พระราชสำนัก

กรมสมเด็จพระเทพฯ ทรงทรงเปิดอาคาร ใน ม.เทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ

6 ม.ค. 2565

86 views

สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจ ดังนี้



วันนี้ เวลา 09.11 น. สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปยังมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ ศูนย์พระนครศรีอยุธยาหันตรา อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา



ทรงเปิดอาคารบูรณมงคล เป็นอาคาร 12 ชั้น ที่มหาวิทยาลัยจัดสร้างขึ้น เป็นอาคารบริหารจัดการเชิงบูรณาการ เพื่อให้การบริการเป็นไปอย่างครบวงจรภายในบริเวณเดียวกัน แบบ One Stop Service และใช้เป็นอาคารสำนักงานอธิการบดี โดยรวมทุกหน่วยงานสายสนับสนุนงานบริหารของมหาวิทยาลัย ที่ขึ้นตรงกับอธิการบดี และหน่วยงานทางวิชาการ เพื่อให้เกิดความคล่องตัว ในการให้บริการแก่นักศึกษา และบุคคลภายนอก



โอกาสนี้ ทอดพระเนตรนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ และนิทรรศการวิชาการและการวิจัย ของแต่ละคณะ ที่แสดงผลงานความก้าวหน้าในด้านต่างๆ อาทิ โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืช อันเนื่องมาจากพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี สนองพระราชดำริ โดยมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ ประกอบด้วย การใช้ประโยชน์กิจกรรมอนุรักษ์ และใช้ประโยชน์ทรัพยากร , การสำรวจทรัพยากรท้องถิ่น และการสร้างจิตสำนึกอนุรักษ์ทรัพยากร , นวัตกรรมเกษตร แสดงผลงานเครื่องแหวก ร่องต้นข้าวแบบ 3 , ผลงาน Smart Farm คณะครุศาสตร์อุสาหกรรม , นวัตกรรมดิจิทัล เสนอผลงานระบบลงลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ ในการเวียนเอกสารโดยใช้ระบบ บล็อกเชน ของคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และหนังสือเสมือนจริง เรื่อง อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ และผลงานเครื่องตรวจวัดอุณหภูมิร่างกายและพ่นน้ำยากำจัดเชื้อไวรัส และผลงานหมวกกันน็อคจักรยานจากวัสดุชีวภาพ รีไซเคิล เพื่อสิ่งแวดล้อม ของคณะวิศวกรรมศาสตร์และสถาปัตยกรรมศาสตร์



จากนั้น เวลา 17.29 น. เสด็จพระราชดำเนินไปยังห้องประชุม สำนักงานมูลนิธิชัยพัฒนา อาคารโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เขตบางพลัด โอกาสนี้ พระราชทานเข็มที่ระลึก แก่ผู้สนับสนุนการดำเนินงานของมูลนิธิอุทกพัฒน์ ในพระบรมราชูปถัมภ์



จากนั้น ทรงเป็นประธานการประชุมสามัญประจำปี 2565 ของมูลนิธิอุทกพัฒน์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ ซึ่งมีการสรุปผลการดำเนินงาน ในด้านการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำชุมชน ตามแนวพระราชดำริ ตั้งแต่ปี 2555 จนถึงปัจจุบัน สามารถขยายผลได้ 1,816 หมู่บ้าน และเครือข่ายเยาวชน 364 กลุ่ม เกิดตัวอย่างเกษตรตามแนวทฤษฎีใหม่ 1,471 ครัวเรือน มีการปลูกไม้ 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง ในพื้นที่ป่ากว่า 130,000 ไร่ และสามารถเพิ่มผลผลิตในฤดูแล้ง



สำหรับการดำเนินงานในปี 2564 ที่ผ่านมาได้ร่วมกับชุมชน สร้างตัวอย่างเกษตรตามแนวทฤษฎีใหม่ ช่วยลดรายจ่ายเพิ่มรายได้แก่ครัวเรือน พัฒนาพื้นที่การเกษตร เพิ่มปริมาณน้ำสำรองของประเทศ และยังร่วมกับภาคเอกชน แก้ปัญหาภัยแล้ง รวมทั้งสามารถขยายผลสู่เครือข่ายเตือนภัยพิบัติชุมชน เพื่อติดตาม เตรียมการ และเตรียมความพร้อมรับสถานการณ์ ทั้งภาวะปกติ และภาวะวิกฤต ร่วมกับมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย ปัจจุบันมีเครือข่ายเตือนภัยพิบัติชุมชนเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) 19 ชุมชน ในพื้นที่ภาคเหนือ ,ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคใต้



โดยมีหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน สถาบันการศึกษา ตลอดจนหน่วยงานท้องถิ่น ร่วมขยายผลความสำเร็จ ให้เกิดความมั่นคงด้านทรัพยากรดิน น้ำ ป่า และพลังงาน สู่ความยั่งยืนตามแนวพระราชดำริ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร

Related News