สังคม
ทลายเครือข่าย “เบล 1000 กระบอก” จับข้าราชการเซ็นใบอนุญาต ตัดวงจรค้าอาวุธเถื่อน ยึดทรัพย์ 150 ล้านบาท
13 มิ.ย. 2565
827 views
ตำรวจสอบสวนกลาง จับขบวนการ ปลอมเอกสารชื่อบุคคลอ้างเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ ใช้สิทธิ์ซื้อปืนสวัสดิการรัฐราคาถูกหลายพันกระบอก เพื่อส่งขายต่อในตลาดมืด
ตำรวจสอบสวนกลาง และเจ้าหน้าที่ ปปง. ทลายเครือข่าย “เบล 1000 กระบอก” หลังจากจัดหาชื่อบุคคลไปจัดซื้อปืนล็อตใหญ่มากกว่า 3,000 กระบอก โดยบางรายเป็นบุคคลที่ไม่ได้รับอนุญาตให้ซื้อปืน แต่มีซื่อซื้อปืนไปหลายร้อยกระบอก การทลายเครือข่ายครั้งนี้บุกจับได้ทั้งขบวนการ ตั้งแต่นายอำเภอ 2 คนและพรรค ที่เซนต์ใบอนุญาตให้การจัดซื้อปืน ไปจำนวนมาก โดยตำรวจใช้มาตรการยึดทรัพย์ในการตัดวงจร
เป้าหมายแรกเป็นบ้านของนายดนุพล หรือเบล อายุ 32 ปี และภรรยาชาวลาว ใน อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี ซึ่งตำรวจสอบสวนกลาง ตำรวจกองปราบปราบ สนธิกำลังหน่วยหนุมาน และ ปปง เข้าตรวจค้นตามหมายจับในคดีค้าอาวุธปืนและฟอกเงิน
นายดนุพล หรือฉายา “เบล 1000 กระบอก” เพราะมีประวัติค้าอาวุธ โดยใช้ชื่อบุคคลอื่นไปขอใบอนุญาตซื้อปืนซึ่งมีข้าราชการออกใบอนุญาตอยู่เบื้องหลังไม่ต่ำกว่า 3,000 กระบอก โดยมีผลประโยชน์ตอบแทน จากการเข้าตรวจค้นบ้านพักยังพบปืนรุ่นใหม่และปืนยาวติดลำกล้อง ทรัพย์สินของนายเบลยังมีอาคารพาณิชย์อีก 2 คูหา ราคา 8 ล้านบาท และเรือประมงอีก 5 ลำ รถยนต์ 6 คัน
ขณะที่บ้านเครือญาติ ยังพบปืนรุ่นใหม่จำนวนมาก รวมทั้งเครื่องกระสุนนับพันนัด การเข้าจับกุมกลุ่มค่าอาวุธปืนได้ล็อตใหญ่ ตั้งแต่ปี 2563 พบว่า มีข้าราชการเซนต์ใบอนุญาตให้ โดยตำรวจสอบสวนกลางยังเข้าจับกุม นายดงพล อายุ 49 ปี นายอำเภอศรีราชา และนายสาวิตร อดีตนายอำเภอไทรโยค และเจ้าหน้าท่หน้าห้องที่อ ไทรโยคพบรวมกันกระทำผิดในการออกใบอนุญาตให้ซื้อปืนหรือใบ ป3 คนละหลายร้อยกระบอก
พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. กล่าวว่า นับเป็นองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ เพราะปืนตกไปอยู่ในมือกลุ่มอาชญากร มือตลาดมืด เสี่ยงต่อการนำไปทกระทำผิด และหาตัวคนร้ายยาก
ขณะที่ พล.ต.ท จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก. ซึ่งได้ทำการสืบสวนพฤติกรรมมานานกว่า 2 ปี หลังมีผู้ร้องเรียนว่าถูกแอบอ้างชื่อไปซื้อปืน จึงเห็นว่าปืนที่มีอานุภาพร้านแรง บางชนิดรุนแรงกว่าของเจ้าหน้าที่ ได้กระจายไปอยู่ในมือองค์กรอาชญากรรมข้่ามชาติ ทั้งค้ายา ค้าอาวุธ และมือปืนในประเทศ
การตรวจค้นจับเครือข่ายได้ทั้งขบวนการ 16 ราย เป็นการตัดวงจร ยึดทรัพย์ได้ 150 ล้านบาท