สรุปข่าว

ประเด็นข่าวรอบวัน 13 ก.พ. 63 ทลายแก๊งอุ้มบุญข้ามชาติ - เร่งค้นหานักอนุรักษ์หายในป่าราชบุรี

13 ก.พ. 2563

499 views

ค้น 10  จุด บุกทลายแก๊งอุ้มบุญข้ามชาติ
ตำรวจเปิดปฎิบัติการจับกุมขบวนการรับจ้างอุ้มบุญ จับผู้ต้องหาตามหมายจับได้ 9 ราย พร้อมยึดทรัพย์สิน ทั้งบ้าน รถยนต์ และ ทรัพย์สินอื่นๆ หลายรายการ มูลค่ากว่า 100 ล้านบาท 
พลตำรวจตรีต่อศักดิ์ สุขวิมล รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง นำกำลังชุดสืบสวนปฏิบัติการเข้าตรวจค้นเป้าหมาย 2 จุด โดยจุดแรกเป็นบ้านหรู 2 หลัง ในหมู่บ้านแห่งหนึ่งภายในซอยนาคนิวาส 37 และทาวน์โฮมหรู ย่านทาวน์อินทาวน์ ที่เปิดบริษัทบังหน้า แต่แท้จริงแล้วเป็นกลุ่มขบวนการนายทุนชาวจีนและนายหน้าชาวไทยที่ว่าจ้างหญิงไทยให้มารับจ้างอุ้มบุญ และกระจายกำลังค้นเป้าหมายทั้งในพื้นที่ปทุมธานี และหนองคาย ซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยของแม่อุ้มบุญรวม 10 จุด สามารถจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับได้ 9 ราย 
พลตำรวจตรีต่อศักดิ์ เปิดเผยว่า ขบวนการนี้นายทุนจีนจะว่าจ้างกลุ่มนายทุนไทย ให้เป็นผู้ติดต่อชักชวนให้หญิงไทยที่เน้นผ่านการมีบุตรมาแล้ว มารับจ้างตั้งครรภ์แทน ค่าตอบแทน 300,000 - 450,000 บาทต่อการตั้งครรภ์หนึ่งครั้ง 
หากตกลงรับจ้าง กลุ่มนายทุน จะพาหญิงไทยที่รับจ้างเดินทางไปฝังตัวอ่อนที่ประเทศลาว และ กัมพูชา หลังจากนั้นจะพามาฝากครรภ์และคลอดบุตรที่ประเทศไทย แต่บางรายอาจพาไปคลอดที่ประะเทศจีนซึ่งกลุ่มนายทุนจะดำเนินการจัดการเอกสารการคลอดรวมถึงค่าใช้จ่ายต่างๆทั้งหมด ก่อนจะพาเด็กที่เกิดจากการรับจ้างอุ้มบุตร ไปส่งให้กับบุคคลที่อ้างว่าเป็นพ่อในประเทศจีน เมื่อเสร็จสิ้นขบวนการ หญิงไทยที่รับจ้างตั้งครรภ์จะได้รับค่าตอบแทน 
จากการสืบสวนพบว่าขบวนการนี้ดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2555 พบข้อมูลมีหญิงไทยรับจ้างตั้งครรภ์กระจายอยู่ตามต่างจังหวัดทั่วประเทศ กว่า 100 ราย โดยมีรายชื่อที่สามารถระบุตัวตนได้ จำนวน 29 ราย มีเด็กที่คลอดจากการอุ้มบุญไม่ต่ำกว่า 50 ราย ซึ่งวันนี้ได้เชิญตัวหญิงไทยที่รับจ้างตั้งครรภ์มาสอบปากคำ 15 ราย และสามารถช่วยเหลือเด็กที่เกิดจากแม่อุ้มบุญ 2 ราย ( อายุ4เดือน และอายุ22วัน ) 
โดยกลุ่มขบวนการนี้ได้หลีกเลี่ยงกฎหมายตาม พรบ.คุ้มครองเด็กที่เกิดโดยอาศัยเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธ์ทางการแพทย์ พ.ศ.2558 ที่ไม่อนุญาตให้นำเข้าน้ำเชื้อ หรือตัวอ่อนในประเทศไทย ขบวนการนี้จึงนำหญิงอุ้มบุญไปฉีดน้ำเชื้อในการตั้งครรภ์ในประเทศเพื่อนบ้านแทน โดยสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 9 ราย ตามหมายจับ พร้อมยึดทรัพย์สิน ซึ่งอาจเป็นทรัพย์สินที่ได้มาจากการกระทำความผิดหรือการฟอกเงิน ทั้งรถยนต์ 16 รายการ มูลค่า15ล้านบาท และบ้านพัก/บริษัทย่านลาดพร้าว2หลัง มูลค่า20ล้านบาท 
นอกจากนี้ยังมีทรัพย์สินรายการอื่น ตรวจสอบและยึดได้รวมอีกกว่า 100 ล้านบาท หลังจากนี้ จะเร่งดำเนินคดีกับกลุ่มนายหน้า , แพทย์ และบุคคลอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการรับจ้างอุ้มบุญ และ จะดำเนินคดีกับผู้ที่โฆษณา ชักชวนให้หญิงมารับจ้างอุ้มบุญ ผ่านทางโซเชียลมีเดีย พร้อมจะประสานไปกับทางการจีน เพื่อพิสูจน์ทราบว่าเด็กที่เกิดจากการอุ้มบุญได้ออกไปเพื่อ ประโยชน์ด้านใด หากพบว่า มีการนำไปค้ามนุษย์ เช่น การนำไปตัดอวัยวะบางส่วนเพื่อรักษาผู้ว่าจ้างอุ้มบุญ ก็จะได้แจ้งข้อหาเพิ่มเติมกับกลุ่มผู้ต้องหาต่อไป 
เบื้องต้นแจ้ง 3 ข้อหา สมคบกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำผิดร้ายแรงอันเกี่ยวข้องกับองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ ร่วมกันดำเนินการให้มีการตั้งครรภ์แทนเพื่อประโยชน์ทางการค้าและห้ามมิให้ผู้ใดโฆษณาหรือขายข่าวให้แพร่หลายด้วยประการใดๆเกี่ยวกับการตั้งครรภ์แพง ว่ามีหญิงประสงค์ที่จะเป็นผู้รับตั้งครรภ์แทนผู้อื่น หรือมีบุคคลอื่นที่ประสงค์จะให้หญิงอื่นเป็นผู้รับตั้งครรภ์แทน ไม่ว่าจะได้กระทำเพื่อประโยชน์ทางการค้า 
นายธเรศ กรัษนัยรวิวงศ์ อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพกระทรวงสาธารณสุข ระบุว่า จากการตรวจสอบเบื้องต้น มีสถานพยาบาลเข้ามาเกี่ยวข้องในขบวนการนี้ 9 แห่ง ทั้งในพื้นที่กรุงเทพมหานครและต่างจังหวัด ซึ่งสถานพยาบาลดังกล่าวได้ขออนุญาตรับฝากครรภ์ในกรณีอุ้มบุญแล้ว หลังจากนี้จะต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงว่า เจตนาทำผิดหรือไม่ ส่วนอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่พบ คาดว่า ในช่วงนี้ประเทศจีนกำลังเกิดโรคระบาด covid19 จึงต้องจัดหาซื้อตู้อบเด็ก เตรียมรับมือเด็กที่คลอดออกมาและยังมีร่างกายไม่แข็งแรงสมบูรณ์ 
ทั้งนี้ ได้พูดถึงการอุ้มบุญที่ถูกต้องตามพ.ร.บ. คุ้มครองเด็กที่เกิดโดยอาศัยเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ทางการแพทย์พุทธศักราช 2558 จะต้องเป็นชาวไทยสามีภรรยาที่จดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมาย หรือ หากคนใดคนหนึ่งเป็นต่างชาติต้องจดทะเบียนไม่น้อยกว่า 3 ปี โดยสาระสำคัญการอุ้มบุญต้องเป็นเครือญติ ไม่มีการว่าจ้าง ห้ามเลือกเพศ และเมื่อเด็กออกมาห้ามปฏิเสธเด็กที่เกิดออกมา จึงฝากประชาสัมพันธ์ว่าใครประสงค์ที่จะ ให้มีการตั้งบุตรแทน ขอให้ติดต่อสถานพยาบาลที่ได้รับอนุญาตให้มีการอุ้มบุญ 97 แห่งทั่วประเทศ ซึ่งแพทย์จะได้รับการรับรองจากแพทยสภาด้วย ด้านกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ได้ดำเนินการดูแลเด็กที่เกิดจากการอุ้มบุญชั่วคราว2ราย ซึ่งขณะนี้ยังไม่ปรากฎว่าใครเป็นพ่อและแม่
สภาฯ ผ่านร่าง พ.ร.บ.งบฯ 63
ภาฯ ลงมติรวด เห็นชอบร่าง พ.ร.บ.งบปี 63 หลังมีปัญหาเรื่ององค์ปะชุมไม่ครบ
หลังจากมีปัญหาองค์ประชุมไม่ครบระหว่างการลงมติมาตรา 6 ร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจําปี 2563 นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร สั่งให้ลงมติใหม่ตั้งแต่มาตรา 1 ตั้งแต่เวลา 15 นาฬิกา โดยการลงมติแต่ละมาตราก็ดำเนินไปอย่างรวดเร็วโดยใช้เวลาเพียง 1 ชั่วโมง 15 นาที ก็เสร็จสิ้นการลงมติวาระที่ 2 และลงมติวาระที่ 3 ด้วยคะแนนเสียง 257 ต่อ 1 เสียง งดออกเสียง 3 เสียง เห็นชอบร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2563
นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ในฐานะตัวแทนพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีเล็งเห็นความสำคัญและทราบถึงความทุ่มเทของสมาชิกทุกคน ตลอดจนคณะกรรมาธิการ ที่พร้อมใจกันให้ความเห็นชอบร่วมกันพิจารณาลงมติผ่านร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2563 แม้จะมีปัญหาอยู่บ้าง 
แต่ในที่สุดก็ได้รับความเห็นชอบจากสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งรัฐบาลภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรี ขอให้คำมั่นสัญญาว่าจะดำเนินการบริหารงบประมาณภายใต้พระราชบัญญัติฉบับนี้ ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดต่อประเทศชาติและพี่น้องประชาชน จะใช้จ่ายงบประมาณของรัฐที่ผ่านความเห็นชอบด้วยความระมัดระวังตามหลักธรรมาภิบาลอย่างเคร่งครัด และขอให้ความมั่นใจว่าเงินทุกบาททุกสตางค์ ซึ่งมาจากการเสียภาษีของพี่น้องประชาชน จะถูกนำไปใช้จ่ายในการพัฒนาประเทศเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด เศรษฐกิจประเทศจะต้องดีขึ้นและเดินหน้าต่อไปได้ และแก้ปัญหาความยากจนซึ่งถือเป็นปัญหาที่สำคัญที่สุดของรัฐบาลนี้ 
และแน่นอนที่สุด รัฐบาลจะดำเนินการทุกวิถีทางที่จะใช้จ่ายงบประมาณด้วยความซื่อสัตย์สุจริต และเกิดความคุ้มค่าในการใช้จ่ายทุกเม็ดเงิน ซึ่งสามารถตรวจสอบได้ ในนามของรัฐบาล จึงขอขอบคุณประธานสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรผู้ทรงเกียรติทุกท่าน คณะกรรมาธิการงบประมาณ ที่ได้ให้ความร่วมมือสนับสนุนให้ร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2563 ผ่านสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ไปได้ด้วยดี
นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าว ขอบคุณผู้นำฝ่ายค้านที่อยู่ในที่ประชุมตลอดการพิจารณา ขอย้ำว่านี่คือหน้าที่ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร มีปัญหาก็ต้องแก้ โดยยึดความสุจริต ความถูกต้อง ความจริง เป็นหลัก แล้วปัญหาทุกอย่างจะแก้ไขได้ ขอให้สมาชิกกันส่วนรับรู้ร่วมกัน ซึ่งทราบดีว่าหลายคนมีภารกิจ แต่เนื่องจากภาระหน้าที่ ก็ต้องอยู่ให้ครบวาระการพิจารณาให้จบ และการใช้เงินภาษีของประชาชน ต้องทำหน้าที่ให้ดีที่สุด และมีหน้าที่ติดตามต่อไปไม่ให้เงินรั่วไหล ซึ่งเป็นภาระที่ไม่จบสิ้น และขอบคุณเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายที่เหนื่อยกับภารกิจ
หลังการพิจารณาเสร็จสิ้น คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2563 ได้ถ่ายรูปร่วมกัน โดยนายวีระกร คำประกอบ ส.ส.นครสวรรค์ พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะกรรมาธิการ บอกว่า คณะกรรมาธิการชุดนี้ มีความพิเศษกว่าคณะกรรมาธิการงบประมาณชุดอื่น เพราะมีการโหวตถึง 3 รอบ
'เกรท วรินทร' เข้าแจ้งความ หลังถูกมือดีฉกภาพร้านทองไปแอบอ้าง
เกรท วรินทร” นักแสดงช่อง 3 ร้อง ตำรวจปอท. โดนมือดีปลอมเฟซบุ๊กร้านทองของครอบครัว ใช้หลอกลวงประชาชน 
นาย วรินทร ปัญหกาญจน์ หรือ “เกรท วรินทร” นักแสดงช่อง 3 นำภาพหน้าเฟซบุ๊กของคนร้ายที่แอบนำภาพของเกรซและครอบครัว ซึ่งเปิดธุรกิจร้านทอง ชื่อ "หวังเงินไทย" มาแอบอ้างว่า ว่า มีการแจกเงิน 5 พันบาท หากร่วมกิจกรรมกับทางหน้าเพจเฟซบุ๊ก ทำให้ครอบครัวได้รับความเสียหาย และเกรงว่าจะเป็นการหลอกลวงประชาชนให้เสียทรัพย์ จึงมาแจ้งความ 
และนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ครอบครัวโดนแอบอ้าง เมื่อกลางปีที่แล้วก็โดนมาแล้วครั้งหนึ่ง พอแจ้งความก็หายไปพักหนึ่ง
เกรซ ยืนยันว่า ร้านทองของครอบครัวมีเพียงร้านเดียวอยู่ในอำเภอหล่มสัก จังหวัดเพชรบูรณ์ ไม่มีสาขาในพื้นที่อื่น การโพสแบบนี้อาจจะเป็นการหลอกลวง ตำรวจเปิดเผยว่าเข้าข่ายความผิดเรื่องนำรูปภาพไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต ส่วนจะหลอกลวงหรือไม่ อยู่ระหว่างการตรวจสอบ
ระดมกำลังเจ้าหน้าที่ค้นหานักอนุรักษ์หายเข้าป่าไป 3 วันยังไม่เจอ
นายอำเภอปากท่อ จ.ราชบุรี นำกำลังฝ่ายปกครอง ตำรวจ ป่าไม้ จิตอาสา ชาวบ้าน กว่า 100 นาย ตามหานักอนุรักษ์ ค้นหานักอนุรักษ์หายเข้าป่าไป 3 วันยังไม่เจอ พบเพียงรถจักรยานยนต์พ่วงข้างจอดทิ้งริมป่า 
เวลา 13.00 น. ( 13 ก.พ. 63 ) นายประทีป นทีทวีวัฒน์ นายอำเภอปากท่อ จ.ราชบุรี นายสุชาติ บัวบาง หัวหน้าหน่วยป้องกันรักษาป่าที่ รบ. 3 ( พุยาง ) นายลือชา วงศ์เปี่ยม ปลัดอำเภอปากท่อ เจ้าหน้าที่ตำรวจ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน พร้อมเจ้าหน้าที่ป่าไม้ จิตอาสา ชาวบ้านกว่า 100 นาย ร่วมประชุมวางแผนเพื่อออกติดตามค้นหา นายสงคราม เอื้อนยศ อายุ 70 ปี อยู่บ้านเลขที่ 64 หมู่ 16 ต.ทุ่งหลวง อ.ปากท่อ จ.ราชบุรี นักอนุรักษ์ด้านสิ่งแวดล้อมที่ชาวบ้านในชุมชน ต.ทุ่งหลวง มีความรักและหวงแหนในทรัพยากรป่าไม้มาก และยังมีความรู้เรื่องพืชผลทางเกษตรจนเป็นที่ยอมรับของชาวบ้านในชุมชน 
โดยได้หายออกจากบ้านไปตั้งแต่วันที่ 9 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ยังไม่มีใครพบเห็น ซึ่งญาติได้ไปพบรถรถจักรยานยนต์พ่วงข้างจอดอยู่บริเวณริมป่า พื้นที่หมู่ที่ 16 ต.ทุ่งหลวง โดยครอบครัวของนายสงครามได้พาญาติและเพื่อนบ้านออกติดตามค้นหามาแต่ก็ยังไม่พบตัว จึงได้แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจประสานเจ้าหน้าที่ออกค้นหา 
ในวันนี้ แบ่งกำลังออกติดตามค้นหาหลายจุดในพื้นที่ใกล้จุดเกิดเหตุ ที่เป็นป่าภูเขาสูง เพราะผู้ที่หาตัวไปชอบเข้าป่าเพื่อไปดูฝายกันน้ำที่ชุมชนสร้างไว้ แต่ส่วนใหญ่ไปเช้าเย็นกลับ แต่ครั้งนี้กับหายตัวไปสามวันแล้วยังไม่กลับมา ญาติเกรงจะเกิดอันตราย

แท็กที่เกี่ยวข้อง  

คุณอาจสนใจ