เรื่องเล่าเช้านี้

เปิดใจ 2 ฝ่าย 'น้องปิ๊ง' เผยทนไม่ไหว โดนหยามศักดิ์ศรี - คู่กรณีขอให้มองเป็นผช. เหมือนกัน ขอโทษสังคมยันไม่ได้เหยียดเพศ

25 พ.ย. 2564

405 view

เรื่องเล่าเช้านี้

ออกอากาศ : จันทร์ - ศุกร์ เวลา 06:00 - 08:20 น.

จากกรณีโลกออนไลน์มีการแห่แชร์คลิปของผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ Aun Jub ซึ่งเป็นสาวประเภทสอง ที่ออกมาเปิดเผยว่า ถูกผู้ชายบูลลี่เหยียดเพศ ทั้งยังท้าทายให้มาชกต่อยกัน สุดท้ายมีการนัดชกกันจริงจัง ในซอยย่านประชาอุทิศ จนเกิดเหตุการณ์ในคลิป สาวสองสู้สุดใจ ทั้งยังมีท่ากระโดดตีเข่าลอย จนชายคู่กรณีถึงกับบาดเจ็บ มีเลือดไหลออกมาจากจมูก


ล่าสุดทีมข่าวได้พูดเปิดใจกับน้องปิ๊ง คุณปากรณ์ ศิริธเนศ อายุ 20 ปี ยืนยันว่า ตนไม่ได้เป็นฝ่ายหาเรื่องนายเทส (คู่กรณี) ก่อน ซึ่งเหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันจันทร์ที่ 22 พฤศจิกายน ตอนประมาณเกือบ 8 โมง ที่หน้าบ้านตนในซอยประชาอุทิศ 79


โดยจุดเริ่มต้นของเหตุการณ์เกิดขึ้นเนื่องจาก แม่ของนางสาวเอ ซึ่งเป็นเพื่อนสนิทของน้องปิ๊ง โทรศัพท์มาขอให้น้องปิ๊ง ช่วยไปตามนางสาวเอ กลับมาจากบ้านนายเทส ซึ่งเป็นรุ่นน้องแฟนหนุ่มของนางสาวเอ ซึ่งเหตุการณ์นี้สร้างความไม่พอใจให้กับนายเทส เพราะว่าที่บ้านมีผู้สูงอายุอยู่ จากนั้นอีก 2-3 วันต่อมา นายเทสก็สร้างกรุ๊ปแชทขึ้นมา ก่อนที่จะมีการส่งข้อความเสียงมาเหยียดน้องปิ๊ง และท้าทายกันเช่น อีตุ๊ด พามาบ้านกูทำไม พูดแล้วพาขึ้นเลย กูจะเตะให้หลับเลย กะเทยก็กะเทยเหอะ มึงเอากับกูเปล่า กูให้ 2 เลย ก่อนที่ฝ่ายน้องปิ๊งจะตอบว่า มึงเก๋าจริง มึงมาเลย 79 แยก 15 // อย่าใช้แต่คำพูดนะ ไม่ต้องใช้อาวุธ ตัวตัวกับตู เป็นต้น


จากนั้นตอนเช้า ปรากฎว่า นายเทส และพวกรวม 5 คน เป็นชาย 4 คน และหญิง 1 คน ขี่รถจักรยานยนต์มาหาตนที่หน้าบ้าน ก่อนที่จะส่องจากประตูรั้วเข้ามา ตนจึงเดินออกจากบ้านไป พร้อมบอกแม่ว่า แม่ช่วยมาเป็นกรรมการให้หน่อย -จังหวะนั้นตนเอง เพิ่งถอดวิก และกำลังจะผูกผม แต่ปรากฎว่าจู่ๆ นายเทส ก็ถอดเสื้อแล้วพุ่งมาชกเข้าที่ท้ายทอย ตนเองจึงยอมไม่ได้ ตอบโต้กลับ


น้องปิ๊งเล่าว่า ตนเองไม่ได้เป็นมวย หรืออะไรมาก่อน แาะไม่เคยมีเรื่องกับใครมาก่อน เพียงแต่ชอบดูการต่อสู้ ดูมวย ประกอบกับตนก็เหมือนถูกบังคับให้ต้องต่อสู้ และป้องกันตัว เมื่อโดนทำร้าย จึงพยามป้องกันตัว ท่ามกลางเสียงกองเชียร์ เมื่อจังหวะชุลมุน ตนจึงกระโดดเข่าลอย ก่อนชกเสยคางเข้าไป 2 หมัด จนฝ่ายชายเลือดออก และผลักตนออกมา -ตอนนั้นก็ตกใจที่เห็นเลือด และรู้สึกผิด แต่ถ้าไม่สู้ตนก็จะถูกรังแกแบบนี้


แต่นึกว่าเรื่องจะจบ ปรากฎว่าไม่ มีชายอีกคน เตรียมถอดเสื้อมาสู้กับตนอีก แม่ตนจึงตะโกนห้ามไว้ถามว่า จบไหม จบไหม ก่อนที่จะให้เข้าบ้านไป -ส่วนตัวมองว่าในยุคปัจจุบัน อยากให้เปิดกว้างเรื่องเพศสภาพ และอย่าดูถูก เพราะเพียงแค่ความรู้สึกที่ตนต้องเก็บไว้ด้านใน ก็มากเพียงพอแล้ว แต่ยังถูกผู้คนมาดูถูกต่อว่าและเหยียดหยาม ตนก็รับไม่ได้


ด้านแม่ของน้องปิ๊ง ก็เล่าว่า ในวันเกิดเหตุตอนเช้า เห็นกลุ่มวัยรุ่นมาส่องอยู่ที่หน้าบ้าน จึงเรียกลูกสาวอีกคนให้มาช่วยกันดู และทราบว่าเป็นคนที่มาหาเรื่องน้องปิ๊ง จากนั้นน้องปิ๊ง ก็ลงมาจากบ้านและบอกให้ช่วยเป็นกรรมการ ซึ่งยังไม่ทันตั้งตัว ฝ่ายชายก็พุ่งเข้ามาโจมตีก่อน พร้อมกับเสียงเชียร์ของเพื่อน ตนจึงออกเสียงเชียร์ให้กำลังใจฝ่ายตัวเองบ้าง โดยต่อยไปได้เพียง 1 นาที ฝ่ายชายโดนน้องปิ๊ง กระโดดเข่าลอย ก่อนที่จะเสยคางไป 2 หมัด จนฝ่ายชายเลือดไหล และถอยไปยืนหอบแฮ่กๆ ตนนึกว่าเรื่องจะจบ แต่กลับมีชายอีกคนเตรียมถอดเสื้อและจะเข้ามาต่อยอีก


จึงตะโกนออกไปว่า ที่บ้านมีกล้องวงจรปิดนะ จะจบไหม ถ้าไม่จบแจ้งตำรวจนะ ฝ่ายคู่กรณีจึงยอมกลับไปโดยดี -ส่วนตัวมองว่า ตนเองเป็นแม่ยังไม่เหยียดลูกตัวเองเลย ก็อยากให้สังคมเปิดใจยอมรับ -ทั้งนี้ทั้งคู่ยอมรับว่ายังรู้สึกหวาดกลัว เพราะฝ่ายคู่กรณีดูเหมือนไม่ยอมจบ ฝากบอกมาทางเพื่อนว่า จะขอแก้มือ แต่เป็นการเจอข้างนอก ถ้าเจอเมื่อไหร่ก็จะจู่โจมทันที ทำให้น้องปิ๊ง ไปลงบันทึกประจำวันที่สถานีตำรวจนครบาลทุ่งครุ


ขณะที่ทีมข่าว ได้เดินทางไปยังบ้านพักย่านสุขสวัสดิ์ของนายพชร พึ่งพระ หรือ เทส อายุ 20 ปี คู่กรณีน้องปิ๊ง ยืนยันว่า ไม่ได้เหยียดเพศของสาวประเภทสอง ผักต้นก็มีเพื่อนที่เป็นลักษณะนี้อยู่หลายคน และไม่ได้เป็นคนพูดว่าสายเหลือง แต่คนที่พูดเป็นรุ่นพี่อีกคน ส่วนตนเองยอมรับว่ามีการพูดว่าไอ้ตุ๊ด หรือ กะเทย จริง แต่เป็นเพียงอารมณ์ชั่ววูบ ที่ต่อว่าเฉพาะบุคคล


สำหรับปมสาเหตุ เริ่มจากเมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน ฝ่ายคู่กรณีพาแม่แฟนของพี่ชายมาบุกที่บ้านช่วงยามวิกาล ซึ่งตอนนั้นในบ้านมีทั้งผู้สูงอายุและเด็กอยู่ ทำให้ตนรู้สึกไม่ปลอดภัย ก่อนจะพยายามเคลียร์ และสร้างกลุ่มแชทขึ้นมา โดยยืนยันว่าฝ่ายน้องปิ๊ง เป็นคนท้าทายก่อน ตนจึงไปตามนัด


ส่วนตัวมองว่า นี่เป็นการสู้กับผู้ชายเหมือนกัน และตนก็ไม่ได้โดนชกต่อยใดๆ แต่มาเพลี้ยงพล้ำที่ 2 หมัดสุดท้าย ซึ่งถูกชกเข้าที่จมูก ทำให้ตนรู้สึกวูบ จึงยอมแพ้ และถอยออกมา


วันนี้จมูกยังค่อนข้างบวม แต่ก็ไม่ได้ไปพบแพทย์แต่อย่างใด ส่วนตัวอยากขอให้เรื่องนี้จบลง พร้อมกับขอโทษคู่กรณี และผู้ใหญ่ ซึ่งตนก็เป็นคนผิดจริง พร้อมยืนยันว่าไม่เคยเหยียดเพศสภาพใคร -ส่วนที่ฝ่ายน้องปิ๊งบอกว่า ทางฝ่ายตนบอกว่าจะแก้มือนั้น ยืนยันว่าตอนแรกมีการพูดว่าขอแก้มือจริง แต่พอรุ่นพี่มาช่วยเคลียร์เรื่องราวทุกอย่างก็จบลง และตนก็อยากให้เรื่องจบทันที


ทั้งนี้มีรายงานว่า นายเทส ตอนเด็กๆ เคยฝึกมวยบ้าง และมีการลงแข่ง fight club เมื่อปี 60 แต่ก็เลิกไปนานแล้ว

ข่าวยอดนิยม