พระราชสำนัก
พระประวัติ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ เจ้าฟ้านักกฎหมาย ผู้เปี่ยมพระอัจฉริยภาพ
6 ชั่วโมงที่แล้ว
72 views
สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ ประสูติเมื่อวันที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2521 ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต เป็นพระราชธิดาพระองค์ใหญ่ ในพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ประสูติแต่พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ และเป็นพระราชนัดดา (หลาน) พระองค์แรกในพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร กับสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง
พระองค์ทรงมีพระขนิษฐา และพระอนุชาต่างพระมารดา คือ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา และสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าทีปังกรรัศมีโชติ มหาวชิโรตตมางกูร สิริวิบูลยราชกุมาร
พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา ได้มีพระราชพิธีสมโภชเดือนและขึ้นพระอู่ ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต เมื่อวันที่ 11 มกราคม พ.ศ. 2522 โดยมีพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 ทรงเป็นประธานในพระราชพิธีตามโบราณราชประเพณี
ทั้งนี้ พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา ได้ขับร้องเพลงพระราชนิพนธ์ของ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร (ในหลวง รัชกาลที่ 9) มีเพลงลมหนาว พิกุลแก้ว นอกจากนี้ ยังมีเพลงรักคือฝันไป ของนักร้องวง สาวสาวสาว
การศึกษา
สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ ทรงเริ่มต้นการศึกษาระดับอนุบาล ประถม และมัธยมศึกษาตอนต้น ที่โรงเรียนราชินี ก่อนจะเสด็จไปศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนต้น ณ Heathfield School เมือง Ascot ประเทศอังกฤษ และเสด็จกลับมาศึกษาต่อที่โรงเรียนจิตรลดา
ระดับอุดมศึกษา สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ ทรงเลือกศึกษาในสองแขนงที่สะท้อนความสนพระทัยอย่างลึกซึ้งต่อการบริหารบ้านเมืองและกฎหมาย ได้แก่ นิติศาสตรบัณฑิต จากหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (เกียรตินิยมอันดับ 2) และรัฐศาสตรบัณฑิต จากมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช (เกียรตินิยมอันดับ 1)
ตลอดเวลาที่ทรงศึกษา พระองค์ทรงใช้ชีวิตเช่นเดียวกับนักศึกษาทั่วไป ร่วมกิจกรรมทั้งด้านการกีฬาและบำเพ็ญประโยชน์ ตัวอย่างเช่น การอัญเชิญธรรมจักรในงานฟุตบอลประเพณีจุฬาฯ - ธรรมศาสตร์ และการร่วมขบวนพาเหรดในปีมหามงคล 72 พรรษา รัชกาลที่ 9
ต่อมาพระองค์เสด็จไปศึกษาต่อที่มหาวิทยาลัยคอร์แนล มลรัฐนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นหนึ่งในมหาวิทยาลัย Ivy League ซึ่ง สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ ทรงสำเร็จการศึกษาระดับปริญญามหาบัณฑิตและดุษฎีบัณฑิตทางนิติศาสตร์ ขณะเดียวกันก็ทรงศึกษากฎหมายที่เนติบัณฑิตยสภาในประเทศไทย และในปี 2548 พระองค์ทรงสำเร็จทั้งสองสถาบันพร้อมกัน อันเป็นหลักฐานแห่งพระอัจฉริยภาพและความเพียรพยายาม
สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ ทรงปฏิบัติพระกรณียกิจในด้านต่าง ๆ ทั้งด้านสาธารณกุศลผ่าน มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภา) ยามยาก สภากาชาดไทย และด้านกฎหมาย ซึ่งทรงมีความเชี่ยวชาญ ตลอดจนปฏิบัติพระกรณียกิจสนองพระเดชพระคุณในการเสด็จแทนพระองค์อยู่โดยเสมอมา และยังได้ทรงเข้าทำงานที่คณะทูตถาวรแห่งประเทศไทย ประจำองค์การสหประชาชาติ ณ นครนิวยอร์ก
สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ ทรงเข้ารับราชการในตำแหน่งอัยการผู้ช่วย สถาบันพัฒนาข้าราชการฝ่ายอัยการ สำนักอัยการสูงสุด สู่รองอัยการจังหวัด และอัยการจังหวัด ระหว่างทรงปฏิบัติราชการด้วยพระวิริยอุตสาหะ ได้ทรงริเริ่มโครงการกำลังใจ (Inspire) เมื่อปี 2550 เน้นการช่วยเหลือผู้ต้องขังหญิงและผู้ต้องขังที่ตั้งครรภ์ในเรือนจำ ทั้งในด้านวัสดุอุปกรณ์ การให้การฝึกอบรม การให้บริการทางการแพทย์ ตลอดจนการฟื้นฟูจิตใจ จนได้รับความสนใจจากนานาประเทศ
นอกจากนี้พระองค์ยังทรงปฏิบัติหน้าที่ในต่างประเทศ อาทิ เอกอัครราชทูต ณ กรุงเวียนนา ประจำคณะกรรมาธิการแห่งสหประชาชาติ ด้านอาชญากรรมและความยุติธรรมทางอาญา และยังทรงดำรงตำแหน่งเอกอัครราชทูตวิสามัญผู้มีอำนาจเต็มประจำหลายประเทศในยุโรป ก่อนทรงกลับมารับตำแหน่งอัยการจังหวัด สู่อัยการผู้เชี่ยวชาญ สำนักงานอัยการภาค 2 สำนักงานอัยการสูงสุด
ตำแหน่งในสายงานด้านกฎหมายและกองทัพ
เมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม 2562 พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้สถาปนา สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี ขึ้นเป็นเจ้าฟ้าต่างกรมฝ่ายใน มีพระนามตามที่จารึกในพระสุพรรณบัฏว่า สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา และพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ อันเป็นโบราณมงคลนพรัตนราชวราภรณ์
มีภาพอันอบอุ่นแห่งสายใยในครอบครัว ปรากฏขึ้นในพระราชพิธีสำคัญ เมื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ สถาปนา พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ เป็นพระองค์เจ้าต่างกรมฝ่ายใน มีพระนามตามที่จารึกในพระสุพรรณบัฏว่า “พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ” พร้อมพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นโบราณมงคลนพรัตน์ราชวราภรณ์ และเหรียญรัตนภรณ์รัชกาลที่ 10 ชั้นที่ 1
โดยในระหว่างพิธี สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ทรงคอยประคองรถเข็นและช่วยประคับประคองพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ เพื่อให้สามารถทรงสวมสายสะพายเครื่องราชอิสริยาภรณ์ได้อย่างเรียบร้อยตลอดกระบวนการ
โดยก่อนหน้านี้ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ ทรงเข้ารับราชการในตำแหน่ง อัยการผู้ช่วย สถาบันพัฒนาข้าราชการฝ่ายอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด ก่อนดำรงตำแหน่งอัยการจังหวัด ประจำสำนักงานอัยการสูงสุด (ข้าราชการชั้น 4) สำนักงานอัยการจังหวัดหนองบัวลำภู และอัยการผู้เชี่ยวชาญ (ข้าราชการอัยการชั้น 5) สำนักงานอัยการภาค 2 สำนักงานอัยการสูงสุด ในปี 2560
ต่อมาในปี 2564 พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ พลโทหญิง สมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา อัยการผู้เชี่ยวชาญ สำนักงานอัยการภาค 2 สำนักงานอัยการสูงสุด ทรงดำรงตำแหน่ง เสนาธิการกองบัญชาการทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ หน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์ (อัตราพลเอก) และพระราชทานพระยศเป็น พลเอกหญิง
วันที่ 28 ธันวาคม 2564 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินไปยังพระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช โดยมี สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับเสด็จในฐานะทรงปฏิบัติหน้าที่ผู้บังคับแถวถวายงานรับเสด็จ พร้อมด้วย สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าทีปังกรรัศมีโชติ มหาวชิโรตตมางกูร สิริวิบูลยราชกุมาร โดยเสด็จในการนี้ด้วย
ภายหลังเสร็จสิ้นพระราชพิธี ได้เกิดภาพแห่งความอบอุ่นและเปี่ยมด้วยความจงรักภักดี เมื่อสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา ทรงก้มลงกราบถวายบังคมพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เบื้องพระยุคลบาท ก่อนที่สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าทีปังกรรัศมีโชติ จะทรงอ้าแขนเข้ากอดสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาอย่างสนิทสนม ณ เบื้องพระบาทพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
แท็กที่เกี่ยวข้อง เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา ,เจ้าฟ้านักกฎหมาย