สังคม
ขยายผลกวาดล้างเครือข่ายยาเสพติดน้ำโขง พบนายทุนใหญ่อยู่ประเทศเพื่อนบ้าน จ่อประสานตร.จับ
18 ธ.ค. 2565
773 views
ตำรวจปราบปรามยาเสพติดขยายผลจากปฏิบัติการภูตน้ำโขง ยังติดตามเครือข่ายค้ายาเสพติดจากชายแดนฝั่งแม่น้ำโขง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ หลังพบยาเสพติดทะลักเข้ามาจำนวนมากต่อหนึ่งสัปดาห์ และเตรียมประสานความร่วมมือกับฝั่งประเทศเพื่อนบ้าน เนื่องจากมีระดับผู้สั่งการหลบหนีหมายจับข้ามฝั่งไปอยู่จำนวนหลายร้อยคน
ตำรวจปราบปรามยาเสพติด ใช้เวลาสะกดรอยตามรถยนต์ต้องสงสัย ซึ่งมีชาย 2 คน ขับรถมุ่งหน้าไปทาง อ.บ้านแพง จ.นครพนม เนื่องจากมีหลายเส้นทาง ทั้งเส้นทางหลักและเส้นทางรอง ทำให้การติดตามเป็นไปด้วยยากความลำบาก แต่เจ้าหน้าที่ไม่ลดละความพยายาม ติดตามไปอย่างกระชั้นชิด
กระทั่งถึงกลางดึก พบความเคลื่อนไหวของเครือข่าย ในต.หนองภัยศูนย์ อ.เมือง จ.หนองบัวลำภู พบรถของนายอานนท์ แท่งทอง และนายสถาพร คำพินิจ ลำเลียงยาเสพติดเข้ามาให้พื้นที่ ตำรวจจึงแสดงตัวเข้าจับกุมมาจากบึงกาฬวันนี้
นายอานนท์ และพวกให้การว่า นายฐิติภัทร หรือเสือ ได้สั่งการทางไลน์ให้นำยาจากริมฝั่งแม่น้ำโขง จ.บึงกาฬไปส่งให้ลูกค้าที่ จ.เพชรบูรณ์ โดยใช้เส้นทางลำเลียงจากบึงกาฬ ไป–สว่างแดนดิน ผ่าน จ.อุดรธานี เข้า หนองบัวลำภู อ.ชุมแพ ไปยังหล่มสัก เพชรบูรณ์
โดยนอกจากได้ค่าจ้างเป็นเงินสดแล้ว จะได้ค่าจ้างเป็นยาบ้า เพื่อนำไปขายต่อให้กับกลุ่มวัยรุ่นในพื้นที่ จ.เพชรบูรณ์ ด้วย เมื่อตรวจสอบประวัติ นายฐิติภัทร หรือเสือ พบว่าเมื่อกลางเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา ได้หลบหนีไปยังประเทศเพื่อนบ้านแล้ว หลังจากหน่วยเรือโพนพิสัย และเจ้าหน้าที่หลายหน่วยงาน สนธิกำลังจับกุมนายออด สิงห์เจริญ อายุ 43 ปี ชาว อ.หนองไผ่ จ.เพชรบูรณ์ และนายจักรรินทร์ เข็มราษฏร์ อายุ 27 ปี ขณะขับรถกระบะไปรับวัตถุต้องสงสัย 2 กล่องที่ท่าเรือแม่น้ำโขง ในอ.โพนพิสัย อำพรางว่าเป็นตู้ชาร์จแบตเตอรี่ แต่ซุกซ่อน เคตามีน 44 กิโลกรัม มูลค้าประมาณ 17 ล้านบาทไว้ภายใน เพื่อไปส่งที่จ.สุพรรณบุรี
ขณะที่การลำเลียงยาเสพติด ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ กลุ่มนายทุนและผู้สั่งการ ซึ่งหนีข้ามแม่น้ำโขงไปอยู่ฝั่งลาว ให้หาวิธีลำเลียงยาเสพติด เข้ามาล็อตใหญ่ เนื่องจากมีการขนส่งง่ายกว่าทางภาคเหนือ ย่นระยะเวลาในการขนส่งได้รวดเร็ว อีกทั้งมีการลักลอบเปิดบริษัทขนส่งทรานสปอร์ต เพื่อขนส่งยาเสพติดโดยเฉพาะ ทำให้ต้องเพิ่มมาตรการในการตรวจจับเข้มงวดขึ้น
ขณะที่เจ้าหน้าที่อีกชุดได้ปิดล้อมตรวจค้นกลุ่มผู้ต้องหาที่ ลักลอบส่งไอซ์ในกระสอบทรายจำนวน 193 กิโลกรัม ไปยังประเทศออสเตรเลีย จับผู้ต้องหาได้ 3 ราย คือนายเฉลิม นายเทพพิทักษณ์ และนายธวัช โดยทั้ง 3 ยอมรับว่าได้นำไอซ์ซุกซ่อนไปกับกระสอบทราย หมอนยางพารา และกุ้งแช่แข็ง ไปยังออสเตรเลียจริง เจ้าหน้าที่จึงได้ตรวจยึดรถของกลาง จำนวน 2 คัน พร้อมสมุดเงินฝากมีเงินกว่า 2.5 ล้านบาท โดยคาดว่ายังมีตัวการใหญ่เป็นผู้สั่งการอยู่เบื้องหลัง