สังคม
ศาลมีนบุรี ยกคำร้อง ไม่ให้ 'เสก โลโซ' ยื่นฎีกาสู้คดีอาวุธปืน-ต่อสู้ขัดขวางการจับกุม
25 มี.ค. 2564
96 views
จากกรณีศาลฎีกาพิภากษา จำคุก เสก โลโซ 2 ปี 18 เดือน คดี เสพยาไอซ์ และต่อสู้ขัดขวางเจ้าหน้าที่ตำรวจเมื่อปี 2560
วันนี้ (25 มี.ค. 64) ศาลอาญามีนบุรี นัดฟังคำสั่งศาลฎีกาในคดีที่พนักงานอัยการยื่นฟ้อง นายเสกสรรค์ ศุขพิมาย หรือ เสก โลโซ นายเสกสรรค์ หรือ เสกโลโซ โดยโจทก์ฟ้องว่า เสกโลโซ มีอาวุธปืนพกออโตเมติก ซึ่งมีทะเบียนพร้อมกระสุนปืนและต่อสู้ หรือขัดขวางเจ้าพนักงานในการปฏิบัติการตามหน้าที่ โดยมีหรือใช้อาวุธปืนและเสพยาเสพติดให้โทษในประเภท 1
ก่อนคดีนี้ เสกโลโซ เคยต้องคำพิพากษาถึงที่สุดของศาลอาญาให้ลงโทษ แต่โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 2 ปี แต่จำเลยกลับมากระทำความผิดในคดีนี้อีก และจำเลยเป็นบุคคลเดียวกันกับจำเลยในคดีอาญาของศาลจังหวัดนครศรีธรรมราช ขอให้ลงโทษบวกโทษและนับโทษต่อจำเลย ให้การรับสารภาพฐานมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้ใบอนุญาต ส่วนความผิดอื่นในการปฏิเสธ แต่รับว่าเป็นบุคคลเดียวกันกับจำเลยที่โจทก์ขอให้บวกโทษและนับโทษต่อ
ซึ่งศาลอาญามีนบุรี พิพากษาลงโทษ โดย เสก รับสารภาพ ฐานมีอาวุธปืน ซึ่งเป็นของผู้อื่นที่ได้รับใบอนุญาตและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครอง โดยไม่ได้รับใบอนุญาตลดโทษให้กึ่งหนึ่งจำคุก 5 เดือนฐานเสพยาเสพติดให้โทษในประเภท 1 จำคุก 5 เดือนฐานต่อสู้ขัดขว้างเจ้าพนักงานในการปฏิบัติการตามหน้าที่โดยมีและใช้อาวุธปืนจำคุก 1 ปี 5 เดือนรวมจำคุก 1 ปี 18 เดือน บวกโทษจำคุกที่รอการไว้ในคดีของศาลอาญาเข้ากับโทษในคดีนี้เป็นจำคุก 2 ปี 21 เดือนและนับโทษจำคุกของจำเลยต่อจากโทษจำคุกในคดีอาญาของศาลจังหวัดนครศรีธรรมราช
ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ฐานมีอาวุธปืนซึ่งเป็นของผู้อื่น ที่ได้รับใบอนุญาตให้มีและใช้และเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับใบอนุญาต จำคุก 5 เดือน ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 3 เดือน เมื่อรวมกับโทษฐานอื่นตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นเป็นจำคุก 1 ปี 15 เดือน บวกโทษจำคุก 1 ปี 3 เดือน ที่รอการลงโทษไว้ในคดีอาญาของศาลอาญาเป็นจำคุก 2 ปี 18 เดือน ยกคำขอให้นับโทษต่อนอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น เป็นกรณีที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ไขเล็กน้อยและให้ลงโทษจำคุกจำเลยไม่เกิน 5 ปี ต้องห้ามมิให้คู่ความฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 218 วรรคหนึ่ง แต่คู่ความสามารถฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงได้หากผู้พิพากษาคนใดซึ่งพิจารณาหรือลงชื่อในคำพิพากษาในศาลชั้นต้นหรือศาลอุทธรณ์
เห็นว่าข้อความที่ตัดสินนั้นเป็นปัญหาสำคัญอันควรสู่ศาลสูงสุดและอนุญาตให้ฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 221 เมื่อจำเลยฎีกาพร้อมกับยื่นคำร้องขอให้ผู้พิพากษา ซึ่งพิจารณาหรือลงชื่อในคำพิพากษาอนุญาตให้ฎีกาศาลอาญามีนบุรีดำเนินการส่งสำนวนให้ผู้พิพากษา ซึ่งพิจารณาหรือลงชื่อในคำพิพากษา เพื่อพิจารณาอนุญาตให้จำเลยฎีกาแล้วปรากฏว่า ผู้พิพากษาทั้งหมดพิเคราะห์แล้วเห็นว่าข้อความที่ตัดสินไม่เป็นปัญหาสำคัญอันควรสู่ศาลสูงสุด จึงไม่อนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงศาลอาญามีนบุรี จึงอ่านคำสั่งไม่อนุญาตให้ฎีกาให้จำเลยฟังและมีคำสั่งไม่รับฎีกาของจำเลยสำหรับคดีนี้ข้อหามีอาวุธปืนซึ่งเป็นของผู้อื่นที่ได้รับใบอนุญาตให้มีและใช้และมีเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับใบอนุญาตและข้อต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงานในการปฏิบัติการตามหน้าที่โดยมีและใช้อาวุธปืนจึงถึงที่สุดตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์
ส่วนข้อหายาเสพติดให้โทษในประเภท 1 พระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดียาเสพติด พ.ศ. 2550 มาตรา 18 วรรคหนึ่งบัญญัติให้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์เฉพาะการกระทำซึ่งเป็นความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดให้เป็นที่สุด แต่คู่ความอาจยื่นคำขอโดยทำเป็นคำร้องไปพร้อมกับฎีกาต่อศาลฎีกาเพื่อพิจารณาและมีคำสั่งอนุญาตหรือไม่อนุญาตให้ฎีกาต่อไปตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดียาเสพติด พ.ศ.2550 มาตรา 19 ได้ซึ่งศาลอาญามีนบุรีได้ดำเนินการส่งคำร้องพร้อมฎีกาให้ศาลฎีกาพิจารณาต่อไปสำหรับจำเลยศาลอาญามีนบุรีอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราวในระหว่างพิจารณา
แท็กที่เกี่ยวข้อง เสกโลโซ ,ยิงปืนขึ้นฟ้า ,ศาลมีนบุรี ,ขัดขวางการจับกุม ,อาวุธปืน