สังคม
300 ชีวิต ชุมชนย่านบางลำพู ต่อสู้โควิดระบาดหนัก ติดเชื้อเกือบทุกบ้าน!
21 ก.ค. 2564
919 views
วันนี้ (21 ก.ค.) ทีมข่าว 3 มิติ ได้ลงพื้นที่ชุมชนแห่งหนึ่งย่านบางลำพู คือชุมชนวัดสามพระยา ซึ่งมีบ้านประมาณ 80 ครัวเรือน มีสมาชิกในชุมชนแห่งนี้ประมาณ 250 คน พบการระบาดของโควิด-19 เกือบทุกหลังคาเรือน แต่ยังไม่สามารถส่งตัวไปรักษาในโรงพยาบาลได้ ชุมชนจึงร่วมกันแยกคนที่ยังไม่ติดออกมาอยู่นอกชุมชน ที่น่าสะเทือนใจคือ มีผู้เสียชีวิตในบ้านหลังหนึ่ง แต่กว่า 13 ชั่วโมง ไม่สามารถนำไปประกอบพิธีได้
บ้านหลังแรก ซึ่งมีผู้เสียชีวิต เป็นหญืงวัย 43 ปี ทำงานบริษัทแห่งหนึ่ง แต่ได้ทำงานอยู่บ้านมา 1 เดือนแล้ว และเพิ่งออกจากบ้านไปตรวจคัดกรองเชื้อเมื่อ 3 วันก่อน กระทั่งทราบผลว่าติดเชื้อโควิด-19 และมาเสียชีวิตภายในบ้านเมื่อคืนนี้
ทีมข่าวได้สอบถามญาติ บอกว่า มีตำรวจและแพทย์มาชันสูตรแล้ว แต่เนื่องจากมูลนิธิคิวแน่น ต้องไปรับศพหลายแห่ง ประกอบกับญาติต้องหาวัดทำพิธีฌาปนกิจให้ได้ก่อน ศพจึงอยู่ในบ้านที่เดิม ตั้งแต่เมื่อคืน โดยมีญาติอาศัยอยู่ในบ้านอีก 6 คน หลังจากรอประมาณ 13 ชั่วโมง เนื่องจากติดต่อไปหลายวัดปรากฎว่า มีศพผู้เสียชีวิตจากโควิดไปฌาปนกิจจำนวนมาก จนเมรุไม่ว่าง ล่าสุดเมื่อช่วงเย็นที่ผ่านมา ทางญาติติดต่อวัดสังกระจายได้ เจ้าหน้าที่มูลนิธิเพชรเกษม จึงได้เข้ามาเคลื่อนย้ายศพออกจากบ้าน ไปทำประกอบพิธีฌาปนกิจ
ส่วนภายในชุมชนวัดสามพระยา มีผู้อยู่อาศัยประมาณ 250 น จากการตรวจเชื้อแบบrapid test พบมีผู้ติดเชื้อแล้วกว่า 60 คน ขณะนี้จึงกักตัวอยู่แต่ในชุมชน ส่วนคนที่ยังไม่ติดเชื้อให้ออกไปอยู่ข้างนอก แต่ส่วนใหญ่ก็ติดเชื้อกันทั้งบ้านแล้ว เพราะสภาพชุมชนค่อนข้างคับแคบ ขณะนี้ชุมชนจึงต้องตั้งจุดคัดกรองไม่ให้มีการเช้า-ออก และได้จัดเวรให้เยาวชนนำอาหารไปให้แต่ละบ้าน ที่มีผู้ติดเชื้อกักตัว
ส่วนอีกชุมชน ที่อยู่ไม่ห่างกัน ซึ่งพบผู้เสียชีวิตริมถนน ที่ชุมชนบ้านกรอกพานถม ตรงข้ามวัดบวรนิเวศวิหาร ผู้อาศัยในชุมชนบอกว่า นายสมเกียรติ อายุ 50 ปี เป็นบุตรบุญธรรมของคนในชุมชน แต่หลังจากพ่อบุญธรรมเสียชีวิต ก็ออกมาพักริมถนนนานแล้ว ตอน 10 โมงเห็นล้มลง จึงได้แจ้งเจ้าหน้าที่ให้มาช่วย แต่เจ้าหน้าที่บอกว่าต้องมีบัตรประชาชนถึงจะนำรถกู้ชีพออกมาช่วยได้
ผู้อำนวยการศูนย์เอราวัณ ชี้แจงว่านายสมเกียรติโต้ตอบได้ จึงจัดให้อยู่สีเหลือง ซึ่งสีเหลืองต้องมีผลตรวจยืนยันถึงจะส่งไปรักษายังรพ.ได้ หากประเมินเป็นเคสสีแดง ต้องเข้าช่วยเหลือภายใน 15นาที
ขณะที่ นายโกศลวัฒน์ อินทุจันทร์ยง รองอธิบดีและโฆษกอัยการปราบปรามทุจริตภาค 2 โพสต์ว่า หากใครพบศพให้แจ้งตำรวจ เพื่อมาตรวจดูศพเบื้องต้น ถ้าไม่แจ้ง มีโทษปรับไม่เกิน 1,000 บาท แต่หากศพติดเชื้อโควิด ถือว่าเป็นการตายโดยธรรมชาติ
ส่วนการเก็บศพ ให้แจ้งฝ่ายปกครองหรือตำรวจ ในการดูแลศพ หากแจ้งตำรวจ โดยปกติก็จะประสานมูลนิธิต่างๆ เข้ามาช่วยเก็บศพ ซึ่งผู้ปฏิบัติงานต้องได้รับการสนับสุนชุดป้องกันโรค และงบประมาณให้พร้อมปฏิบัติหน้าที่ด้วย