สังคม-อาชญากรรม

พ่อแม่ทีมหมูป่า เล่านาทีเด็กๆติดถ้ำหลวง 'โค้ชเอก' ดูแลดี ให้ใช้ไฟฉายวันละครั้ง-กอด 'น้องไตตั้น' คลายหนาว

13 ก.ค. 2561

32.7K views

ผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่บ้านของ เด็กชายดวงเพชร พรหมเทพ หรือน้องดอม อายุ 13 ปี นักเรียนโรงเรียนแม่สายประสิทธิ์ศาสตร์ ตำแหน่งกองหน้าและเป็นกับตันทีมหมูป่าอคาเดมี่  ติดอยู่ในถ้ำกว่า 17 วัน โดยนายบรรพต ก้อนคำ พ่อของน้องดอม เผยว่า วันที่ 23 มิ.ย. หลังจากที่ซ้อมฟุตบอลเสร็จเด็กๆได้พากันเข้าไปในถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอน กะว่าไปเที่ยวแค่ 1 ชั่วโมง ก่อนเข้าไปฝนยังไม่ตก

ระหว่างที่อยู่ในถ้ำเกิดฝนตกหนัก น้ำหลากไหลเข้ามาในถ้ำทุกคนต้องวิ่งเข้าไปด้านในเพื่อหนีน้ำ วินาทีนั้นทุกคนตกใจมาก แต่โค้ชเอกบอกให้วิ่งและหาช่องทางหนี โดยวางกระเป๋าและรองเท้าไว้ ในถ้ำมืดมากโค้ชเอกได้นำไฟฉายมาส่องทางเห็นโพรงเล็ก ๆ ทุกคนจึงได้ช่วยกันใช้มือตะกุยโคลนและยกหินออก เพื่อหลบเข้าไปลึก ๆ กระทั่งหลบไปถึงเนินนมสาว  จะกลับออกไปข้างนอกก็กลับไม่ได้เพราะน้ำท่วมสูง ได้แต่รอให้น้ำลด และที่ จนท.พบร่องรอยภายในถ้ำนั้น เป็นรอยมือที่ทุกคนช่วยกันขุดดินหนีน้ำ

น้องดอม เล่าว่า  ตอนอยู่ในถ้ำทุกคนกลัว บางคนนั่งร้องไห้เพราะหิวและอยากออกจากถ้ำ แต่โค้ชเอกบอกให้นั่งอยู่นิ่ง ๆ หากใครหิวน้ำให้ดื่มน้ำที่หยดจากหินงอกหินย้อยเพื่อประทังชีวิตและบอกให้อดทน ทุกคนที่อยู่ในนั้นไม่รู้วันรู้คืน พยายามพูดคุยกันเพื่อคลายเครียด  โค้ชเอกบอกให้ทุกคนช่วยกันใช้มือขุดดินบริเวณเนินนมสาวปรับพื้นที่ให้เรียบเพื่อให้มีที่นั่ง

วันที่มีนักดำน้ำชาวอังกฤษมาพบ ดีใจอย่างมาก ทุกคนพากันวิ่งลงมาจากเนิน ร้องไห้ปล่อยโฮที่มีคนมาช่วย บางลื่นตกน้ำ โดยจุดที่ทีมหมูป่าอยู่ อยู่สูงกว่าที่ทุกคนเห็นในคลิป  แม้มีคนมาช่วยก็ยังออกไปไม่ได้ ได้แต่รออย่างเดียว ทุกคนหิวมาก จนท.บอกว่า จะนำน้ำและอาหารมาให้ ทุกคนได้กินก็หายหิวมีแรงสู้ต่อ

พ่อของน้องดอมบอกว่า น้องดอมถูกลำเลียงออกจากถ้ำเป็นกลุ่มแรก วันดังกล่าว จนท.เรียกผู้ปกครองไปพบแล้วพาขึ้นรถตู้ไปรอที่ รพ.เชียงรายประชานุเคราห์ แพทย์อนุญาตให้เยี่ยมใกล้ชิดขอบเตียง 15 นาที แม้อยากกอดน้องดอมมากแต่ต้องปฏิบัติตามมาตรฐานการควบคุมโรค ใส่เสื้อกราวด์และหน้ากากอนามัย

หลังจากที่ออกจากถ้ำน้ำหนักลดประมาณ 3-4 กิโล ขณะนี้น้ำหนักเพิ่มขึ้น 1 กิโล น้องดอมบ่นหิว อยากกินหมูกะทะ ก๋วยเตี๋ยวเรือ และอยากได้โทรศัพท์มือถือเครื่องใหม่เนื่องจากเครื่องเก่าตกน้ำหาย หลังจากน้องดอมออกจากโรงพยาบาลก็จะจัดงานวันเกิดย้อนหลังให้ (น้องเกิด 3 ก.ค.) และจะให้บวชอุทิศส่วนกุศลให้ จ.อ.สมาน กุนัน อดีตหน่วยซีล นัก ทำลายใต้น้ำจู่โจมนอกราชการที่ประสบอุบัติเหตุในถ้ำจนเสียชีวิต

นอกจากนี้พ่อของน้องดอม ยังเปิดเผยว่า เมื่อประมาณ 30 ปีที่แล้ว สมัยที่ตนอายุใกล้เคียงกับน้องดอม ตนก็เคยแอบเข้าไปเที่ยวเล่นที่วนอุทยานถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน ในตอนนั้นตนเดินทางไปกับเพื่อน 8 คน มีผู้หญิง 4 คน ผู้ชาย 4 คน แล้วก็มีไฟฉาย 1 อัน ก่อนเข้าไปภายในถ้ำ ทั้ง 8 คนก็ได้ยกมือไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่อยู่หน้าถ้ำ

นายบรรพต กล่าวอีกว่า หลังจากนั้นก็ได้เดินเข้าไปในถ้ำตอนประมาณ 11 โมงเช้า บรรยากาศภาพในถ้ำนั้นก็ไม่ค่อยน่ากลัวเท่าไหร่ แตพวกตนกลับได้พบความสวยงามของหินงอก หินย้อย เพื่อนๆ ทุกคนก็ตกตะลึงกับความงดงามภายในถ้ำ เมื่อเดินเข้าไปลึกเรื่อยๆ ตนคิดว่า เดินเข้าไปเลยสามแยกไปอีก จนมีความรู้สึกว่าอยากจะออกจากถ้ำแล้ว

แต่พวกตนไม่อยากเดินย้อนกลับ พวกตนจึงเดินขึ้นไปตามแสงสว่างที่เล็ดลอดออกมา ตนเห็นโพรง ที่ขนาดไม่ใหญ่มาก เป็นโพรงที่สามารถเข้าไปได้ และมันก็มีทางเดินเหมือนขั้นบันได ขึ้นไปบริเวณซอกหิน ขนาดพอดีคน ตนจึงไปหมุดดูจึงรู้ว่ามันสามารถออกจากถ้ำได้ ตนจึงได้ให้ผู้หญิงขึ้นไปข้างบนก่อน ก่อนที่ตนจะตามขึ้นไปเป็นคนสุดท้าย

เมื่อขึ้นไปบนนั้นเป็นทุ่งหญ้าที่สวยงาม กว้างขวาง ติดกับภูเขา และสิ่งที่ตนมองเห็นเป็นสิ่งแรกคือบ้านกระต๊อบขนาดเล็ก เหมือนมีคนอยู่ ปลูกใกล้กับเขา ตนก็ไม่รู้หรอกว่าจุดที่โผล่ขึ้นมานั้นเป็นส่วนไหนของเขาขุนน้ำนางนอน แต่ที่ตนรู้คือบรรยากาศที่นั้นมันสวยงามมาก เหมือนเป็นอีกโลกหนึ่ง มีต้นไม้ใหญ่ ลมโชย อากาศเย็นสบาย ตนจึงได้เล่นกับเพื่อนสักพัก แต่เมื่อเริ่มรู้สึกว่า ท้องฟ้าใกล้ค่ำแล้ว จึงได้พยายามหาทางกลับ

ทันใดนั้นก็ได้มีชายแก่ แต่งตัวด้วยชุดชาวนา หน้าตาดูเป็นมิตร เดินออกมาจากบ้านกระต๊อบ พวกผมจึงถามว่าจะออกไปข้างนอกยังไง ชายดังกล่าวก็ชี้มือไปทางด้านขวา ผมกับเพื่อนจึงจะหันไปขอบคุณ แต่ชายคนนั้นได้หายไปแล้ว ผมกับเพื่อนก็ตกใจเล็กน้อย แต่ก็ได้เดินตามทางนั้นไป ในช่วงเวลานั้นผมไม่คิดอะไร นอกจากคิดแต่เพียงว่าจะออกจากเขานี้ยังไง จนผมและเพื่อนได้เดินมาเจอถนนใหญ่ ในเวลา 1 ทุ่ม ผมได้เล่าเรื่องนี้ให้กับทางเจ้าหน้าที่ผู้ทำงานค้นหาทีมหมูป่าฟังแล้ว และเจ้าหน้าที่ก็รับฟัง ก่อนจะเริ่มการสำรวจหาโพรงถ้ำในที่สุด ซึ่งผมก็ไม่สามารถตอบได้ว่าตนโผล่มาจากจุดไหน แต่ที่ผมรู้คือมันสวยงานเหมือนอยู่ในสวรรค์เลยจริง

หลังจากนั้น ตนก็เคยอยากกลับไปบริเวณบนเขาอีก แต่ทุกครั้งที่ตนพยายามหา ตนก็ไม่มีทางทราบเลย ว่าบริเวณที่ตนไปอยู่ นั้นคือที่ไหน ตนเคยเข้าไปที่ถ้ำหลวงอีกครั้ง แต่ก็ไม่ได้ขึ้นไปที่โพรงนั้นอีก เพราะ เนื่องจาก กลัวว่า เส้นทางนั้นจะไม่มีจริง ซึ่งหลังจากนี้ หากน้องดอม ออกจากโรงพยาบาลมา ตนจะเล่าเรื่องนี้ให้ฟัง เพราะส่วนตัวแล้ว ตนคิดว่า ที่น้องดอมมีชีวิตรอด อาจมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครองทีมหมูป่าให้ปลอดภัย

นอกจากนี้ยังมีรายงานว่า น.ส.ไอคาน วิบูรณ์รุ่งเรือง อายุ 33 ปี แม่ของ น้องไตตั้น อายุ 11 ขวบ หนึ่งในทีมหมูป่าที่ติดอยู่ในถ้ำหลวง เปิดเผยว่า ขณะนี้ตนมีโอกาสได้พบและพูดคุยกับลูกโดยผ่านทางช่องกระจก ยังไม่สามารถสัมผัสตัวได้ เพื่อป้องกันการติดเชื้อ ซึ่งยังต้องรอผลเลือดจากการตรวจในแล็บที่กรุงเทพฯ

น.ส.ไอคาน บอกว่า น้องไตตั้นมีสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส แม้จะดูซูบลงไปบ้าง ซึ่งลูกชายเล่าให้ฟังว่า ไม่ได้เอาขนมหรืออาหารเข้าไปในถ้ำ ซึ่งโค้ชพาเข้าไปเที่ยวเฉย ๆ หลังจากซ้อมฟุตบอลเสร็จ และกะว่าจะอยู่สัก 1 ชั่วโมง เพราะต้องรีบกลับบ้านไปเรียนพิเศษ

น้องไตตั้น บอกอีกว่า แต่ขณะนั้นเกิดฝนตก น้ำไหลแรง และเร็วมาก โค้ชเอกจึงบอกให้ทุกคนช่วยกันขุดดินป้องกันน้ำ แต่เอาไม่อยู่ เมื่อน้ำทะลักเข้ามาก็พากันหนีเข้าด้านในลึกไปเรื่อย ๆ สามคืนแรกตนหิวจนแสบท้อง ร้องไห้ ได้แต่กินน้ำฝนที่หยดมาตามซอกหิน โค้ชเอกกอดตนไว้เพื่อป้องกันความหนาว และสอนให้ทุก ๆ คนนั่งสมาธิเพื่อป้องกันอาการเหนื่อยหอบและไม่ให้เสียพลังงานมาก ขณะที่นอนอยู่ก็เบลอ เพ้อ ในถ้ำมืดสนิท เบียดเสียดยัดเยียดกัน

เช่นเดียวกับนายอดิศักดิ์ วงศ์สุขจันทร์ พ่อของ ด.ช.เอกรัตน์ วงศ์สุขจันทร์ หรือ น้องบิว อายุ 14 ปี นักเรียนโรงเรียนดรุณราษฎร์วิทยา ชั้น ม.2 เล่าว่าจากการพูดคุยกัน เด็กเล่าว่า ครั้งแรกตั้งใจจะเข้าไปเพียง 1 ชั่วโมง แต่เมื่อเข้าไปแล้วเกิดน้ำท่วมมาก โค้ชเอกจึงดำน้ำออกมาดูข้างนอก และบอกเด็กๆ ว่า ไม่ให้ออกไปเกรงอันตราย และให้ค่อยๆ เดินลึกเข้าไปที่เนินนมสาว ซึ่งเคยพากันมา โดยระหว่างเดินไป โค้ชเอกจะใช้หินขีดสัญลักษณ์ลูกศรไปตามผนังถ้ำ และสั่งให้ทุกคนใช้ไฟฉายที่มีไว้ทุกคน วันละ 1 ครั้งเท่านั้น เพื่อประหยัดไฟ บางคนมีนาฬิกาก็ให้ปิดเปิดเป็นบางเวลา และให้อยู่เป็นกลุ่มนั่งสมาธิ ผ่อนคลายความเครียด ให้ตั้งสติอยู่ในความสงบ

นายอดิศักดิ์ เล่าต่อว่า 3 วันแรกโค้ชเอกให้เด็กกินน้ำหยดจากผนังถ้ำเพื่อความสะอาด แต่ไม่อิ่ม ต่อมาจึงให้กินน้ำที่ไหลมาจนสะอาด หรือไม่ก็ต้องยอมกินเพื่อความอยู่รอด

วันนี้ตนเดินผ่านโค้ชเอก พูดคุยกันและชมว่ามีความเข้มแข็ง เก่ง ที่คุมเด็กๆ ได้ปลอดภัยทุกคน ซึ่งโค้ชเอกมีบาดแผลที่คอเล็กน้อย และยังไม่ค่อยอยากพูดอะไรมาก

ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/ko3WTBXUGNs

แท็กที่เกี่ยวข้อง  

คุณอาจสนใจ