เลือกตั้งและการเมือง
ไม่ได้มีแค่เสาไฟ! ‘ไอซ์’ บุกตรวจ ‘อบต.ราชาเทวะ’ ดันทุรังสร้าง แลนด์มาร์กใหม่โลก งบพันล้าน
2 ชั่วโมงที่แล้ว
20 views
แลนด์มาร์กโลกราชาเทวะส่อสะดุด ‘ไอซ์ รักชนก’ บุกตรวจโครงการราชาเทวะ งบรวมเฉียดพันล้าน ด้านกรมชลประทานยืนยัน ไม่อนุญาตให้ก่อสร้าง เนื่องจากหวั่นกีดขวางทางน้ำ หากไม่ดำเนินการตามคำสั่ง อาจถึงขั้นแจ้งความและรื้อถอน
ช่วงบ่ายวานนี้ (11 ก.ย.69) นางสาวรักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการศึกษาการจัดทำและติดตามการบริหารงบประมาณ สภาผู้แทนราษฎร พร้อมด้วยนางสาวนิตยา มีศรี สส.สมุทรปราการ เขต 5 ลงพื้นที่ตรวจสอบโครงการจัดสร้างแหล่งท่องเที่ยวให้เป็นแลนด์มาร์คของโลก บริเวณริมคลองลาดกระบัง ท้ายซอยกิ่งแก้ว 30 ตำบลราชาเทวะ อำเภอบางพลี ซึ่งติดกับท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ โดยโครงการดังกล่าว เป็นของ อบต.ราชาเทวะ ที่ตั้งเป้าให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวและตลาดเชิงวัฒนธรรมระดับโลก ในธีมยุคต่าง ๆ 5 ระยะ ซึ่งมีโครงการบางส่วนที่ต้องสร้างสิ่งปลูกสร้างในคลองด้วย
นางสาวรักชนก เปิดเผยว่า จากข้อมูลที่ได้รับ โครงการดังกล่าวมีแผนดำเนินงาน 5 ระยะ หากก่อสร้างครบทั้งหมด อาจใช้งบประมาณเกือบ 1,000 ล้านบาท
นางสาวรักชนก ระบุว่า หากพูดตามตรง โครงการนี้มีปัญหาทุกจุด โดยเฉพาะโครงการระยะที่ 3 รัตนโกสินทร์ และระยะที่ 4 อยุธยา ที่ต้องสร้างสิ่งปลูกสร้างในคลองลาดกระบัง ซึ่งจากการสอบถามไปยังกรมชลประทาน ทราบว่า ทางกรมชลประทานได้รับหนังสือจาก อบต.ราชาเทวะ ขอใช้พื้นที่ แต่กรมชลประทานยืนยันว่าไม่อนุญาตให้สร้าง เพราะจุดนี้เป็นเส้นทางระบายน้ำสำคัญระหว่างกรุงเทพฯ กับสมุทรปราการ แต่กลับยังมีการเดินหน้าก่อสร้างจนกลายเป็นโครงการขนาดใหญ่แล้ว
นอกจากนี้ยังพบว่า อบต.เดินหน้าก่อสร้างโครงการ โดยที่ไม่ได้รับความยินยอมจากผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ เนื่องจากการใช้งบประมาณในการก่อสร้าง เป็นการจัดซื้อจัดจ้างแบบคัดเลือก ซึ่งตามระเบียบขั้นตอนปกติแล้วจะต้องได้รับการยินยอมจากผู้ว่าราชการจังหวัด ก่อนจะมีการเซ็นสัญญากับคู่สัญญาและเริ่มก่อสร้าง แต่ปรากฏว่า งบก้อนนี้ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ ยังไม่ได้เซ็น และเมื่อ สส.นิตยา ประสานกรรมาธิการฯ มาตรวจสอบ ก็พบว่า มีการส่งหนังสือไปให้ผู้ว่าฯ เซ็นย้อนหลัง แต่คาดว่าผู้ว่าฯ น่าจะไม่เซ็นอนุมัติ ซึ่งสุดท้ายโครงการนี้น่าจะต้องจบที่การรื้อถอน ก็จะทำให้งบประมาณที่ลงทุนไปแล้วต้องเสียเปล่า
นางสาวรักชนก ยังตั้งข้อสังเกตถึงความคุ้มค่าของโครงการ ที่ใช้ครุภัณฑ์นอกมาตรฐาน เช่น ราวกันตกบางส่วนมีราคาประมาณแผงละ 58,000 บาท ตลอดทั้งโครงการใช้งบประมาณราว 160 ล้านบาท ส่วนกล้องวงจรปิด เมื่อคำนวณจากวงเงินและจำนวนอุปกรณ์ อาจมีราคาเฉลี่ยประมาณชุดละ 260,000 บาท รวมประมาณ 200 ล้านบาท จึงต้องตรวจสอบรายละเอียดของราคาและกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง ซึ่งประชาชนไม่จำเป็นต้องเชี่ยวชาญด้านกฎหมายหรืองบประมาณ เพียงแค่เปรียบเทียบสิ่งก่อสร้างที่เห็นกับวงเงินที่ใช้ ก็สามารถตั้งคำถามได้ว่า โครงการนี้คุ้มค่าและสร้างประโยชน์ให้ประชาชนมากน้อยเพียงใด
นอกจากนี้ยังมีประเด็นที่บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ AOT ที่ดูแลสนามบินสุวรรณภูมิ ให้ข้อมูลว่า พื้นที่คันดินกันน้ำท่วมของสนามบิน ที่ AOT ขออนุญาตใช้ประโยชน์ที่ราชพัสดุอยู่นั้น ทาง อบต.ราชาเทวะ ได้ทำหนังสือถึง AOT ให้ทำหนังสือถึงราชพัสดุ ขอยกเลิกการใช้ประโยชน์ เพื่อที่ อบต.จะได้ทำเรื่องขอใช้ประโยชน์พื้นที่ตรงนั้นในการสร้างโครงการแลนด์มาร์คแทน ซึ่ง AOT ปฏิเสธไปถึง 2 รอบ อบต.ราชาเทวะ จึงขุดลอกคูคลองแล้วเอาดินไปโปะสร้างเป็นเนินคันดินขึ้นมาเอง แล้วปักเสาไฟกินนรีตลอดแนวและเรียกว่า สวนหย่อม ซึ่งมีเสาไฟประมาณ 10 ต้น ที่ล้ำเข้าไปในพื้นที่ของ AOT นอกจากนี้ สวนหย่อมดังกล่าว ไม่สามารถเข้าไปเดินเล่นได้หากไม่มีเรือ แต่มีการตั้งงบประมาณอีก 60 ล้านบาท ในการดูแลสวนหย่อมดังกล่าว
นางสาวรักชนก ระบุว่า จากการสอบถามทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ต่างให้ข้อมูลตรงกันว่า โครงการดังกล่าวไม่ได้รับอนุญาต แต่มีปัญหาที่กรรมาธิการฯ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่สามารถดำเนินการได้ เนื่องจากนายอภิชาติ นกขมิ้น นายก อบต.ราชาเทวะ ถูกสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ชั่วคราว เนื่องจากตกเป็นจำเลยในคดีทุจริตโครงการเสาไฟกินรี ทำให้นายจาตุรนต์ นกขมิ้น รองนายก อบต.ราชาเทวะ ทำหน้าที่รักษาการแทน โดยกรรมาธิการฯ จะส่งหนังสือที่เป็นข้อสังเกตให้กับกรมชลประทาน เพื่อให้กรมชลประทานเร่งรัดให้ อบต.รื้อถอนโครงการดังกล่าว
นอกจากนี้ กรรมาธิการฯ จะส่งข้อมูลไปยัง สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน หรือ สตง.และคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช.ให้ตรวจสอบตาม ซึ่งหากในที่สุดโครงการถูกสั่งระงับหรือรื้อถอน ทาง สตง.ก็อาจจะมีช่องทางเรียกคืนงบประมาณจากผู้ที่มีส่วนรับผิดชอบ แต่ต้องรอผลการสอบสวนว่า บุคคลหรือหน่วยงานใดต้องเป็นผู้รับผิดชอบ
แท็กที่เกี่ยวข้อง ราชาเทวะ ,ไอซ์รักชนก ,สมุทรปราการ ,แลนด์มาร์กใหม่