พระราชสำนัก
ในหลวง พระราชินี เสด็จฯ ขบวนพยุหยาตราทางชลมารค ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลถวายผ้าพระกฐิน
7 พ.ย. 2569
30 views
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินโดยขบวนพยุหยาตราทางชลมารค ไปในการพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลถวายผ้าพระกฐิน ณ วัดอรุณราชวราราม ราชวรมหาวิหาร เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 4 รอบ สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี 3 มิถุนายน 2569
วานนี้เวลา 15 นาฬิกา 35 นาที พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วย สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา, สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าทีปังกรรัศมีโชติ มหาวชิโรตตมางกูร สิริวิบูลยราชกุมาร และเจ้าคุณพระสินีนาถ พิลาสกัลยาณี ไปยังท่าวาสุกรี เพื่อประทับเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ ไปในการพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลถวายผ้าพระกฐิน โดยขบวนพยุหยาตราทางชลมารค ณ วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 4 รอบ สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี 3 มิถุนายน 2569
ในการนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ประทับเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา และสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าทีปังกรรัศมีโชติ มหาวชิโรตตมางกูร สิริวิบูลยราชกุมาร เสด็จไปประทับเรือพระที่นั่งอเนกชาติภุชงค์ พร้อมด้วย เจ้าคุณพระสินีนาถ พิลาสกัลยาณี
จากนั้น ขบวนพยุหยาตราทางชลมารคเคลื่อนจากท่าวาสุกรี ตามชลวิถีท้องน้ำเจ้าพระยา ไปยังท่าวัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้จัดขึ้น ในการเสด็จพระราชดำเนินไปทรงบำเพ็ญพระราชกุศลถวายผ้าพระกฐิน ณ วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 4 รอบ สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี 3 มิถุนายน 2569
ขบวนพยุหยาตราทางชลมารค ประกอบด้วยเรือพระราชพิธี จำนวน 52 ลำ แบ่งการจัดขบวน เป็น 5 ริ้ว 3 สาย ความยาว 1 พัน 280 เมตร ความกว้าง 90 เมตร ใช้กำลังพลประจำเรือในขบวนเรือพระราชพิธี รวม 2 พัน 300 นาย
ริ้วสายนอก ประกอบด้วย เรือดั้ง 22 ลำ และเรือแซง 6 ลำ ริ้วสายในขนาบข้างสายเรือพระที่นั่ง ประกอบด้วย เรือทองขวานฟ้า และเรือทองบ้าบิ่น เป็นเรือประตูหน้านำริ้วขบวน เรือเสือทยานชล และเรือเสือคำรณสินธุ์ เป็นเรือพิฆาต, เรือรูปสัตว์ 8 ลำ ได้แก่ เรืออสุรวายุภักษ์, เรืออสุรปักษี, เรือกระบี่ราญรอนราพณ์, เรือกระบี่ปราบเมืองมาร, เรือพาลีรั้งทวีป, เรือสุครีพครองเมือง, เรือครุฑเหินเห็จ และเรือครุฑเตร็จไตรจักร และปิดท้ายริ้วสายในด้วย เรือเอกไชยเหินหาว และเรือเอกไชยหลาวทอง ซึ่งเป็นเรือคู่ชัก รวม 14 ลำ
ส่วนริ้วสายกลาง ซึ่งเป็นเรือสายสำคัญ ประกอบด้วย เรือพระที่นั่ง 4 ลำ ได้แก่ เรือพระที่นั่งอนันตนาคราช เป็นเรือเชิญผ้าพระกฐิน, เรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ เป็นเรือพระที่นั่ง ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี, เรือพระที่นั่งอเนกชาติภุชงค์ เป็นเรือที่ประทับของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา และสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าทีปังกรรัศมีโชติ มหาวชิโรตตมางกูร สิริวิบูลยราชกุมาร และเจ้าคุณพระสินีนาถ พิลาสกัลยาณี
และเรือพระที่นั่งนารายณ์ทรงสุบรรณ รัชกาลที่ 9 เป็นเรือพระที่นั่งสำรอง มีเรืออีเหลือง เป็นเรือกลองนอก ซึ่งเป็นเรือของรองผู้บัญชาการขบวนเรือ เรือแตงโม เป็นเรือกลองใน ซึ่งเป็นเรือของผู้บัญชาการขบวนเรือ พร้อมด้วยเรือตำรวจ และเรือแซง รวม 10 ลำ
ขบวนเรือพยุหยาตราทางชลมารค จะมีกาพย์เห่เรือเฉลิมพระเกียรติ ประพันธ์โดย พลเรือตรี ทองย้อย แสงสินชัย ศิลปินดีเด่น สาขาวรรณศิลป์ ผู้ประพันธ์กาพย์เห่เรือในขบวนพยุหยาตราชลมารค เป็นครั้งที่ 8 โดยครั้งนี้ ประกอบด้วยกาพย์เห่เรือ 4 บท ได้แก่ บทสรรเสริญพระบารมี, บทเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี, บทชมกระบวน, และบทบุญกฐิน ซึ่งเสียงเห่และทำนองบทเห่เรือ ยังทำหน้าที่เป็นสัญญาณกำหนดจังหวะการพาย ให้ฝีพายจำนวนมากพายเรือได้อย่างพร้อมเพรียงกัน ส่งผลให้ขบวนพยุหยาตราทางชลมารค ล่องไปในสายน้ำได้อย่างสง่างาม
การจัดรูปขบวนเรือพระราชพิธี มีลักษณะดุจดาวล้อมเดือน คือ เรือพระที่นั่งเป็นเดือน เรืออื่นในขบวนหน้า ขบวนแซง และขบวนหลัง เป็นดาวล้อมอยู่ทุกด้าน เพื่อให้เรือพระที่นั่งมีความสง่างามสมพระเกียรติ ใช้เส้นทางเดียวกับ ที่เคยใช้มาตั้งแต่สมัยพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร คือ เริ่มต้นจากท่าวาสุกรี ริ้วขบวนเคลื่อนผ่านสะพานกรุงธน ไปถึงหลังสะพานพระราม 8 ผ่านป้อมพระสุเมรุ สะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า โรงพยาบาลศิริราช กรมอู่ทหารเรือ ราชนาวิกสภา พระบรมมหาราชวัง หอประชุมกองทัพเรือ และถึงวัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร รวมระยะทาง 3.94 กิโลเมตร ) )
โดยตลอดเส้นทางที่ขบวนพยุหยาตราทางชลมารคล่องผ่าน มีประชาชนจำนวนมากไปรอเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท และชื่นชมความงดงามของขบวนเรือพระราชพิธี ที่วิจิตรตระการตา เป็นมรดกทางวัฒธรรมอันทรงคุณค่า ที่มีเอกลักษณ์หนึ่งเดียวในโลก
ในรัชกาลปัจจุบัน มีการจัดขบวนพยุหยาตราทางชลมารคแล้ว 3 ครั้ง ครั้งแรกในการพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช 2562 จากท่าวาสุกรี ไปยังท่าราชวรดิฐ เมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2562, ครั้งที่ 2 เป็นขบวนพยุหยาตราทางชลมารค ในการพระราชพิธีถวายผ้าพระกฐิน เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 และครั้งนี้ ในการพระราชพิธีถวายผ้าพระกฐิน เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 4 รอบ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี 3 มิถุนายน 2569
เวลา 16 นาฬิกา 47 นาที พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ประทับเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์เทียบสะพานฉนวนน้ำ แล้วเสด็จขึ้นท่าฉนวนน้ำ หน้าพระอุโบสถวัดอรุณราชวราราม
และเรือพระที่นั่งอเนกชาติภุชงค์ เทียบเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์เรียบร้อยแล้ว สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา และสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าทีปังกรรัศมีโชติ มหาวชิโรตตมางกูร สิริวิบูลยราชกุมาร เสด็จขึ้นสะพานฉนวนน้ำหน้าพระอุโบสถ
จากนั้น เสด็จพระราชดำเนิน พร้อมด้วย สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าทีปังกรรัศมีโชติ มหาวชิโรตตมางกูร สิริวิบูลยราชกุมาร และเจ้าคุณพระสินีนาถ พิลาสกัลยาณี ไปยังพระอุโบสถ ในการพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลถวายผ้าพระกฐิน พุทธศักราช 2569 โอกาสนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงรับผ้าไตรจากเจ้าพนักงานศุภรัต ทรงวางผ้าไตรเหนือพานแว่นฟ้า ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการบูชาพระพุทธธรรมมิศรราชโลกธาตุดิลก ( พระ-พุด-ทะ-ทำ-มิด-สะ-ระ-ราด-โลก-กะ-ทาด-ดิ-หลก) พระประธานพระอุโบสถ แล้วทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยถวายราชสักการะ พระบรมราชสรีรางคาร พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย รัชกาลที่ 2 แล้วทรงประกอบพิธีถวายผ้าพระกฐิน
ต่อจากนั้น ทอดพระเนตร "นิทรรศการพระปรางค์วัดอรุณราชวราราม มหาธาตุ อัตลักษณ์แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ สู่มรดกโลก" ซึ่งจัดแสดงประวัติการสร้างพระปรางค์, พระมหากรุณาธิคุณของบูรพมหากษัตริย์ ตลอดจน การบูรณปฏิสังขรณ์ และการดูแลรักษาพระอารามสืบต่อกันมา พร้อมนำเสนอคุณค่าทางสถาปัตยกรรม และศิลปกรรม เพื่อเผยแพร่องค์ความรู้ และสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับ การดำเนินงานเสนอพระปรางค์วัดอรุณราชวราราม สู่การขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก
โอกาสนี้ ทรงวางพุ่มดอกไม้ และทรงจุดเทียนเครื่องทองน้อยถวายราชสักการะ พระบรมราชานุสาวรีย์ พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ก่อนที่จะเสด็จพระราชดำเนินกลับ
แท็กที่เกี่ยวข้อง