สังคม

กระบะย้อนศร พุ่งชน จยย.เจ็บหนัก 3 โยนความผิดอีกฝ่ายขับไว ปัดรับผิดชอบ

19 ก.พ. 2565

632 views

นนทบุรี - วงจรปิดนาทีรถกระบะพุ่งย้อนศรชน จยย.เจ็บ 3 ราย เด็ก 9 ขวบแขนหัก

จากกรณีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งโพสต์ภาพพร้อมระบุข้อความไว้ว่า "คลิปวิดีโอมาแล้ว หลักฐานกล้องวงจรผิดดูคลิปดีๆ จะเห็นเด็กใส่ชุดนักเรียนลูกผม เเขนห้อยเลยทำใจลำบากมาก  ตอนเเรกทางคู่กรณีได้รับสารภาพว่าตนผิดทั้งหมด และต่อมาคู่กรณีได้จะโยนความผิดมาให้คนขับบอกว่ามาไวเกินทำให้ชน ในชั้นเจรจากับคู่กรณีที่โรงพักคู่กรณีได้จะให้เงินจำนวน 8,000 บาท เป็นค่าสินไหมทดแทน และบอกว่า 8,000 บาทพอไหม แต่เดี๋ยวหรือว่าลูกผมแขนหัก และเจ็บตามร่างกายแฟนผมช้ำในแน่นหน้าอกและเจ็บตามร่างกาย คนขับหมดสติสมองเบลอไปชั่วขณะจำเหตุการณ์ไม่ได้เลย ให้มา 8,000 บาทพอไหม่นี้โคตรเห้**ยเลย

ถ้าการเจรจาไม่เป็นผลก็ต้องคุยกันที่ชั้นศาลกันอีกทีแต่เรามีหลักฐานทั้งหมด และทางประกันของคู่กรณีมันต้องมาเจรจากันที่โรงพักที่มีตำรวจเป็นคนกลาง ไม่ใช่ให้เราขับรถไปหาที่บริษัทประกันเอง เดี๋ยวนัดเจรจากันกันอีกทีนึง พรุ่งนี้วันที่ 19 จะเป็นผลมั้ยถ้าเจรจาไม่เป็นผลก็ต้องแจ้งความดำเนินคดีแต่ถ้ายังไม่คืบหน้าก็ต้องร้องขอสื่อโซเชียลช่วยกันอีกทีนึง ขอให้ใครมาเห็นโพสต์นี้ช่วยแชร์กันออกไปให้เป็นข่าวทีนะครับ"



ภาพจากกล้องวงจรปิดสามารถบันทึกภาพวันที่ 15 ก.พ.65 เวลาประมาณ 05.15 น. ผู้เสียหายขี่รถ จยย.ซ้อนสามอยู่เลนขวาหน้าห้างสรรพสินค้าโลตัสปากเกร็ด จากนั้นมีรถกระบะสีขาวขับย้อนศรด้วยความเร็วพุ่งชนรถ จยย.ผู้เสียหายอย่างแรงจึงทำให้ผู้ขับขี่รถ จยย.และคนซ้อน 2 รายกระเด็นลงไปนอนชักกองกับพื้นและหมดสติในเวลาต่อมา



ส่วนผู้บาดเจ็บอีกรายเป็นเด็กชายวัย 9 ปี นอนกองกับพื้นได้รับบาดเจ็บที่แขนนอนกลิ้งไปกลิ้งมาร้องขอความช่วยเหลือหลังจากนั้นคนขับกระบะลงมาดูและวิ่งเข้าไปอุ้มเด็กแต่กลับปล่อยเด็กจนล้มไปอีกรอบ ก่อนที่จะไปอุ้มคนขับขึ้นมา และเดินคุยโทรศัพท์ หลังจากนั้นก็มีพลเมืองดีและเจ้าหน้าที่กู้ภัยเข้ามาช่วยผู้บาดเจ็บทั้ง 3 คน ส่งตัวไปรักษาที่ รพ.ชลประทานในเวลาต่อมา

เมื่อเวลา 16.30 น. วันที่ 18 ก.พ. 65 ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ไปยังที่เกิดเหตุบริเวณจุดกลับรถหน้าห้างโลตัสปากเกร็ด อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี พบ น.ส.นิลลัดดา บุญประคบ อายุ 26 ปี ผู้บาดเจ็บ นายวรากรณ์ บุญประคบ อายุ 15 ปี น้องชายของ น.ส.นิลลัดดา ผู้ขับขี่รถ จยย. และ ด.ช.สุรนาท บุญประคบ อายุ 9 ปี ผู้บาดเจ็บเป็นลูกชายของ น.ส.นิลลัดดา ได้นำหลักฐานกล้องวงจรปิดมาร้องเรียนกับผู้สื่อข่าว เนื่องจากทางด้านคู่กรณีทราบชื่อคือ นายเลอสรร  เทพมงคล อายุ 59 ปี ผู้ขับขี่รถกระบะสีขาว ยี่ห้อซูซูกิ หมายเลขทะเบียน บพ 386 นนทบุรี  ไม่แสดงความรับผิดชอบและกับคำพูด



เนื่องจากหลังเกิดเหตุทั้ง 2 ฝ่ายได้มีการลงบันทึกประจำวันไว้ที่ สภ.ปากเกร็ด โดยนายเลอสรรยอมรับว่าอุบัติเหตุดังกล่าวเกิดจากความประมาทของนายเลอสรรเพียงฝ่ายเดียว ขณะที่ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่เกิดเหตุภายในซอยแจ้งวัฒนะปากเกร็ด 4 มีรถยนต์และรถ จยย.จำนวนหลายคันพยายามลักไก่ขี่ย้อนศรทั้งที่มีป้ายห้ามเลี้ยวติดอยู่บริเวณ 2 ข้างทาง ซึ่งก่อให้เกิดอุบัติเหตุในลักษณะนี้ได้ตลอดเวลา



จากการสอบถาม น.ส.นิลลัดดา กล่าวว่า ตอนเกิดเหตุตนกับน้องชายและลูกชายกำลังขี่จยย.ไปซื้อของที่ตลาดเพื่อที่จะไปขายของในตลาดอีกที่หนึ่ง โดยมีน้องชายเป็นคนขับตนกับลูกชายนั่งซ้อนท้ายโดยลูกชายนั่งอยู่ตรงกลาง ขณะที่ขับไปถึงหน้าห้างโลตัสซึ่งน้องชายขับมาทางตรงไม่ได้มองฝั่งซ้ายเลย เพราะว่าฝั่งซ้ายมันห้ามตรงออกมา ถ้าออกจากซอยนี้จะต้องไปกลับรถที่หัวถนนปากเกร็ด หลังจากนั้นมีรถกระบะพุ่งมาชน รู้ตัวอีกทีคือนอนอยู่โรงพยาบาลแล้ว

ซึ่งได้คุยกับคู่กรณีเขาบอกว่ามองไม่เห็นและอ้างว่ามีรถกระบะขับรถตนอยู่ และก็มีรถเก๋งเปิดไฟใส่เขาทำให้เขาพุ่งชนตน ซึ่งตนก็ไม่ทราบเพราะตอนนั้นเบลอมาก ตอนเกิดเหตุมากับน้องชายและลูกชาย น้องชายเป็นคนขับ ลูกชายนั่งกลาง และตนนั่งท้าย ซึ่งน้องชายสลบ นิ้ว 5 นิ้วฉีก ลูกชายตนได้สติแต่แขนซ้ายหัก แล้วก็มีพี่กู้ภัยมาช่วย ส่วนตัวตนได้รับบาดเจ็บที่หน้าอก ต้นคอ และที่เท้า และมีรอยช้ำเต็มตัว

ซึ่งทางคู่กรณีไปเบิกจ่ายแทน พรบ.เรื่องค่ารักษาพยาบาล แต่หลังจากนั้นก็ไม่มี ซึ่งมีการไกล่เกลี่ยแล้วแต่เขาไม่โอเคและอ้างว่าน้องชายขับรถไว และบอกว่าถ้าเขาออกซ้ายไปน้องชายก็ชนเขาอยู่ดี แต่ตนยืนยันว่าถ้าเขาเลี้ยวซ้ายจะไม่มีการชนแน่นอน เพราะอยู่กันคนละเลน ซึ่งทางคู่กรณียังไม่ได้เห็นกล้องวงจรปิด

จากที่ตนดูกล้องไม่มีรถกระบะที่เข้ามาบังและไม่มีรถเก๋งที่เขาบอกว่าไปสาดไฟใส่ ซึ่งถนนตอนนั้นโล่งมาก ซึ่งทางนี้เป็นทางห้ามตรงไปอยู่แล้ว ตอนนี้อยากให้ทางคู่กรณีออกมารับผิดชอบค่ารักษาทุกอาทิตย์ ตอนนี้ต้องจ่ายค่ารักษาเองทุกบาทและของทุกคน ตอนนี้ยังติดต่อเขาได้แต่เขาไม่ยอมรับผิดชอบเพราะเขาคิดว่าตัวเองถูกอยู่



นายวรากรณ์ เล่าว่า ตนขับมาทางตรงและขับไม่เร็วมากเนื่องจากอากาศหนาวจึงขับไม่เร็ว ตอนชนตนไม่รู้สึกตัวรู้แต่ว่าถูกชนบริเวณด้านซ้ายของรถ  หลังจากถูกชนไปแล้วรู้สึกมึนหัวและหมดสติในที่เกิดเหตุ จากนั้นมารู้สึกตัวอีกทีก็อยู่ที่โรงพยาบาลแล้ว  ซึ่งตนก็ขับผ่านตรงนี้เป็นประจำ ไม่เคยเจอรถพุ่งสวนเลนมาขนาดนี้ ตอนนี้ตนได้รับบาดเจ็บที่แขนซ้ายและนิ้ว

ด.ช.สุรนาท เล่าว่า เห็นตอนที่รถมาชน แล้วก็ล้มลง พอล้มก็มีคนขับรถมาแล้วอุ้นตนขึ้น ตนรู้วึกปวดแขนมาก คนขับรถกระบะลงมาดูแล้วก็เดินคุยโทรศัพท์ต่อทั้งที่แม่ตนและน้านอนชักอยู่ สักพักแม่ก็ลุกขึ้นมาแล้วก็ล้มนอนลงต่อ ตอนนั้นตนตกใจมากก็มีคนเข้ามาช่วยให้ตนนอนต่อไม่ให้ลุกไปไห

คุณอาจสนใจ