สังคม
สทนช.เปิดเวทีแจงสร้าง 'เขื่อนหลวงพระบาง' ด้านเครือข่ายประชาสังคมยังแคลงใจ
24 ธ.ค. 2562
972 views
สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ เปิดเวทีแจ้งข้อมูลการสร้างเขื่อนหลวงพระบาง บนแม่น้ำโขง ในลาว เพื่อให้ประชาชนในไทย ได้รับทราบในฐานะ ผู้มีส่วนได้เสียในลุ่มน้ำโขง ตามระเบียบคณะกรรมาธิการแม่น้ำโขง ด้านนักวิชาการประมง และภาคประชาชน ต่างแสดงความเป็นห่วงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นต่อระบบนิเวศน์ และวิถีชีวิต โดยเฉพาะภาวะไร้ตะกอนในแม่น้ำโขง ซึ่งเกิดขึ้นหลังการเปิดเขื่อนไซยะบุรี แต่ยังไม่มีข้อมูลว่า ผู้รับผิดชอบได้มีแนวทางแก้ไข
ธงสีเหลืองที่ปักอยู่ริมฝั่งแม่น้ำโขง ซึ่งมองเห็นได้ชัดจากเรือที่วิ่งขึ้น และล่อง ระหว่างเมืองปากแบง แขวงอุดมไซ ไปยังเมืองหลวงพระบาง ประเทศลาว แนวธงดังกล่าวนี้ คือบริเวณที่จะสร้างเขื่อนหลวงพระบาง ตั้งอยู่บริเวณบ้านห้วยโง แขวงหลวงพระบาง ห่างจากเมืองหลวงพระบางประมาณ 25 กิโลเมตร และห่างจากเขื่อนไซยะบุรีประมาณ 130 กิโลเมตร
เขื่อนหลวงพระบาง นับเป็นโครงการลำดับที่ 5 ที่ประเทศลาวมีแผนจะสร้างต่อจากเขื่อนไซยะบุรี เขื่อนดอนสะโฮง เขื่อนปากแบง และเขื่อนปากลาย โดยเขื่อนหลวงพระบาง มีแผนจะเริ่มสร้างปีหน้า กำหนดแล้วเสร็จภายใจ 7 ปี
วันนี้สำนักงานทรัพยากน้ำแห่งชาติ ได้จัดเวทีให้ข้อมูลโครงการไฟฟ้าพลังน้ำเขื่อนหลวงพระบาง ที่จังหวัดนครพนม ซึ่งเป็นไปตามระเบียบปฎิบัติของคณะกรรมาธิการแม่น้ำโขง ว่าด้วยการแจ้ง การปรึกษาหารือลว่งหน้า และข้อตกลง หรือPNPCA เพื่อให้ไทยในฐานะเทศสมาชิก MRC รวมถึงประชาชนไทยในลุ่มน้ำโขง ผู้มีส่วนได้เสีย ได้ทราบข้อมูลเขื่อนนี้
อย่างไรก็ตามเวทีวันนี้ มีข้อสงสัย คำถาม รวมถึงท้วงติงจากนักวิชาการ และภาคประชาชนลุ่มน้ำโขงจำนวนไม่น้อย ขณะที่ทางการลาว มีนายจันสะแหวง บุญยง อธิบดีกรมนโยบายและแผนพลังงาน ของประเทศลาว เข้าร่วมให้ข้อมูลและชี้แจง
หนึ่งในข้อมูลที่นายจันสะแหวง อธิบายคือลาว มีนโยบายและแผนในการใช้ทรัพยากร เพื่อพัฒนาประเทศ หนึ่งในนั้นคือพลังงานไฟฟ้า โดยมีไทยและประเทศเพื่อนบ้านเป็นผู้ซื้อ
เขื่อนหลวงพระบางที่จะเดินหน้า ก็อยู่ในแผนพัฒนาดังกล่าว โดยข้อมูลที่เผยแพร่ต่อสาธารณะ ระบุว่าเขื่อนหลวงพระบางเป็นเขื่อนกั้นน้ำแบบน้ำไหลผ่าน ยกระดับน้ำให้สูงขึ้นแล้วปล่อยผ่าน โดยไม่ได้มีอ่างเก็บน้ำ เขื่อนนี้ มีกำลังผลิตไฟฟ้าทั้งเพื่อจ่ายและสำรองใช้ รวม 1460 เมกะวัตต์ โครงสร้างเขื่อนมีทางระบายน้ำล้น มีช่องทางเดินเรือ และทางปลาผ่าน เป็นต้น
การอธิบายของนายจันสะแหวง ยังระบุว่า ทางการลาวมั่นใจว่าบริษัทผู้ออกแบบ และก่อสร้างจะทำได้ดี เพราะเป็นกลุ่มเดียวกันกับที่สร้างเขื่อนไซยะบุรี
ส่วนข้อท้วงติงของภาคประชาชน บางส่วน มองว่า ความผิดปกติที่เกิดขึ้นบนแม่น้ำโขง ทั้งน้ำแห้งและน้ำโขงเปลี่ยนสี จากการขาดตะกอน โดยไร้การชี้แจงหรืออธิบายที่ชัดเจนจากผุ้เกี่ยวข้อง ทำให้ประชาชนไม่เชื่อมั่นในข้อมูลของรัฐ ซึ่งต้องการให้แก้ไขหรือมีตำตอบก่อนจะเดินหน้าเขื่อนอื่นๆ
ขณะที่นักวิชาการ ได้ให้คำแนะนำต่อร่างรายงานทบทวน ทางด้านเทคนิคของเขื่อนหลวงพระบางที่หลากหลาย หนึ่งในนั้นคือความกังวลต่อผลกระทบของปลา ซึ่งในรายงานโครงการยังไม่ละเอียดพอ ทั้งจำนวนพันธุ์ปลา และการควบคุมการไหลของน้ำซึ่งล้วนส่งผลต่อปลาในแม่น้ำโขง
นอกจากนี้ ยังมีข้อเสนอแนะเรื่องกลไกการทำงานของภาครัฐที่ตอบสนองต่อผลกระทบที่เกิดขึ้น เช่นน้ำแล้ง น้ำท่วม หรือน้ำเปลี่ยนสี เพื่อให้ทันต่อเหตุการณ์ รวมถึงเสนอต้องกองทุนคืนธรรมชาติให้น้ำโขง โดยใช้เงินจากการสร้างเขื่อนมาใช้ เป็นต้น
ขณะที่ เลขาธิการ สทนช. ระบุว่า ความเห็นของผู้ได้รับผลกระทบจะถูกนำเสนอต่อทางการลาว เพื่อป้องกันผลกระทบที่จะเกิดขึ้นอีก
การเปิดเวทีให้ข้อมูลเขื่อนหลวงพระบางครั้งนี้ ถือเป็นครั้งที่ 1 ซึ่งจะมีอีก 2 ครั้ง ที่อำนาจเจริญ และจังหวัดเลย ในปีหน้า ท่ามกลางความกังวลใจว่าแม้ขั้นตอนนี้จะเป็นไปตามกลไก MRC แต่ยังสงสัยว่าจะป้องกันผลกระทบที่เกิดขึ้นเหมือนกรณีเขื่อนก่อนหน้านี้ได้หรือไม่
แท็กที่เกี่ยวข้อง