สังคม
กมธ.ตำรวจ เรียก 'ราชทัณฑ์-รพ.ตำรวจ' แจงปม 'ทักษิณ' รักษาตัวนอกคุก
13 ธ.ค. 2566
63 views
ประธานคณะกรรมาธิการตำรวจ สภาผู้แทนราษฎร เปิดเผยถึงการนัดพิจารณาเรื่องร้องเรียนตรวจสอบการควบคุมนักโทษที่เข้ารับการรักษาพยาบาล และพักรักษาตัวที่โรงพยาบาลตำรวจ กรณีนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โดยได้เชิญผู้แทนจากกรมราชทัณฑ์ โรงพยาบาล และผู้ร้อง คือ นายวัชระ เพชรทอง อดีต สส.พรรคประชาธิปัตย์ มาชี้แจงวันพรุ่งนี้
ทั้งนี้ในรายละเอียด นายชัยชนะ เดชเดโช สส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการตำรวจ สภาผู้แทนราษฎร บอกว่า กรรมาธิการ ได้วางประเด็น จะสอบถามระเบียบปฏิบัติต่อนักโทษว่ากรมราชทัณฑ์และโรงพยาบาลตำรวจ มีระเบียบอย่างไร รักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลจริงหรือไม่ และนักโทษได้รับการปฏิบัติจากโรงพยาบาลอย่างไร เหนือจากนักโทษคนอื่นหรือไม่ หรือมีความเสมอภาคกับนักโทษคนอื่นหรือไม่ รวมทั้งนักโทษจะอยู่รักษาตัวที่โรงพยาบาลอีกนานเท่าใด เพราะระเบียบกรมราชทัณฑ์ เดิมให้ 90 วัน และเมื่อครบ 120 วันแล้ว การปฏิบัติกับนายทักษิณเป็นอย่างไรต่อไป
นายชัยชนะ กล่าวว่า วันนี้ต้องยอมรับภาคประชาชนเคลื่อนไหวอยู่ทุกสัปดาห์ แต่ในฐานะประธานกรรมาธิการตำรวจ ก็ต้องสอบถามเรื่องนี้ว่าข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร เนื่องจากมีผู้ร้อง โดยไม่มีธงว่าจะเอาผิดผู้ใด
เมื่อถามถึงระเบียบของกรมราชทัณฑ์ ที่ออกมาล่าสุด เป็นการเอื้อประโยชน์ให้กับนายทักษิณหรือไม่ นายชัยชนะ กล่าวว่า ต้องมองเป็นกลางว่าเรื่องนี้เอื้อให้นายทักษิณไม่ได้ เพราะกฎระเบียบออกเมื่อวันที่ 25 ก.ย. 2563 จากนั้นมีการแก้ไขระเบียบลดโทษ 1 ใน 3 เมื่อปี 2564 แต่ระเบียบประกาศใช้ในปี 2566 ดังนั้นหากมองว่าการทำเรื่องนี้เพื่อเอื้อนักโทษคนใดคนหนึ่งเมื่อปี 2563 ก็ไม่จริง เพราะไม่มีใครทราบว่านายทักษิณจะกลับมามอบตัวในปี 2566 แต่การออกระเบียบดังกล่าวเป็นการมอง ถ้าใครเข้าไปในคุกแล้วกลับตัวได้เร็ว อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานที่คณะกรรมการดูแลก็สามารถออกมาติดคุกด้านนอกได้
นอกจากนี้ นายชัยชนะ บอกว่า ส่วนตัวไม่เห็นด้วยกับการใช้บ้านพักอาศัยเป็นที่จำคุกด้านนอก ดังนั้น ส่วนตัว เห็นว่าควรใช้ค่ายทหารเป็นสถานที่จำคุกด้านนอก เพื่อลดความแออัดในเรือนจำจะดีกว่า เพราะในค่ายทหารมีโรงนอนว่างอยู่จำนวนมาก ไม่ต้องปรับปรุงติดแอร์อะไรใหม่ เมื่อนำนักโทษมาอยู่ในค่ายทหาร จะทำให้มีสุขภาพที่ดีและสามารถฝึกระเบียบแบบทหารด้วย
ทางด้านนางสาวศศินันท์ ธรรมนิฐินันท์ สส.กรุงเทพฯ เขต 11 พรรคก้าวไกล แสดงความเห็นว่า ตนได้เห็นและได้อ่านระเบียบฉบับนี้อย่างถี่ถ้วนทุกบรรทัด และกังวลใจอย่างยิ่งต่อวิธีการสรรหา คณะทำงานพิจารณาการคุมขังในสถานที่คุมขัง ว่าเหมาะสมหรือไม่ที่สัดส่วนคณะทำงานกว่าร้อยละ 80 นั้นเป็นข้าราชการ ขณะที่สัดส่วนจากบุคคลภายนอกก็ยังเป็นบุคคลที่อธิบดีกรมราชทัณฑ์แต่งตั้ง โดยมีรองอธิบดีนั่งหัวโต๊ะเป็นประธานคณะทำงาน
นางสาวศศินันท์ บอกว่า ทราบดีถึงปัญหานักโทษล้นเรือนจำ และเห็นเป็นเรื่องจำเป็นที่ต้องเร่งแก้ไข แต่สิ่งที่สังคมตั้งคำถาม คงไม่พ้นเรื่องการจะบังคับใช้อย่างไรให้เกิดความเท่าเทียมกัน โดยเฉพาะนักโทษคดีการเมือง นักการเมือง นักกิจกรรม ผู้มีอำนาจ และคนรวยมีเส้นสาย ก็คงไม่พ้นการถูกจับตามอง ว่าต่อให้ผู้ต้องขังจะเป็นนักโทษชั้นดีและเข้าเกณฑ์ระเบียบกรมราชทัณฑ์ แต่หากไม่มีเงินและอำนาจก็อาจจะไม่ได้รับการพิจารณาอย่างเท่าเทียม
แท็กที่เกี่ยวข้อง