ประชาสัมพันธ์

TV | DEMAND GENERATOR LEADERSHIP FORUM 2026 ผนึกกำลังผู้นำทีวีไทย เปลี่ยน “Content” สู่ “Demand” สร้างผลลัพธ์ทางธุรกิจที่วัดผลได้

24 ส.ค. 2569

20 views

กรุงเทพฯ – อุตสาหกรรมโทรทัศน์ไทยกำลังเดินเข้าสู่จุดเปลี่ยนสำคัญ เมื่อพฤติกรรมผู้ชมไม่ได้ผูกติดกับ “จอทีวี” เพียงอย่างเดียวอีกต่อไป แต่กระจายตัวไปสู่ Smart TV, Connected TV, Streaming, Digital และ Social Media ส่งผลให้โจทย์ของอุตสาหกรรมไม่ได้อยู่ที่การรักษาผู้ชมบนแพลตฟอร์มใดแพลตฟอร์มหนึ่ง หากแต่อยู่ที่การทำให้ Content เดินทางข้ามทุก Screen และสามารถเปลี่ยน Attention ไปสู่ Engagement, Belief, Demand และ Business Outcome ได้จริง


ความเข้มข้นในงาน “TV | DEMAND GENERATOR LEADERSHIP FORUM 2026”


จัดขึ้นเมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2569 ณ SIAM HALL @ SIAM PATUMWAN HOUSE โดยความร่วมมือของ สมาคมโทรทัศน์ระบบดิจิตอล (ประเทศไทย), สมาพันธ์วิชาชีพวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์, สภาวิชาชีพกิจการการแพร่ภาพและการกระจายเสียง (ประเทศไทย) และภาคีเครือข่าย


เวทีดังกล่าวรวบรวมผู้บริหารจากอุตสาหกรรมโทรทัศน์ Content, Media, Marketing และ Measurement เพื่อร่วมกันกำหนด New Value Proposition ของทีวีไทย จาก Mass Media ไปสู่ Demand Generator  TV Never Dies แต่ “TV” กำลังเปลี่ยนความหมาย


หนึ่งใน Insight สำคัญจากเวทีคือ โทรทัศน์ไม่ได้หายไป แต่พฤติกรรมการรับชมกำลังเปลี่ยนรูปแบบ


BEC World ชี้ “ความร่วมมือ” คือทางรอดของอุตสาหกรรม

อีกหนึ่งมุมมองจากฝั่งผู้ประกอบการโทรทัศน์



โดย วิบูลย์ ลีรัตนขจร หัวหน้าเจ้าหน้าที่บริหาร สายธุรกิจโทรทัศน์ บริษัท บีอีซี เวิลด์ จำกัด (มหาชน)


มองถึงการเปลี่ยนผ่านของอุตสาหกรรมไม่ได้ซึ่งหมายความว่าผู้ประกอบการแต่ละรายต้องแข่งขันกันเพียงอย่างเดียว แต่ต้องเกิดความร่วมมือเพื่อสร้างระบบนิเวศใหม่ของอุตสาหกรรม


“ผมมั่นใจว่า ถ้าเรามีความร่วมมือกัน โทรทัศน์จะไม่ตาย และจะสร้างตำนานบทใหม่ หลังจากที่ปรับตัวได้แล้ว เราจะได้เห็นโทรทัศน์ในอีกรูปแบบ”

สาระสำคัญจึงไม่ใช่การตั้งคำถามว่า “TV จะตายหรือไม่” แต่คือ อุตสาหกรรมจะออกแบบ TV ในรูปแบบใหม่อย่างไรให้สามารถแข่งขันในโลกที่ผู้ชมมีทางเลือกมากขึ้น TV กับพลังสร้าง Brand Equity และ Brand Belief


ใน Session 2: Better for Brands เวทีขยับจากมุมของ Content ไปสู่คำถามสำคัญของฝั่งแบรนด์ว่า ในวันที่ทุกแพลตฟอร์มสามารถสร้าง Reach ได้ TV ยังมีคุณค่าแตกต่างอย่างไร



ส่วน ถกลเกียรติ วีรวรรณ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท เดอะ วัน เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด (มหาชน)


กล่าวถึงภาพอนาคตของธุรกิจสื่อว่า หัวใจของธุรกิจสื่อไม่ได้อยู่ที่การสร้าง Content ให้เหมาะกับแพลตฟอร์มเพียงอย่างเดียว แต่ต้องสร้าง Content ที่มีความแข็งแรงมากพอที่จะเดินทางข้ามแพลตฟอร์มได้


“เราไม่ได้สร้างคอนเทนต์ให้เหมาะกับแพลตฟอร์มอย่างเดียว แต่ต้องสร้างคอนเทนต์ที่แข็งแรงพอจะเดินทางข้ามทุกแพลตฟอร์ม”


แนวคิดดังกล่าวสะท้อนทิศทางของธุรกิจ ONEE ที่ไม่ได้มอง TV, Digital, Streaming และ Social เป็นช่องทางที่แยกออกจากกัน แต่เป็นส่วนหนึ่งของ Multi-Platform Content Ecosystem

เมื่อ Content แข็งแรง การเดินทางของผู้ชมก็ไม่ได้จบลงหลังการรับชม แต่สามารถต่อยอดไปสู่การติดตามศิลปิน การสร้าง Fan Engagement การสร้าง Community และการเกิด Demand ต่อเนื่อง

ดังนั้นสมการใหม่ของธุรกิจ Content จึงไม่ใช่เพียง

Content → Audience

แต่กำลังขยับไปสู่

Content → Engagement → Artist/Fan Community → Demand → Business

ซึ่งเป็นการเปลี่ยนบทบาทของ Content จาก “สินค้า” ไปสู่ “สินทรัพย์ที่สามารถสร้าง Demand” ให้กับธุรกิจได้ในระยะยาว



ด้าน ผศ.ดร.เอกก์ ภทรธนกุล นายกสมาคมการตลาดแห่งประเทศไทย (MAT)


ชี้ให้เห็นบทบาทของ TV ในฐานะสื่อที่ไม่มีวันตาย แถมยังมีพลังต่อการรับรู้และการมองสังคม โดยเฉพาะความสามารถในการสร้างความรู้สึกถึง “ความใหญ่ ความมั่นใจ และความต่อเนื่อง” ของแบรนด์

แนวคิดดังกล่าวสามารถสรุปเป็น 3 เสาหลักของ Brand Legitimacy ได้แก่

1. Scale — ความยิ่งใหญ่

การเข้าถึงผู้ชมในวงกว้างและสร้างการรับรู้ในระดับมวลชน

2. Confidence — ความมั่นใจ

การที่แบรนด์สามารถลงทุนในสื่อขนาดใหญ่ สะท้อนถึงความพร้อมและศักยภาพขององค์กร

3. Permanence — ความต่อเนื่อง

สร้างภาพจำว่าแบรนด์มีความมั่นคง ไม่ใช่ธุรกิจที่เกิดขึ้นเพียงชั่วคราว

ดังนั้นการสื่อสารผ่าน TV จึงไม่ได้ทำหน้าที่เพียง “ขายสินค้า” แต่สามารถทำหน้าที่เป็น Brand Signal ที่ช่วยยกระดับจากแบรนด์ที่ผู้บริโภค “รู้จัก” ไปสู่แบรนด์ที่ “เชื่อถือ”


MAAT ชี้เกมใหม่ต้อง “Rebalance Growth”

ขณะที่ ภวัต เรืองเดชวรชัย  นายกสมาคมมีเดียเอเยนซี่และธุรกิจสื่อแห่งประเทศไทย (MAAT) มองผ่านมุมมีเดียเอเยนซี่ว่า การวางแผนสื่อยุคใหม่ต้องไม่มอง TV และ Digital เป็นคู่แข่ง แต่ต้องทำงานร่วมกันอย่างเป็นระบบ


แนวคิด Truly Integrated Media จึงมีความสำคัญ เพราะการวางแผนสื่อควรยึด Customer Journey เป็นแกนกลาง และให้แต่ละ Media ทำหน้าที่ในจังหวะที่เหมาะสม

ขณะเดียวกัน แนวคิด “Rebalancing Growth” สะท้อนความจำเป็นในการสร้างสมดุลระหว่างยอดขายระยะสั้นกับการสร้างความแข็งแกร่งของแบรนด์ในระยะยาว


กล่าวได้ว่าโจทย์ไม่ได้อยู่ที่ว่า “TV หรือ Digital อะไรดีกว่า” แต่คือ จะจัดสรรพลังของแต่ละ Media อย่างไรให้สร้าง Business Impact สูงสุด


TV ยังมีอิทธิพล เพียงแต่ “อุปกรณ์รับชม” เปลี่ยนไป


ใน Session 3: Maximize the Outcome ประเด็นถูกยกระดับจาก Media Measurement ไปสู่ Business Outcome



นิค–จิตสุภา วัชรพล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วม ไทยรัฐทีวีและออนไลน์

ชี้ว่า การพูดว่า TV ตายอาจต้องกลับมานิยามคำว่า “TV” กันใหม่ เพราะสิ่งที่เปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจนคือ อุปกรณ์และช่องทางการรับชม

ผู้ชมไม่ได้จำเป็นต้องรับชมผ่านเสาอากาศ เคเบิล หรือดาวเทียมแบบเดิมอีกต่อไป แต่สามารถรับชม Content ผ่าน Smart TV, Connected TV, Smartphone, Tablet และ Streaming Platform

ดังนั้นสิ่งที่กำลังเปลี่ยนไม่ใช่ “ความต้องการรับชมวิดีโอ” แต่คือ วิธีที่ผู้ชมเข้าถึง Content

“สื่อทีวียังไม่ตาย เพราะสื่อทีวียังคงเป็นสื่อหลักที่มีอิทธิพลสูง คนไทยยังดูทีวีสูงถึง 83.7% สิ่งที่เปลี่ยนไปคือ ‘อุปกรณ์’”

ตัวเลขดังกล่าวควรพิจารณาควบคู่กับนิยามและแหล่งที่มาของการวัดผล เพราะพฤติกรรมการรับชมในปัจจุบันครอบคลุมทั้ง Linear TV และการรับชมผ่าน Connected/Online Video

Workpoint ชี้ “Content – Community – Commercial Value” ต้องเดินไปด้วยกัน



ด้าน ชลากรณ์ ปัญญาโฉม จาก ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท เวิร์คพอยท์ เอ็นเทอร์เทนเมนท์ จำกัด (มหาชน) เน้นย้ำการเปลี่ยนโจทย์จากการวัด “จำนวนผู้ชม” ไปสู่การวัดว่าคอนเทนต์สามารถสร้างมูลค่าทางธุรกิจได้อย่างไร

หัวใจสำคัญคือการเชื่อมโยง

Content → Attention → Trust → Commercial Value

โดยมี Connected TV Ecosystem เป็นโครงสร้างสำคัญที่ทำให้ Content สามารถเชื่อมโยงกับ Community และต่อยอดไปสู่ Commercial Value


ในมุมนี้ “Trust” กลายเป็นสินทรัพย์สำคัญ เพราะยอดวิวอาจสร้าง Attention ได้ แต่ความไว้วางใจคือสิ่งที่ช่วยเปลี่ยน Attention ให้มีโอกาสกลายเป็น Demand และมูลค่าทางธุรกิจในระยะยาว

Nielsen ชี้โจทย์ใหญ่คือ “วัดผลให้เห็นทั้งระบบ”


ขณะที่ Catherine Zhao Managing Director, Broadcasters & Publishers, Audience Measurement Asia at Nielsen เข้ามาเติมมุมของ Data & Measurement โดยชี้ให้เห็นถึงความจำเป็นในการทำความเข้าใจว่าพฤติกรรมผู้ชมกำลังเปลี่ยนแปลงอย่างไร และอุตสาหกรรมควรปรับตัวอย่างไรเพื่อให้การลงทุนด้านสื่อสามารถตอบโจทย์การเติบโตได้อย่างมีประสิทธิภาพ


ความท้าทายจึงอยู่ที่การเชื่อมข้อมูลจาก TV, Digital และ Connected TV เข้าด้วยกัน เพื่อให้การประเมินประสิทธิภาพของ Media ไม่หยุดอยู่ที่ Reach หรือ Rating แต่สามารถเชื่อมโยงไปถึงผลลัพธ์ปลายทางของธุรกิจ

เพราะในโลก Media ที่ Fragmented มากขึ้น การวัดผลแบบแยกแพลตฟอร์มอาจไม่เพียงพออีกต่อไป

จาก “TV Media” สู่ “Demand Generator”


ภาพรวมของ TV | DEMAND GENERATOR LEADERSHIP FORUM 2026 จึงสะท้อนการเปลี่ยน Paradigm ครั้งสำคัญของอุตสาหกรรม

จากเดิม

TV → Reach → Rating

กำลังขยับไปสู่

Content → Attention → Engagement → Belief → Demand → Business Outcome

นี่คือ New Value Proposition ที่อุตสาหกรรมทีวีไทยกำลังพยายามสร้างร่วมกัน

เพราะผู้บริโภควันนี้ไม่ได้แบ่งโลกออกเป็น TV, Online, Social หรือ Streaming อีกต่อไป แต่เลือกเสพ Content ตามบริบท เวลา อุปกรณ์ และความสนใจ

โจทย์สำคัญของเจ้าของ Content จึงไม่ใช่เพียง “จะลงที่ไหน?”

แต่คือ


“จะสร้าง Content อย่างไรให้ผู้ชมอยากดู เชื่อ มีส่วนร่วม และนำไปสู่ Demand ที่สร้างมูลค่าทางธุรกิจได้?”

เมื่อ “Content” ไม่ใช่แค่ยอดวิว แต่คือสินทรัพย์ทางเศรษฐกิจ

สิ่งที่เวที TV | DEMAND GENERATOR LEADERSHIP FORUM 2026 สะท้อนออกมาอย่างชัดเจน คือ อนาคตของโทรทัศน์ไม่ได้ถูกกำหนดโดยจำนวนเครื่องรับโทรทัศน์ที่มีอยู่ในบ้านอีกต่อไป แต่ถูกกำหนดโดย ความสามารถของอุตสาหกรรมในการสร้าง Content ที่สามารถเดินทางข้าม Screen และเปลี่ยน Audience ให้กลายเป็น Buyer

นี่คือการเปลี่ยนสถานะจาก

Mass Media สู่ Demand Generator

และทำให้ TV กลับมาอยู่ในสมการทางธุรกิจอีกครั้งในฐานะเครื่องมือที่สามารถเชื่อม

Content + Audience + Brand + Community + Data + Business

เข้าด้วยกัน

ท้ายที่สุด “TV Never Dies” อาจไม่ใช่คำตอบว่าโทรทัศน์จะอยู่รอดหรือไม่ หากแต่เป็นคำถามที่ใหญ่กว่านั้นว่า อุตสาหกรรมทีวีไทยจะสามารถสร้างบทใหม่ของตัวเองได้เร็วแค่ไหน

และในวันที่ Content คุณภาพไม่ได้ควรถูกตัดสินด้วย “ยอดวิว” เพียงอย่างเดียว ตัวชี้วัดที่สำคัญกว่าคือ

Content สร้าง Demand ได้หรือไม่ และ Demand นั้นเปลี่ยนเป็น Business Outcome ที่วัดผลได้มากเพียงใด

นี่อาจเป็นก้าวสำคัญของอุตสาหกรรมโทรทัศน์ไทย จาก “ผู้ผลิตสื่อ” สู่ “ผู้สร้าง Demand” และจาก “Media Business” สู่ “Content-driven Business Ecosystem”


แท็กที่เกี่ยวข้อง  ทีวีไทย ,TVDEMANDGENERATORLEADERSHIPFORUM2026

คุณอาจสนใจ