สรุปข่าว
เรื่องเล่าหน้าหนึ่ง 28 ก.พ.63 แฟลชม็อบ นศ.-สภาปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ-บุกยิงแฟนสาวกลางห้างอีกแล้ว
28 ก.พ. 2563
1.9K views
-โรงเรียนนานาชาติฮาร์โรว์ สั่งปิดร.ร.ถึง 6 มี.ค.หลังพบ นร.-ผู้ปกครองจำนวนมาก กลับจากประเทศกลุ่มเสี่ยงโควิด-19 ระหว่างนี้จัดให้เรียนทางออนไลน์ และทำความสะอาดฆ่าเชื้อใน ร.ร. ที่ร.ร.นานาชาติไทย-สิงคโปร์ ปิดเรียนถึง 2 มี.ค.วันเปิดเรียนผู้ปกครองและ นร.ต้องยื่นพาสปอร์ตให้ดูว่าเดินทางไปยังพื้นที่เสี่ยงหรือไม่ ใครไม่ทำตามไม่ให้เข้า ร.ร.
สำนักงานเขตดอนเมืองเข้าฉีดพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อ ภายในบ้านปู่ย่าหลาน รวมถึงพื้นที่รัศมี 50 ม.ผลตรวจคนในครอบครัว ปู่ ย่า หลานคนโตติดเชื้อ ส่วนพ่อ แม่ หลานคนเล็กไม่ติดเชื้อ ตรวจบุคคลใกล้ชิด 101 คน พบ 97 คนปลอดเชื้อ ส่วนอีก 4 คนผลยังไม่ออก
ผอ.กองโรคติดต่อทั่วไป นพ.โสภณ เอี่ยมศิริถาวร ยืนยันการติดเชื้อในไทยอยู่ในวงจำกัด หรือระยะ 2 ยอดสะสมในไทย 40 คน หายกลับบ้านแล้ว 27 คน รักษาตัว 13 คน ส่วนทั่วโลกติดเชื้อ 82,810 คน เสียชีวิต 2,814 คน รักษาหาย 33,310 คน
อนุทินระบุไม่ได้บังคับให้คนกลับพื้นที่เสี่ยงต้องกักตัว 14 วัน แต่ใครทำได้ก็จะดี กรณีรัฐมนตรี ได้แก่ นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์, นายอุตตม สาวนายน และนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ ที่เพิ่งกลับจากพื้นที่กลุ่มเสี่ยง และไม่ได้กักตัว 14 วัน อนุทินย้ำทั้ง 3 ท่านสังเกตอาการตัวเองอย่างดี และได้ไปตรวจหาเชื้อทั้งหมดแล้ว พร้อมลงนามในประกาศโรคติดต่ออันตรายแล้ว ราชกิจจานุเบกษาจะประกาศใช้วันนี้ ใครปกปิดข้อมูลเดินทางต้องโดนโทษปรับ
ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : ร.ร.นานาชาติสั่งปิด ผวาโควิด-19 ระบาด หลังเด็กกลับจาก ตปท. พ่อแม่แห่รับลูกกลับบ้าน
พ่นยาฆ่าเชื้อรอบบ้านปู่ย่าติดโควิด-19 ตรวจคนระยองร่วมกรุ๊ปทัวร์ ไม่พบติดเชื้อ
ตรวจคนใกล้ชิดปู่ย่าเที่ยวญี่ปุ่น พบ 97 คนไม่ติดเชื้อ - เอกชนเข้มให้ พนง.ลาออก หากยังไปเที่ยวนอก
'อนุทิน' ยัน 'สมคิด-อุตตม-ศักดิ์สยาม' เพิ่งกลับจาก ตปท. ตรวจเชื้อหมดแล้ว สภาบิ๊กคลีนนิ่งก่อนอภิปราย
-การชุมนุมประท้วงแบบแฟลชม็อบ ของกลุ่มนักเรียน นักศึกษา ทั่วประเทศ ต่อเนื่องวันที่ 3 มีการนัดหมายชุมนุมถึง 14 แห่งทั่วประเทศ อาทิ
กลุ่มนักศึกษากลุ่มลูกพ่อขุนโค่นล้มเผด็จการเพื่อประชาธิปไตย ร่วมจัดกิจกรรมชุมนุมเชิงสัญลักษณ์ภายใต้แฮชแท็ก #ลูกพ่อขุนไม่รับใช้เผด็จการ เรียกร้องความยุติธรรมให้กับพรรคอนาคตใหม่ มีการขึ้นป้ายผ้า ชูสัญลักษณ์สามนิ้ว อ่านแถลงการณ์เรียกร้องให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ลาออกจากตำแหน่งเปิดทางให้มีรัฐสภาเลือกบุคคลที่ได้รับความเชื่อมั่น มาบริหารประเทศแทน
ที่โคราช นักเรียนนักศึกษาโคราชกว่า 500 คน แสดงพลังแฟลชม็อบ โดยมีนักศึกษาศิษย์เก่า และศิษย์ปัจจุบัน มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน ได้ออกมารวมพลังแสดงจุดยืน ภายใต้แฮชแท็ก #ราชมงคลจะไม่ทนอีกต่อไป #ราชมงคลอีสานต่อต้านเผด็จการ ร่วมร้องเพลงชาติไทยร่วมกัน ก่อนเปิดแสงแฟลชจากมือถือยืนไว้อาลัยให้กับรัฐบาลชุดปัจจุบัน
มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ หาดใหญ่ จังหวัดสงขลา นักศึกษาจัดกิจกรรมรวมตัวสนับสนุนประชาธิปไตย ประกาศว่า หาดใหญ่ คือพื้นที่เสรีภาพทางการเมือง ในนามเด็กใต้ ของคนไทย ขอประกาศว่าคนใต้ไม่ใช่สลิ่ม มีผู้ตะโกนว่า ‘ยางโล 85 ชาติหน้าหรือชาตินี้ จากนั้นมีผู้ตะโกนขานรับกึกก้อง
เตรียมอุดมศึกษารวมตัววางพวงหรีดไว้อาลัยประชาธิปไตย ประกาศไม่ก้มหัวให้เผด็จการ ปราศรัยแสดงจุดยืนไม่พอใจการเมืองไทย ระหว่างจัดกิจกรรมมีเจ้าหน้าที่ดูแลความปลอดภัย
ด้านนายกรัฐมนตรี พูดถึงการชุมนุมในสถาบันการศึกษาว่า เด็กเหล่านี้อาจรู้เท่าไม่ถึงการณ์ อาจถูกชักชวน ถูกปลุกมาโดยฟังความข้างเดียว ขอให้นักศึกษาช่วยฟังข้อมูลของรัฐบาล สิ่งที่เป็นกังวลคือ กฎหมายมีความศักดิ์สิทธิ์นะครับ ไม่ว่าวันนี้วันหน้า ผมไม่ได้ขู่นะครับ หลายๆ อย่างถูกดำเนินการอยู่ในคดีความทั้งหมด ไม่ว่าจะสีไหนก็ตาม ปลุกระดมกันอย่างไร สิ่งที่ผมห่วงคือ ห่วงอนาคตของคนเหล่านี้มากกว่า ผมไม่ได้โกรธเด็กๆ หลานๆ ลูกๆ เลย ไม่โทษนักศึกษาแต่อาจจะต้องกล่าวถึงคนที่ไปนำสิ่งเหล่านี้ออกมา คิดว่าอันตรายที่สุด แล้วอนาคตเขาจะหมดไปในวันหน้าด้วยคดีอาญา ไม่อยากให้เกิดขึ้นอีกจริงๆ
ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : นักเรียน-นักศึกษา 14 สถาบัน จัดแฟลชม็อบ - นายกฯไม่โกรธลูกๆหลาน ห่วงถูกปลุกระดม
-สภาปิดการอภิปรายไม่ไว้วางใจแล้ว ซึ่งช่วงท้ายเกิดความวุ่นวาย หลังจากฝ่ายค้าน ขอขยายเวลาจาก 1 ทุ่มตามข้อตกลง เนื่องจากมีผู้อภิปรายเหลืออีก 5 คน และยังมีรัฐมนตรีบางคนยังไม่ได้ถูกอภิปราย แต่ฝ่ายรัฐบาลไม่ยอม ทำให้ฝ่ายค้านไม่พอใจ และได้วอคเอ้าท์จากห้องประชุม จากนั้นที่ประชุมลงมติ 251 เสียง ปิดการอภิปรายไม่ไว้วางใจ โดยประธานนัดลงมติวันพรุ่งนี้เวลา 09.30 น.
ขณะที่ 5 ส.ส.อดีตพรรคอนาคตใหม่ เคลื่อนไหวทันที แถลงเปิดอภิปรายต่อนอกห้องประชุม พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ตั้งข้อสังเกตว่ามีเงื่อนงำในการอภิปรายครั้งนี้ อาจจะมีการเจรจาระหว่างคนในรัฐบาลและพรรคฝ่ายค้านบางพรรค เพื่อวิ่งเต้นไม่ให้อภิปรายพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ และจัดลำดับพลเอกประวิตร เป็นคนสุดท้าย เพราะการอภิปรายตลอด4 วันมีเพียงนายกรัฐมนตรี คนเดียวที่ถูกอภิปรายเต็มๆ ส่วนรัฐมนตรีคนอื่นๆเป็นเพียงการถูกอภิปรายพาดพิงเท่านั้น
ขณะที่แกนนำพรรคฝ่ายค้าน ร่วมกันแถลงจุดยืนหลังจากที่ฝ่ายรัฐบาลเสนอปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจในเวลา แต่ไม่มีตัวแทนพรรคอนาคตใหม่เข้าร่วม ผู้นำฝ่ายค้าน นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ กล่าวว่า รัฐบาลไม่ได้เห็นประโยชน์ในเวลาที่เหลือ ซึ่งฝ่ายค้านเหลือผู้อภิปราย 5 คน ซึ่งประธานสภาพยายามช่วยเจรจาขอเวลาเพิ่ม แต่รัฐบาลไม่เห็นความสำคัญของเวลาที่เหลือ เหมือนไม่อยากให้ฝ่ายค้านนำสิ่งสำคัญมาชี้แจง จึงตัดสินใจปล่อยให้รัฐบาลดำเนินการต่อไป โดยฝ่ายค้านจะไม่เข้าร่วมประชุมสภาผู้แทนราษฎรในวันพรุ่งนี้
สุทิน คลังแสง ประธานวิปรัฐบาล กล่าวว่า คิดว่ากรอบเวลาจะมีการยืดหยุ่นกันได้ แต่ประเมินน้ำใจรัฐบาลผิด แม้ ประธานสภาผู้แทนราษฎร จะขอเวลาให้อีก 1 ชั่วโมง แต่ฝ่ายรัฐบาลก็ไม่ให้ เมื่อการอภิปรายไม่ครบถ้วน ก็ไม่สามารถสรุปการอภิปรายได้ จึงลงมติไม่ได้ ตนเสียดายโอกาสมากที่ไม่ได้สรุปการอภิปราย
ส่วนที่พรรคอนาคตใหม่อาจรู้สึกหวาดระแวง เนื่องจากไม่สามารถบริหารจัดการเวลา จนทำให้ ส.ส.พรรคอนาคตใหม่หลายคนไม่ได้อภิปราย สุทินบอกพอเข้าใจคลาดเคลื่อนเคยเกิดขึ้น แต่คิดว่าเมื่อคุยกันแล้วจะเข้าใจกัน เชื่อว่าไม่มีปัญหา ยืนยันว่าการจัดอันดับพลเอกประวิตร ไว้สุดท้าย ไม่ได้มีการวิ่งเต้น หรือดีลเป็นมวยล้มต้มคนดู แต่เป็นการจัดลำดับตามความน่าสนใจ โดยขึ้นต้นที่นายกฯ ปิดท้ายด้วยพลเอกประวิตร
ด้านนายกฯ ยืนยันตนและคณะรัฐมนตรีไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับปัญหาความวุ่นวายในสภาฯ ที่ทำให้ฝ่ายค้านต้องวอล์กเอ้าท์ออกจากห้องประชุม เพราะเป็นเรื่องข้อบังคับของสภาฯ พร้อมมั่นใจถึงการลงมติในวันนี้(28 ก.พ.) จะเป็นไปอย่างราบรื่น ส่วนการจัดสรรเวลา เป็นเรื่องของฝ่ายค้านต้องบริหารเวลากันเอง เรื่องที่ถูกอภิปรายไปสู่การฟ้องร้องเพราะไม่มีหลักฐานและข้อเท็จจริง
ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : ฝ่ายค้านวอล์คเอ้าท์ เวลาไม่พอ ส.ส.5 คนอดอภิปราย - อนค.เชื่อมีวิ่งเต้นช่วย 'บิ๊กป้อม' รอดซักฟอก
'ปิยบุตร' เดือดโพสต์ซัดเพื่อไทย ล้มมวย-ยื้อเวลา ป้อง 'บิ๊กป้อม'
ส่อรอยร้าว 'อนาคตใหม่-เพื่อไทย' โพสต์โซเชียลเสียงแตก เข้า-ไม่เข้าสภา ลงมติไม่ไว้วางใจ
-นายศรัณย์วุฒิ ศรัณย์เกตุ ส.ส.อุตรดิตถ์ พรรคเพื่อไทย ลุกขึ้นอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกฯ, นายดอน ปรมัตถ์วินัย และนายวิษณุ เครืองาม กล่าวหา ร่วมแก้กฎหมายลดค่าปรับภาษีบริษัทบุหรี่นอก ทำยาสูบไทยตาย เตรียมยกพื้นที่ให้เจ้าสัว จ. พบพิรุธจัดซื้อรถถังยูเครนไม่ใช่จีทูจี
ระบุ ความเสียหาย 84,000 ล้านบาทจากการต่อสัมปทานของบริษัทฟิลลิปมอร์ริส แต่ถูกเตะถ่วงด้วยรัฐมนตรีดอน จนเหลือค่าปรับที่ประเทศไทยจะได้รับ 1,225 ล้านบาท โดยผลของการกระทำผิดนี้ กระทบต่อโรงงานยาสูบไทยเจ๊งทั้งระบบ กระทบคนมากกว่า 2 ล้านชีวิต
ขณะเดียวกัน มีการจัดตั้งบริษัท 69 พร็อพเพอร์ตี้ ของนายทุนที่มีความเกี่ยวกันกับเจ้าสัว ก็ตั้งบนประเทศที่เป็นเกาะบริติชเวอร์จิ้น เพื่อหลีกเลี่ยงภาษี และเป็นบริษัทที่ซื้อที่ดินบ่อปลาของพลเอกประยุทธ์ 9 แปลง ราคา 600 ล้านบาทมากกว่าการประเมิน 3 เท่า การสร้างถนนจากเส้นตรงก็โค้งผ่านหน้าที่ดินที่นายกฯ ขายให้เจ้าสัว และที่นายกรัฐมนตรีอ้างว่า ไม่ทราบ เพราะเป็นที่ดินของพ่อ
นอกจากนี้ มีภาพนายกฯสมัยเป็น ผบ.ทบ. ไปซื้อรถถังที่ประเทศยูเครน 7,000 ล้านบาท และส่งมอบรถล่าช้าไปอีก 4 ปี ซึ่งมีค่าปรับหรือไม่ และมีคนไทยคนนึงที่เข้าไปทำงานในสถานทูต เข้าไปเป็นตัวแทนในการเจรจาก่อนทำสัญญาของประเทศยูเครน เพื่อซื้ออาวุธ แทนที่จะเป็นการซื้อระหว่างรัฐกับรัฐ แต่กลับเป็นการซื้อผ่านตัวแทน
ในช่วงท้ายของการอภิปราย นายศรัณย์วุฒิ พยายามโยงประเด็นถวายสัตย์ และความจงรักภักดี แต่นายชวน หลีกภัย ประธานการประชุม ขอไม่ให้พูดเรื่องนี้ โดยนายศรัณย์วุฒิ ระบุว่า การอภิปรายวันนี้ อาจมีความเสี่ยง แต่ตนเองได้สั่งเสียครอบครัวไว้แล้ว หากนายกรัฐมนตรี เป็นชายชาติทหาร จึงขอท้าให้ไปหน้าวัดพระแก้ว นำกระสุนไปคนละนัดว่าใครจะจงรักภักดีมากกว่ากัน จนในที่สุดเกิดการประท้วง และนายศรัณย์วุฒิ ต้องถอนคำท้า และปิดการอภิปรายทันที
จากนั้นนายกฯ ลุกขึ้นชี้แจงเรื่องการซื้อขายที่ดิน ยืนยัน พ.อ.ประพัฒน์ จันทร์โอชา บิดา เป็นผู้ซื้อขายที่ดินในปี 2556 ซึ่งสุขภาพร่างกายแข็งแรง ไม่ใช่ปี 2559 ที่ป่วย จนมีคำสั่งศาลให้ตนเป็นผู้พิทักษ์ทรัพย์ และยืนยันเสียภาษีถูกต้อง ตรวจสอบได้ที่กรมสรรพากร
ส่วนเรื่องประเด็นฟิลลิป มอริส และ การจัดซื้อรถถัง และเรื่องกระทรวงการต่างประเทศ มีคำตอบทุกประเด็น ขอให้ติดตาม และขอให้ผู้อภิปรายไปศึกษาดูกฎหมายด้วยว่า ไทยไม่มีกฎหมายบาร์เตอร์เทรด ที่จะนำสินค้าไปแลกอาวุธไม่ได้ แตกต่างจากจีทูจี เรื่องการจัดส่งรถถังล่าช้า เพราะมีปัญหาการแบ่งแยกประเทศ ระหว่างยูเครนกับรัสเซีย และที่เดินทางไปเยือนยูเครนไปเยือนตามคำเชิญ ไม่ได้ไปซื้อรถถัง ส่วนการย้ายโรงงานยาสูบ ก็เป็นไปตามแผนธุรกิจ ไม่มีการเอื้อประโยชน์ให้กับกลุ่มทุน พร้อมกันนี้นายกรัฐมนตรี กล่าวขอบคุณนายศรัณย์วุฒิ ที่อภิปรายสนุกดี แต่ขอให้เอาสาระต่างๆมาพูด ไม่อยากให้เสียเวลามีค่าของสภา
ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : สภาเดือด! 'ศรัณย์วุฒิ' แฉพิรุธจัดซื้อรถถัง ท้า 'บิ๊กตู่' ดวลปืนคนละนัด หน้าวัดพระแก้ว
-หนุ่มบุกยิงแฟนสาวกลางห้างเซ็นทรัลพลาซา สาขารัตนาธิเบศร์ ทำปชช.แตกตื่นหนีตาย ร้านค้าต่างรีบปิดประตูเหล็ก เปิดสัญญาณฉุกเฉินหลังเกิดเหตุ รปภ.คุมตัวชายคนดังกล่าวได้ สารภาพใช้ปืนไล่ยิงฝ่ายหญิงจริง จากปมหึงหวง
ขณะที่ฝ่ายหญิงบอกว่าก่อนหน้านี้ ฝ่ายชายได้โพสต์โชว์อาวุธปืนในเฟซบุ๊ก พร้อมทั้งส่งข้อความบอกว่าจะมาฆ่าตน ตนเองจึงได้ไปแจ้งความไว้ที่ สภ.ปากเกร็ด ถึงวันมาจริงเดินเข้ามาใช้อาวุธยิงใส่ตน 1 นัด แต่ไม่โดน ตนจึงได้วิ่งหนี แต่ก็ถูกปืนยิงใส่อีก 3 นัด แต่กระสุนไม่โดน ก่อนที่ฝ่ายชายจะวิ่งตามมาทัน และลงมือทำร้าย
ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : ระทึกห้างดัง! อดีตผัวหึงโหดไล่ยิงเมียเก่า กลางห้างย่านรัตนาธิเบศร์ ปชช.แตกตื่น
-สาวโคโยตี้ไทย ถูกหลอกไปบ่อนคาสิโนปอยเปต เขมร บังคับเสพยาหลายชนิด-นอนกับลูกค้าจนเบลอ รวมอยู่ฝั่งกัมพูชา 16 วัน รับสภาพตัวเองไม่ได้ เมายาตลอดเวลา ก่อนหนีออกมาขอให้ทหารไทยช่วย พากลับบ้านที่ลพบุรี
ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : สาวโคโยตี้ถูกหลอกไปบ่อนปอยเปต ขอทหารช่วยพากลับบ้าน หลังถูกบังคับเสพยา-นอนกับลูกค้า
ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/EqWOurlyXEw
แท็กที่เกี่ยวข้อง