ประชาสัมพันธ์

รัฐ-เอกชนประสานเสียง หนุนเก็บค่าธรรมเนียมนักท่องเที่ยวต่างชาติ เดินตามกว่า 80 ประเทศทั่วโลก คืนรายได้พัฒนาแหล่งท่องเที่ยว พร้อมประกันภัยนักท่องเที่ยว

6 ต.ค. 2569

475 views

รัฐ – เอกชนประสานเสียง หนุนเก็บค่าธรรมเนียมนักท่องเที่ยวต่างชาติ เดินตามกว่า 80 ประเทศทั่วโลก คืนรายได้พัฒนาแหล่งท่องเที่ยว พร้อมประกันภัยนักท่องเที่ยว ลดภาระค่ารักษากว่า 7,000 ล้านบาท ไม่เป็นภาระภาษีคนไทยอีกต่อไป ผลรับฟังออนไลน์ 80.50% ไฟเขียว เร่งเคาะรูปแบบจัดเก็บ – ประกันภัย ก่อนชงบอร์ดนโยบายท่องเที่ยว – ครม. คาดมีเม็ดเงินมากกว่า 8,000 ล้านบาทต่อปี คืนสู่แหล่งท่องเที่ยวไทย


กรุงเทพฯ 6 ตุลาคม 2569 – นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธานที่ประชุมหารือแลกเปลี่ยนแนวทางจัดเก็บ “ค่าธรรมเนียมนักท่องเที่ยวต่างชาติ” ณ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ อาคาร C เพื่อรับฟังความเห็นจากภาครัฐ เอกชน และประชาสังคม ต่อเนื่องจากการรับฟังความคิดเห็นผ่านช่องทางออนไลน์ที่สิ้นสุดเมื่อวันที่ 28 กันยายน 2569 ซึ่งมีผู้เห็นด้วยกับร่างประกาศการจัดเก็บค่าธรรมเนียมนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ร้อยละ 80.50 โดยกระทรวงจะนำข้อมูลทั้งสองส่วนไปพิจารณากำหนดแนวทางการจัดเก็บค่าธรรมเนียม การจัดทำประกันภัยเพื่อลดภาระค่ารักษาของรัฐ และนำรายได้ไปจัดสรรเพื่อพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวผ่านกองทุนที่โปร่งใสและตรวจสอบได้


โดยได้รับเกียรติจาก นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เข้าร่วมหารือ พร้อมตัวแทนภาคเอกชนและภาครัฐ อาทิ สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สมาคมหอการค้าจีน กลุ่มเซ็นทรัล เดอะมอลล์ กรุ๊ป สยามพิวรรธน์ คิง เพาเวอร์ แพลทินัม กรุ๊ป สมาคมโรงแรมไทย สายการบินนานาชาติ และบริษัท แกร็บแท็กซี่ (ประเทศไทย) จำกัด เป็นต้น


นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า “การท่องเที่ยวเป็นกลไกขับเคลื่อนสำคัญของเศรษฐกิจไทย ตั้งแต่ต้นปีถึงเดือน กันยายน 2569 มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าไทยแล้วกว่า 22 ล้านคน สร้างรายได้มากกว่า 1 ล้านล้านบาท การรักษาความเชื่อมั่นจึงต้องครอบคลุมทั้งความปลอดภัยของผู้เดินทางและคุณภาพของแหล่งท่องเที่ยว ผลการรับฟังครั้งนี้จะช่วยให้เราออกแบบนโยบายในการสร้างรายได้ให้กับภาคการท่องเที่ยว ตลอดจนการจัดหาประกันภัยที่คุ้มครองนักท่องเที่ยวและบรรเทาภาระของสถานพยาบาล ลดภาระภาษีประชาชน พร้อมนำรายได้ไปดูแลแหล่งท่องเที่ยวและชุมชนอย่างทั่วถึง”


ด้านนายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวเสริมว่า ระบบสาธารณสุขไทยแบกรับภาระหนี้เสีย (bad debt) จากการรักษาพยาบาลชาวต่างชาติสูงถึงกว่า 7,000 ล้านบาทต่อปี โดยค่ารักษาพยาบาลชาวต่างชาติทุก 100 บาท โรงพยาบาลเก็บได้จริงเพียงประมาณ 59 บาท ข้อมูลปี 2567 จากโรงพยาบาล 32 แห่ง มียอดเรียกเก็บ 16,957 ล้านบาท แต่ได้รับจริงเพียง 9,935 ล้านบาท เหลือส่วนต่างราว 7,000 ล้านบาทที่โรงพยาบาลต้องแบกรับ  หากสามารถนำเงินกองทุนที่มาจากค่าธรรมเนียมนักท่องเที่ยว มาบรรเทาผลกระทบที่เกิดขึ้น เพื่อลดภาระหนี้สูญค่ารักษาพยาบาลที่ตกอยู่กับโรงพยาบาลแม้เพียงบางส่วนก็ยังดี


ร่างประกาศฯ เสนอจัดเก็บ 450 บาทต่อคน เฉพาะนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เข้าเกณฑ์ ที่เดินทางเข้าประเทศไทยผ่านช่องทางอากาศเมื่อประกาศมีผลบังคับใช้ และชะลอทางบก – ทางน้ำไว้ 1 ปี รายได้จะเข้ากองทุนเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวไทย โดยส่วนหนึ่งจะนำไปจัดหาประกันภัยคุ้มครองนักท่องเที่ยวผู้ชำระค่าธรรมเนียม ครอบคลุมกรณีเสียชีวิต และค่ารักษาพยาบาลตามเงื่อนไขกรมธรรม์ ซึ่งอยู่ระหว่างพิจารณาเพิ่มความคุ้มครอง อีกส่วนหนึ่งจะนำไปใช้ฟื้นฟูและพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวให้เกิดความยั่งยืน โดยไม่ต้องพึ่งงบประมาณประจำปีเพียงช่องทางเดียว รายได้หลังหักค่าจัดเก็บและค่าประกันภัย คาดว่าจะมีเม็ดเงินอย่างน้อยราว 8,000 ล้านบาท สำหรับนำไปพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว อนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติ และส่งเสริมการท่องเที่ยวไทย การหารือครั้งนี้ได้รับข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์ว่าเงินกองทุนควรสนับสนุนพื้นที่ชุมชน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างไรให้ทั่วถึง พร้อมข้อเสนอในการกำหนดหลักเกณฑ์การเปิดเผยข้อมูลการใช้เงินให้ตรวจสอบได้


ผลการรับฟังความคิดเห็นออนไลน์ระหว่างวันที่ 24 สิงหาคม – 28 กันยายน 2569 มีผู้ร่วมแสดงความเห็น 5,954 คน โดยร้อยละ 80.50 เห็นด้วยกับร่างประกาศฯ และร้อยละ 78.30 เห็นด้วยกับอัตรา 450 บาท/คน ส่วนประเด็นที่ยังเห็นต่างคือการเก็บอัตราเท่ากันทั้งทางอากาศ ทางบก และทางน้ำ ด้านวิธีจัดเก็บ ส่วนใหญ่ (ร้อยละ 36.26) เห็นด้วยกับช่องทางการจัดเก็บผ่านบัตรโดยสาร เพื่อลดขั้นตอนและความล่าช้าที่ด่านตรวจคนเข้าเมือง


ข้อมูลเปรียบเทียบระบุว่ากว่า 80 ประเทศมีการจัดเก็บภาษีหรือค่าธรรมเนียมด้านการท่องเที่ยวในรูปแบบต่างกัน ทั้งในยุโรป ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ และบาหลี สำหรับไทยมีเป้าหมายให้ผู้มาเยือนร่วมสมทบค่าใช้จ่ายด้านความปลอดภัยและการดูแลแหล่งท่องเที่ยว เพื่อลดการพึ่งพาภาษีคนไทยเพียงทางเดียว


ที่ประชุมมีการกล่าวถึงภาระค่ารักษาพยาบาลชาวต่างชาติของสถานพยาบาลรัฐตามแนวชายแดนที่เรียกเก็บไม่ได้ ซึ่งมีตัวเลขราว 7,000 ล้านบาทต่อปี ครอบคลุมชาวต่างชาติหลายกลุ่ม ขณะที่ประกันภัยภายใต้มาตรการนี้ มุ่งคุ้มครองนักท่องเที่ยวที่ชำระค่าธรรมเนียม กระทรวงฯ จึงเน้นออกแบบประกันภัยที่สถานพยาบาลตรวจสอบสิทธิและเบิกจ่ายได้จริง เพื่อลดค่ารักษาที่เรียกเก็บไม่ได้และภาระภาษีประชาชน พร้อมตรวจสอบปีฐานและขอบเขตตัวเลขกับหน่วยงานสาธารณสุข


ภาคเอกชนเสนอให้กำหนดอัตราที่ไม่กระทบการตัดสินใจเดินทาง จัดเก็บโดยไม่เพิ่มความล่าช้าที่ด่านตรวจคนเข้าเมือง พิจารณาข้อยกเว้นสำหรับผู้ค้าชายแดนและผู้เดินทางข้ามแดนประจำ และสื่อสารสิทธิและเงื่อนไขกรมธรรม์ให้ชัด แม้ประเมินว่านักท่องเที่ยวกว่าร้อยละ 80 โดยเฉพาะจากยุโรปและอเมริกามีประกันเดินทางอยู่แล้ว ภาคเอกชนยังขอให้เปิดเผยรายรับ การเบิกจ่าย ค่าประกันภัย และผลการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว ซึ่งกองทุนรับไปพิจารณากลไกกำกับดูแลให้ตรวจสอบได้


กระทรวงฯ จะประมวลข้อเสนอจากเวทีหารือร่วมกับผลการรับฟังออนไลน์ เพื่อให้ร่างประกาศฯ มีความสมบูรณ์ที่สุดก่อนเสนอคณะกรรมการนโยบายการท่องเที่ยวแห่งชาติ และคณะรัฐมนตรีตามลำดับ พร้อมหารือสายการบิน สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง และผู้ที่เกี่ยวข้องเรื่องวิธีการจัดเก็บ การกำหนดข้อยกเว้น แนวทางการจัดหาประกันภัย และการใช้จ่ายเงินกองทุน


กระทรวงฯ ขอบคุณทุกภาคส่วนที่ร่วมเสนอความคิดเห็น เพื่อให้มาตรการช่วยลดภาระรัฐ นำรายได้กลับไปดูแลแหล่งท่องเที่ยว และบริหารเงินอย่างโปร่งใส โดยคำนึงถึงประโยชน์ของประชาชนและประเทศเป็นที่ตั้ง

คุณอาจสนใจ