สังคม

ควบคุมมลพิษ สั่งเร่งคุมด่วน! หลังรถแบ็คโฮย้ายถังสารเคมี รง.รีไซเคิลที่ไฟไหม้ เจาะถังรั่ว ทำปนเปื้อนเพิ่ม

โดย panwilai_c

24 มิ.ย. 2565

80 views

ครบ 7 วันของเหตุเพลิงไหม้โรงงานแว็ก กาเบจ รีไซเคิล เซนเตอร์ ซึ่งเป็นโรงงานรับรีไซเคิลขยะที่ได้รับอนุญาตจากกรมโรงงาน แต่ถูกสั่งระงับกิจการมาตั้งแต่ปี 2561 ล่าสุดวันนี้เจ้าหน้าที่กรมควบคุมมลพิษ เข้าไปเก็บตัวอย่างน้ำและดินรวม 9 จุด เพื่อตรวจค่าสารเคมีตกค้าง แต่กลับพบว่าตอนนี้โรงงาน ซึ่งได้จ้างบริษัทเอกชนมาขนย้ายถังสารเคมีที่ถูกเพลิงไหม้ออกไป แต่กลายเป็นว่ารถแบ็คโฮ ไปเจาะ ทุบทำลายถังที่ยังมีสารเคมีอยู่เต็ม จนเกิดการปนเปื้อนเพิ่มขึ้นอีก ซึ่งอธิบดีกรมควบคุมมลพิษยืนยันว่าเป็นการกำจัดที่ผิดเงื่อนไข และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในจังหวัดต้องควบคุมเร่งด่วน



รถแบ็คโฮของเอกชนรายหนึ่ง เร่งจัดระเบียบเหล็กโครงหลังคา และถังขยะสารเคมี ของโรงงงานหลังที่ 8 และ 9 โรงงานแว็กกาเบ็จ รีไซเคิล เซนเตอร์ อ.จอมบึง จ.ราชบุรี เพื่อย้ายไปกำจัดที่อื่น โดยเฉพาะที่รัฐมนตรีกระทรวงอุตสาหกรรม มีคำสั่งเร่งด่วนให้ย้ายกากขยะที่เกิดไฟไหม้ และที่เหลือทั้งหมดในโรงงานออกไปกำจัดอย่างถูกต้องภายใน 15 วัน นับจากที่มีคำสั่งเอ 17 มิถุนายนที่ผ่านมา



ตอนนี้ดูเหมือนจะมีปัญหาที่ซ้ำซ้อนขึ้นมา หลังจากเจ้าหน้าที่ ทั้งกรมควบคุมมลพิษ และดีเอสไอที่ลงพื้นที่วันนี้ พบว่ารถแบ็คโฮที่ทำงานในพื้นที่ กลับเจาะและทุบถังขนาด 200 ลิตร ที่บรรจุขยะสารเคมีกองทับซ้อนกันอยู่หลายชั้น และที่ยังไม่ระเบิดจากเหตุเพลิงไหม้ตั้งแต่แรก จนกลายเป็นว่าตอนนี้ขยะสารเคมีเหล่านั้นทะลักลงพื้นของโรงงาน ซึ่งมีเพียงกองดินที่ถมขึ้นใหม่หลังไฟไหม้เป็นแนวกั้นไว้เท่านั้น



อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ ระบุว่าทราบเรื่องนี้จากเจ้าหน้าที่ซึ่งลงพื้นที่และยืนยันว่าวิธีดังกล่าวผิดไปจากข้อตกลงของการกำจัด ตอนนี้ประสานให้จังหวัดและอบต.ซึ่งเป็นเจ้าพนักงานท้องถิ่นที่เกิดเหตุตรวจสอบและควบคุมใกล้ชิด



ผุ้ใหญ่บ้าน ม. 1 ตำบลน้ำพุ อ.เมือง ราชบุรี ซึ่งเป็นหนึ่งในพื้นใช้ประโยชน์จากล้ำห้วยสาธารณะ กังวลใจต่อผลกระทบของน้ำใต้ดินที่จะปนเปื้อนสารเคี จึงเรียกเจ้าหน้าที่ติดตามตรวสอบการกำจัดขยะอย่างใกล้ชิดกว่านี้



ล่าสุดผู้อำนวยการสำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 8 ส่งหนังสือถึง อบต.รางบัว ระบุว่าดีเอสไอและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปตรวจสอบวันนี้พบว่ายังมีน้ำเสียจากการดับเพลิงปนเปื้อนสารเคมื ที่อาจรั่วไหลไปข้างนอก จึงขอให้ อบต.ออกคำสั่งเจ้าพนักงานท้องถิ่นให้โรงงาน กำหนดมาตรการควบคุม ไม่ให้น้ำเสียไหลออกนอกพื้นที่เด็ดขาดขาด และปฎิบัติตามคำสั่งการจัดการของเสียที่เกิดจากเพลิงไหม้อย่างเคร่งครัด



ขณะเดียวกัน กรมควบคุมมลพิษ ก็ส่งเจ้าหน้าที่อีก 1 ชุด ลงเก็บตัวอย่างดินและน้ำรวมทั้งหมด 9 จุด บริเวณในโรงงาน 3 จุด เช่น บ่อกักเก็บน้ำใกล้โรงงานที่เพลิงไหม้ บ่อรวบรวมน้ำชะกาก ของบ่อฝังกลบที่ 2 รวมถึงเก็บตัวอย่างน้ำและดินนอกโรงงานอีก 6 จุด เพื่อนำไปตรวจสอบในห้องแล็บของกรมควบคุมมลพิษ เพื่อหาค่าการปนเปื้อนของสารเคมีในแหล่งน้ำ



อย่างไรก็ตาม ชาวบ้านยังเรียกร้องให้กรมทรัพยากรน้ำบาดาล ลงพื้นที่ตรวจน้ำใต้ดินเพิ่มเติม เพราะในพื้นที่เคยพบการปนเปื้อนของสารเคมีในน้ำใต้ดินมาก่อนแล้ว กรณีนี้ที่มีน้ำสารเคมีปนเปื้อนอีก จึงต้องการให้ภาครัฐตรวจสอบว่า มีความเข้มข้นเพิ่มขึ้นหรือไม่

คุณอาจสนใจ