว่า 3 หมื่นครัวเรือน รวมทั้งกระทบกับนักท่องเที่ยว รวมทั้งภาคธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวทั้งโรงแรมรีสอร์ตต่างๆ ใน ต.ปากน้ำปราณ อ.ปราณบุรี ที่กำลังได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวรองจาก อ.หัวหิน


ทั้งนี้ได้ลงพื้นที่ไปตรวจสอบข้อเท็จจริงร่วมกับ นายไอยเรศ ชัยกุล ผู้จัดการการประปาส่วนภูมิภาคสาขาปราณบุรี และเจ้าหน้าที่ทีมช่างสำนักงานการประปาส่วนภูมิภาคสาขาปราณบุรี โดยได้ลงพื้นที่บริเวณริมถนนบายพาสหมายเลข 37 (ปราณบุรี-ชะอำ) ใกล้กับสี่แยกหนองไผ่ ต.ทับใต้ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งพบปัญหาท่อน้ำดิบ HDPE สำหรับส่งน้ำดิบ ขนาด 500 มม.แตกร้าวเป็นทางยาวประมาณ 6 เมตร ต้องตัดต่อท่อเส้นใหม่เพื่อแก้ไขปัญหา ทำให้ต้องปิดระบบส่งน้ำประปาเป็นการชั่วคราว



ผู้จัดการการประปาส่วนภูมิภาคสาขาปราณบุรี เปิดเผยว่า ตั้งแต่ตนมารับตำแหน่งในพื้นที่ อ.ปราณบุรี ประมาณ 3 ปี พบปัญหาท่อน้ำดิบ HDPE แตกเสียหายนับครั้งไม่ถ้วน หากเป็นแผลขนาดเล็กตนจะไม่ปิดระบบส่งน้ำ แต่จะใช้วิธีการปิดแผลด้วยรีแพร์แคล้มป์เพื่อซ่อมท่อรั่ว แต่หากเป็นแผลขนาดใหญ่จะไม่สามารถทำได้ต้องตัดต่อและเปลี่ยนท่อเส้นใหม่เท่านั้น โดยพบว่าตั้งแต่ต้นปี 2566 ที่ผ่านมา รวมทั้งตลอดเดือนเมษายนนี้ เกิดปัญหาท่อน้ำดิบ HDPE แตกบ่อยครั้ง จนแทบจะเรียกว่าแตกรายวัน ซึ่งอำนาจหน้าที่ที่ตนมีทำได้เพียงเร่งซ่อมแซมให้กลับมาใช้งานให้ได้โดยเร็วที่สุดเท่านั้น โดยแต่ละครั้งที่ท่อแตกเสียหาย ไม่สามารถแจ้งให้พี่น้องประชาชนทราบล่วงหน้าได้ แต่เมื่อตรวจพบท่อแตกจะเร่งแก้ไขให้กลับมาใช้งานได้โดยเร็วที่สุด หากเป็นแผลขนาดเล็กจะใช้เวลาในการซ้อมท่อรวมการระบายอากาศ ราว 5-10 ชม. แต่หากต้องตัดต่อท่อขนาดใหญ่จะใช้เวลานานมากขึ้นไปอีกหลายชั่วโมงหรืออาจใช้เวลาเป็นวันกว่าน้ำจะเต็มระบบ เพราะเมื่อซ่อมท่อเสร็จแล้วจะไม่สามารถเปิดน้ำให้ไหลเต็มระบบได้ในทันที แต่จะต้องทยอยระบายอากาศในท่อออกเป็นจุดๆ และทยอยเพิ่มแรงดันน้ำ เพื่อป้องกันท่อแตกเสียหาย


ผู้จัดการการประปาส่วนภูมิภาคสาขาปราณบุรี กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับเคสล่าสุด เป็นกรณีปัญหาท่อน้ำดิบ HDPE ขนาด 500 มม.ที่รับน้ำจากสถานีผลิตน้ำเขาเสวยราช ต.ทับใต้ อ.หัวหิน ไปยัง ต.ปากน้ำปราณ และสี่แยก อ.ปราณบุรี ซึ่งเป็นย่านชุมชนขนาดใหญ่ เกิดแตกเสียหายเป็นรอยร้าวยาวประมาณ 6 เมตร ทำให้ต้องปิดระบบส่งน้ำต่อเนื่อง กระทบกับพี่น้องประชาชนราว 20,000 ครัวเรือน ไม่มีน้ำประปาใช้ โดยในช่วง 3 วันที่ผ่านมา ท่อน้ำดิบแตกเสียหาย 3 วันติดแต่คนละจุดกัน ทั้งนี้ทางการประปาส่วนภูมิภาคสาขาปราณบุรี ไม่ได้นิ่งนอนใจ ได้เร่งประสานผู้รับเหมามาซ่อมแซมให้เสร็จโดยเร็วที่สุด เพื่อให้กระทบกับประชาชนให้น้อยที่สุด สำหรับลูกค้าทั้งหมดของการประปาส่วนภูมิภาคสาขาปราณบุรี มี 34,026 ราย โดยท่อน้ำดิบจากบ้านเขาเสวยราช ต.ทับใต้ อ.หัวหิน ไปยัง อ.ปราณบุรี เส้นนี้เป็นเส้นท่อหลักและเป็นหัวใจของการส่งน้ำไปยัง อ.ปราณบุรี ซึ่งมีลูกค้าที่ใช้น้ำจากเส้นท่อนี้กว่า 2 หมื่นราย


สำหรับสาเหตุที่ท่อน้ำดิบแตกบ่อยครั้ง ยอมรับว่า เกิดจากท่อน้ำดิบ HDPE ของเดิมที่สร้างเสร็จเมื่อปี 2557 เป็นวัสดุที่ไม่มีคุณภาพ ตั้งแต่สร้างเสร็จพบปัญหาท่อแตกร้าวเรื่อยมา และเริ่มแตกบ่อยครั้งในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา โดยที่ไม่สามารถเพิ่มแรงดันน้ำได้มากนัก เพราะเมื่อเพิ่มแรงดันท่อจะยิ่งแตก ทั้งที่ท่อน้ำดิบเส้นดังกล่าวมีอายุการใช้งานยังไม่ถึง 10 ปี จากที่ควรจะมีอายุใช้งานราว 30 ปี ปัญหาคือคุณภาพท่อน้ำดิบไม่ได้มาตรฐานรับแรงดันไม่ไหวทำให้ท่อแตก ทั้งนี้ตนได้หารือกับผู้บังคับบัญชา และแจ้งข้อมูลให้ผู้บริหารทราบ เพื่อจัดหางบประมาณหรือแนวทางการแก้ไขปัญหามาช่วยเหลือประชาชน ซึ่งท่อน้ำดิบเส้นที่ประสบปัญหาเริ่มต้นจากสถานีผลิตน้ำเขาเสวยราช ใกล้กับที่ว่าการอำเภอหัวหิน ไปยัง อ.ปราณบุรี ระยะทางราว 20 กิโลเมตร งบประมาณการสร้างใหม่ มากกว่า 100 ล้านบาท แต่จุดที่เป็นปัญหาเร่งด่วนตั้งแต่บริเวณด้านหน้าแม็คโครปราณบุรี มายังสี่แยกหนองไผ่ระยะทางราว 6-7 กิโลเมตร ที่พบว่าเป็นจุดที่ท่อแตกบ่อยครั้ง ใช้งบราว 50 ล้านบาท แต่หากไม่มีงบประมาณเพียงพอที่จะเปลี่ยนทั้งเส้น จะตัดแบ่งมาให้ซ่อมครั้งละ 500 เมตร หรือ 1 กิโลเมตร ในจุดที่แตกเสียหายบ่อยครั้งก่อนเพื่อเร่งแก้ไขปัญหาเบื้องต้นก่อนก็ได้ เพราะหากบ่อยทิ้งไว้ปัญหาจะยิ่งทวีความรุนแรงมากขึ้นไปอีกแน่นอน



โดยขั้นตอนขณะนี้ทางการประปาส่วนภูมิภาคสาขาปราณบุรี ได้ส่งเรื่องปัญหาความเดือดร้อนดังกล่าวไปยัง การประปาส่วนภูมิภาคเขต 3 อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี แล้ว ซึ่งอยู่ในขั้นตอนการพิจารณาเพื่อออกแบบสำรวจ จากนั้นจะส่งเรื่องต่อไปยัง คณธผู้บริหารฯการประปาส่วนภูมิภาค (สำนักงานใหญ่) หลักสี่ กรุงเทพฯ พิจารณาจัดสรรงบประมาณเพื่อแก้ไขปัญหาตามขั้นตอนต่อไป

คุณอาจสนใจ

Related News