สังคม
คืนผู้บริสุทธิ์แล้วกว่า 10 ล้านคน หลังประกาศใช้มาตรการเปลี่ยนแปลงระบบทะเบียนประวัติอาชญากร
27 มิ.ย. 2566
304 views
คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ร่วมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยความคืบหน้า หลังการประกาศใช้มาตรการเปลี่ยนแปลงระบบทะเบียนประวัติอาชญากร เพื่อคุ้มครองผู้บริสุทธิ์ โดยผ่านมา 1 เดือนมีผู้พ้นจากการถูกตีตราว่าเป็นอาชญากรแล้วกว่า 10 ล้านคน
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. ปริญญา เทวานฤมิตรกุล ผู้อำนวยการศูนย์นิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้อธิบายหลักการของการประกาศใช้มาตรการเปลี่ยนแปลงระบบทะเบียนประวัติอาชญากร เพื่อคุ้มครองผู้บริสุทธิ์ ว่า การประกาศนี้เป็นไปตามอำนาจของระเบียบสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ด้วยประมวลระเบียบการตำรวจไม่เกี่ยวกับคดี ลักษณะที่ 32 การพิมพ์ลายนิ้วมือ พ.ศ. 2566 เมื่อวันที่ 27 เมษายน 2566 ซึ่งมีผลบังคับใช้ทันที 30 วันหลังการประกาศ คือ เริ่มเมื่อวันที่ 27 พฤษภาคมที่ผ่านมา
ทำให้มีการแก้ไข ลบรายชื่อประชาชนในทะเบียนประวัติอาชญากรได้จำนวนมาก จากอดีตที่ไม่เคยแก้ไขจนทำให้ผู้ที่มีรายชื่ออยู่ในทะเบียนประวัติอาชญากรได้รับความเดือดร้อนมากถึงกว่า 13 ล้านคน ไม่สามารถสมัครงานได้ เนื่องจากระเบียบเดิมกำหนดให้ผู้กระทำผิดหรือผู้ต้องหาต้องถูกนำชื่อไปบันทึกในทะเบียนประวัติอาชญากรทันทีโดยการพิมพ์ลายนิ้วมือ
แม้ว่าสุดท้ายแล้วอัยการจะสั่งยกฟ้อง ศาลยกฟ้อง หรือเสียชีวิตไปแล้วก็ไม่ได้ถูกลบรายชื่อออก อีกทั้งการพิจารณานำรายชื่อผู้กระทำผิดออกจากทะเบียนประวัติอาชญากรนั้น ผู้เสียหายต้องแจ้งและพิสูจน์ได้ว่าเกิดจากเจ้าหน้าที่จับกุมผิดตัว หรือผู้ถูกกล่าวหาเสียชีวิตแล้วเท่านั้น
ระเบียบฉบับดังกล่าวจึงได้แก้ไขปรับปรุงการจัดเก็บประวัติบุคคลออกเป็น 3 แบบ ประกอบด้วย
1.ทะเบียนประวัติผู้ต้องหา คือ ห้ามเปีดเผยข้อมูลบุคคลที่ถูกกล่าวหาว่ากระทำความผิดอาญา แต่ยังไม้ได้ถูกฟ้องต่อศาล หรือฟ้องต่อศาลแต่คดียังไม่ถึงที่สุด เว้นแต่ใช้เพื่องานสืบสวนสอบสวน งานสำนักพระราชวัง งานสมัครเข้ารับราชการ
2.ทะเบียนประวัติผู้กระทำความผิดที่มิใช่อาชญากร คือ ข้อมูลบุคคลที่ศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุดว่าได้กระทำความผิด โดยศาลลงโทษ จำคุกไม่เกิน 1 เดือน หรือรอการลงโทษ หรือมีเพียงโทษปรับ หรือกักขัง รวมถึงกระทำผิดโดยประมาท ห้ามเปิดเผยทั่วไปเว้นแต่ใช้เพื่อ งานสืบสวนสอบสวน งานขออนุญาตตามที่กฎหมายกำหนด
3.ทะเบียนประวัติอาชญากร จะถูกบันทึกต่อเมื่อข้อมูลบุคคลที่ศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุดว่าได้กระทำความผิด ซึ่งศาลลงโทษ จำคุกเกินกว่า 1 เดือนขึ้นไป โดยไม่รอการลงโทษ ยกเว้นการกระทำผิดโดยประมาท
พลตำรวจเอกสุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า หลังจากระเบียบนี้มีผลบังคับใช้แล้ว 1 เดือน ตำรวจสามารถลบรายชื่อในทะเบียนประวัติอาชญากรได้แล้วกว่า 10,000,000 คน เหลือประมาณ 3 ล้าน 7 แสนคนที่คดียังไม่สิ้นสุด เพื่อคืนสิทธิ์ให้กับประชาชนอย่างแท้จริง หลังจากนี้หากศาลได้มีคำพิพากษายกฟ้อง หรืออัยการสั่งไม่ฟ้องคดีแล้ว ทางกองทะเบียนประวัติอาชญากรจะส่งเอกสารไปยังโรงพักทั่วประเทศ เพื่อให้สายตรวจนำเอกสารไปแจ้งให้ประชาชนถึงบ้าน
ปัจจุบันได้แจ้งไปแล้วประมาณ 600,000 ราย นอกจากนี้ ตำรวจอยู่ระหว่างการจัดทำเว็บไซต์ เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าไปตรวจสอบรายชื่อประวัติอาชญากรของตัวเองได้ด้วยตัวเองคาดว่าจะเสร็จภายในสิ้นเดือนกรกฎาคมนี้
ส่วนกรณีผู้ที่กระทำความผิดตามพระราชบัญญัติการจราจรฯ โดยมีโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งเดือน หรือศาลพิจารณาใช้ดุลยพินิจให้รอลงอาญา หากมีการชดใช้เยียวยาเป็นที่พอใจแล้วก็จะถูกลบประวัติอาชญากร
ส่วนจะมีการแก้ไขระเบียบเพิ่มเติมหรือไม่จะมีการพิจารณาในอนาคต แต่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจยังจะต้องเก็บข้อมูลบางส่วนของกลุ่มที่มีการกระทำความผิดซ้ำ เป็นคดีที่เกี่ยวกับเพศ อาชญากรต่อเนื่อง หรือเกี่ยวกับความมั่นคง เพื่อใช้เป็นฐานข้อมูลในการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจ แต่จะไม่มีการเปิดเผยข้อมูลดังกล่าว ยืนยันว่าไม่เป็นการกระทบสิทธิ์ของประชาชนอย่างแน่นอน
แท็กที่เกี่ยวข้อง ลบประวัติอาชญากร ,คืนผู้บริสุทธิ์ ,ทะเบียนประวัติอาชญากร ,อาชญากร