สังคม

ผู้ว่าฯ ชัยภูมิ สั่งดำเนินคดีเด็ดขาด "พระบิดาแห่งจักรวาล" บุกรุกเปิดสำนักเถื่อน หมก 11 ศพ

โดย pattraporn_a

8 พ.ค. 2565

734 views

ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยภูมิ ประสานเจ้าหน้าที่ดำเนินคดีเด็ดขาดต่อชายที่อ้างตัวเป็นเจ้าลัทธิประหลาด รักษาผู้ป่วยด้วยการให้ดื่มน้ำปัสสาวะ เสมหะ หรือขี้ไคลของตัวเองอ้างว่ารักษาโรคได้ หลังจากนายจีรพันธ์ เพชรขาว หรือหมอปลา นำผู้ร้องเรียนที่ตามหาแม่ จนไปพบในสำนักดังกล่าว และมีศพคนตาย 11 ศพ เก็บรักษาไว้ที่นี่อ้างว่ารอทำพิธีขึ้นสวรรค์ ขณะที่ชายวัย 75 ปี ที่เป็นเจ้าของสำนัก ยังอ้างตัวเป็นพระบิดาสูงสุดแห่งจักรวาล


ชาวบ้านเหล่านี้ถึงกับยอมดื่มกินน้ำปัสสาะ และสิ่งปฎิกูล เช่นขี้ไคลจากร่างกายของนายทวี หนันรา อายุ 75 ปี ซึ่งอ้างตัวว่าเป็นพระบิดาสูงสุดแห่งจักรวาล และเป็นเจ้าสำนักที่นี่ ที่ชาวบ้านเชื่อว่าเป็นผู้วิเศษ ขณะที่สิ่งปฎิกูล จากชายคนนี้ที่ไม่ได้อาบน้ำมา 9 เดือนแล้ว รวมถึงยาดองที่เก็บไว้ในโอ่งมังกรกว่า 100 โอ่ง ก็มีผู้เชื่อว่าจะรักษาโรคได้


สำนักที่มีความเชื่อแปลกประหลาดนี ถูกเปิดเผยขึนจากการที่นายจีรพันธ์ เพชรขาวหรือหมอปลารับเรื่องร้องเรียนจากหญิงชาวจังหวัดขอนแก่นคนหนึ่ง ให้ตามหามารดาวัย 80 ปี ที่มาศรัทธาเจ้าสำนักที่บ้านกุดแคน หมู่ 2 ต.ดงกลาง อ.คอนสาร จังหวัดชัยภูมิ จากนั้นก็ไม่กลับบ้าน กระทั่งเมื่อมาตรวจสอบก็พบทั้งมารดาของผู้ร้องเรียนให้ช่วยเหลือ และยังมีคนอื่นๆอีกที่มีศรัทธาต่อเจ้าลัทธินี้ ผู้ศรัทธาบางคนถึงกับเชื่อว่านี่คือ บิดาของทุกศาสนาในโลก


ผู้ศรัทธาบางคน พยายามบอกหมอปลาและผู้สื่อข่าวว่า อย่าลบหลู่พระบิดา และอ้างถึงเหตุผลที่ทำให้ศรัทธาว่า พระบิดา เป็นผูสอนให้ละ โลภ โกรธ หลง และในระหว่างที่สำรวจอยู่นั้น ผู้สื่อข่าวก็ทราบว่า มีศพคนตายเก็บไว้ในโลกถึง 11 ศพ อ้างว่าเป็นศพของลูกศิษย์ที่ศรัทธา เมื่อตายแล้ว ญาติก็มาไว้ที่นี่ บางคนบอกว่า ชายที่อ้างตัวเป็นเจ้าของสำนัก จะเป็นผู้กำหนดเองว่าจะดำเนินการอย่างไรกับศพ ซึ่งศพดังกล่าวไม่ได้ฉีดฟอร์มาลีน แต่ต่อท่อสายยางไว้เพื่อระบายน้ำเหลืองจากศพเหล่านั้นแทน นอกจากนี้ ลูกศิษย์ที่ศรัทธา ก็ระบุว่าในบรรดาศพทั้ง 11 ศพ ที่เก็บไว้ในโลงนั้น มี 5 ศพที่ไม่มีเอกสารยืนยันที่มาของผู้ตายได้


นายไกรสร กองฉลาด ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยภูมิ ซึ่งลงพื้นที่ไปตรวจสอบด้วย ถึงกับตกใจและแปลกใจ ที่พบว่าสิ่งปลูกสร้างในสำนักนี้ มีร่องรอยการก่อสร้างมาแล้วอย่างน้อย 4 ปี โดยที่ไม่มีเบาะแสใดมาก่อนว่ามีลัทธิดังกล่าว จึงเป็นบทเรียนที่ต้องกำชับท้องที่ให้ตรวจสอบรัดกุม และดำเนินการเร่งด่วนเพื่อตัดไฟแต่ต้นลม


เบื้องต้นตรวจพบว่า ที่ตั้งของสำนักดังกล่าว อยู่บนที่ดินสาธารณะบ้านกุดแคน ซึ่งจะต้องรวบรวมหลักฐานดำเนินคดีฐานบุกรุก นอกจากนี้ การเก็บศพคนตายไว้ 11 ศพดังกล่าว รวมถึงการฌาปนกิจ ก็อาจไม่เป็นไปตาม พรบ.สาธารณสุข เพราะต่อให้เป็นฌาปนสถานของเอกชน ก็ยังต้องได้รับอนุญาตจากนายทะเบียน เมื่อรวบรวมหลักฐานชัดเจน ก็ให้ดำเนินคดี ขณะเดียวกันแพทย์นิติเวช ยังต้องตรวจชันสูตรเก็บตัวอย่างศพที่พบทั้ง 11 ศพดังกล่าวเพื่อเป็นฐานข้อมูล และยืนยันตัวผู้ตาย ซึ่งเป็นขั้นตอนที่ต้องรัดกุม


ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยภูมิ ย้ำว่าทรัพย์สินสิ่งปลูกสร้างดังกล่าว ยังเป็นกรรมสิทธิ์ของผู้ก่อสร้าง จึงวางแผนว่าจะปิดประกาศให้รื้อถอนออกไปก่อน แล้วเจรจา เพื่อกำหนดแนวทางปฎิบัติต่อสำนักดังกล่าวอย่างเร่งด่วน

คุณอาจสนใจ

Related News