เลือกตั้งและการเมือง

เปิดรับทัวร์! ‘บวรศักดิ์’ ร่ายยาว ไม่มีประเทศไหนเลือกตั้งโมฆะเพราะ 'บาร์โค้ด' ซัดกูรูเหาะเกินลังกา

21 ก.พ. 2569

343 views

"บวรศักดิ์" ชี้บัตรเลือกตั้ง ที่มีการพิมพ์ “บาร์โค้ด-คิวอาร์โค้ด” พบเห็นการใช้ในหลายประเทศทั่วโลก แต่ยังไม่มีชาติไหนประกาศให้เลือกตั้งเป็น “โมฆะ" อย่าไปเชื่อกูรู ท้าคณะทัวร์เสื้อ ทุกสี

วานนี้ (20 ก.พ.) นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกรัฐมนตรี แสดงความเห็นกรณีบัตรเลือกตั้ง ที่มีการพิมพ์บาร์โค้ด และคิวอาร์โค้ด เสี่ยงทำให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ เนื่องจากการลงคะแนนไม่เป็น "ความลับ" ตามกฏหมาย  โดยระบุว่า ประเทศไทยมีกูรูมากมาย มีเรื่องอะไรก็ออกมาให้ความเห็นกันอย่างแพร่หลาย ผมขอออกตัวเสียก่อนว่าไม่ใช่กูรู และผมไม่เชื่อกูรูคนใดทั้งสิ้น ผมเชื่อกาลามสูตรของพระพุทธเจ้า ทรงสอนว่า อย่าเชื่อข่าวลือ อย่าเชื่อตรรกะ อย่าเชื่อตำรา อย่าเชื่อเพราะเป็นกูรู (ครู) อย่าเชื่อเพราะเป็นศาสดาฯลฯ แต่ให้เชื่่อเมื่อพิจารณาด้วยปัญญาจนรู้ได้ด้วยตนเองว่าสิ่งนั้นดี หรือชั่ว เป็นประโยชน์หรือเป็นโทษ


เรื่อง QR Code และบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง กูรูหลายคนให้ความเห็นว่า ขัดต่อหลักในรัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 85 ที่บัญญัติว่าการเลือกตั้ง สส. “ให้ใช้วิธีออกเสียงลงคะแนนโดยโดยตรงและลับ” กูรูบางคนไปไกลเข้าทำนอง “เหาะเกินลงกา“ ว่าลับหมายถึงลับทั้งโลก ไม่ให้มีใครรู้เลยทั้งโลก!!!!????


ในฐานะที่เป็นผู้สอนวิชากฏหมายรัฐธรรมนูญ และกฎหมายมหาชนมา 40 ปี ผมก็ต้องมานั่งทบทวนความรู้ของตัวเอง ว่าอะไรคือการเลือกตั้ง “โดยลับ” secret vote


การเลือกตั้งในอดีตเป็นการเลือกตั้งแบบเปิดเผย ยกมือกันในเวลาเลือกตั้ง ต่อมาออสเตรเลียเป็นประเทศแรกที่ให้ลงคะแนนโดยลับ ในปี ค.ศ. 1850 ต่อมาขยายไปอังกฤษในปี 1872 และไปสหรัฐอเมริกาในปี 1884 และ 1891 จนเป็นหลักสากลที่นำไปบัญญัติ ไว้ในปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน และบัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญไทย ฉบับพ.ศ. 2490 เป็นครั้งแรกโดยก่อนหน้านั้น อยู่ในกฎหมายเลือกตั้งมาตั้งแต่ปี 2475 สังเกตให้ดี ๆ นะครับว่า สามประเทศที่เริ่มการเลือกตั้งโดยลับ คือ ออสเตรเลีย อังกฤษ และสหรัฐอเมริกา


การเลือกตั้งโดยลับ มีวัตถุประสงค์เพื่อความเป็นอิสระและคุ้มครองเสรีภาพ ของผู้เลือกตั้ง ในการเลือกคนที่รัก พรรคที่ชอบ (freedom of choice) คุ้มครองเสรีภาพในความคิดและเสรีภาพทางการเมือง และยังสร้างความชอบธรรมให้เกิดขึ้นแก่ความเป็นผู้แทนราษฎรของผู้ได้รับเลือกตั้ง ทั้งยังสร้างความเชื่อมั่นในระบอบการเมือง การคุ้มครองความเป็นอิสระและเสรีภาพเหล่านี้ ก็เพื่อไม่ให้ผู้เลือกตั้งตกอยู่ภายใต้อิทธิพล อำนาจมืด อำนาจเงินของผู้สมัครรับเลือกตั้งและพรรคการเมือง คุ้มครองผู้เลือกตั้ง ให้พ้นจากความกลัวและการคุกคามของผู้สมัครและพรรคการเมือง


แต่การเมืองที่แข่งขันกันสูง ผู้สมัครและพรรคการเมืองต่างประเทศและในประเทศไทย ก็อาจใช้วิธีการทุกชนิดเพื่อให้ตนได้รับเลือกตั้ง วิธีการเหล่านั้นจะทำให้การเลือกตั้งเป็นไปโดยไม่ “สุจริตและเที่ยงธรรม” ( free and fair election) ซึ่งเป็นหน้าที่ของ กกต. ที่ต้องทำให้การเลือกตั้งเป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม


ตัวอย่างเช่น ในการเลือกตั้งเมื่อปี 2500 พรรคเสรีมีนังคศิลาชนะเลือกตั้ง โดยวิธีการเอาบัตรเลือกตั้งที่กาเองไปใส่ลงในหีบเลือกตั้ง ซึ่งเป็นที่มาของคำว่า “ไพ่ไฟ” หรือ ขนคนให้ย้ายคนให้ย้ายทะเบียนบ้านเข้ามาในเขตเลือกตั้งที่ตัวเองอาจแพ้ เพื่อลงคะแนนให้ตนเอง ซึ่งเรียกว่า“พลร่ม” การเลือกตั้งที่เพิ่งผ่านมาสิบกว่าปี ก็มีข่าวว่าในจังหวัดหนึ่งใกล้กรุงเทพมีการเอาบัตรเลือกตั้งไปใส่หีบในหน่วยเลือกตั้งที่คนเลือกตั้งน้อย เมื่อใส่ลงไปในหีบแล้ว “ไพ่ไฟ“ ของผู้โกงเลือกตั้ง กับบัตรดีที่ผู้เลือกตั้งใส่ไว้ในหีบตอนลงคะแนน ก็ปะปนกัน ไม่รู้ว่าอันไหนเป็นบัตรดีบัตรปลอม นี่จึงเป็นที่มาที่กกต.ตัดสินใจ ใส่ QR Code บาร์โค้ดลงในบัตรเลือกตั้ง เพื่อแยกบัตรปลอมของผู้โกงเลือกตั้งออกจากบัตรดีของผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง


ถามว่า กกต.ไทย คิดแผลง ๆ ใส่ QR Code หรือบาร์โค้ด ลงไปบนบัตรเลือกตั้งที่เดียวในโลกใช่หรือไม่


คำตอบก็คือ “ไม่ใช่” ประเทศที่เริ่มต้นการเลือกตั้งโดยลับประเทศแรก ๆ ของโลก สามประเทศ คือ ออสเตรเลีย อังกฤษ และสหรัฐอเมริกาหลายรัฐ ต่างก็ใช้ QR Code หรือบาร์โค้ดทั้งสามประเทศ เวลานี้ก็ยังใช้อยู่ ที่น่าอัศจรรย์ก็คือ อังกฤษเป็นต้นแบบประชาธิปไตยระบบรัฐสภา สหรัฐอเมริกาเป็นต้นแบบประชาธิปไตยระบบประธานาธิบดี


ยังมีประเทศอื่นอีกหลายประเทศ เช่น สิงคโปร์ เนเธอร์แลนด์ บราซิล เอสโตเนียแคนาดา บ้างก็ใช้กับ การเลือกตั้งระดับชาติบ้างก็ใช้ระดับการเลือกตั้งท้องถิ่น


แต่ก็ยังมีข้อถกเถียง จึงทำให้หลายประเทศยกเลิกการใช้ แต่ไม่มีประเทศไหนเคยวินิจฉัยว่าการเลือกตั้งเป็นโมฆะเพราะมีบาร์โค้ดหรือ QR Code


เหตุที่ทำให้การเลือกตั้ง ถูกเพิกถอน (ไม่ใช่เป็นโมฆะตามที่พูดกันอยู่ )ทั้งประเทศได้ตามรัฐธรรมนูญไทยมีเหตุเดียว คือ การเลือกตั้งไม่ “เป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม” ก็คือต้องโกงกันทั้งประเทศนั่นแหละ จึงจะสั่งให้มีการเลือกตั้งใหม่


นอกจากนั้น ศาลรัฐธรรมนูญเคยวินิจฉัยว่าการเลือกตั้งไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญสองครั้งคำวินิจฉัยแรก คือคำวินิจฉัยที่9 / 2549 ซึ่งศาลเห็นว่าการกำหนดวันเลือกตั้ง การจัดคูหาเลือกตั้งที่ให้คนอื่นอาจเห็นการลงคะแนนได้ ไม่เป็นการลงคะแนนโดยลับ และผลการเลือกตั้งไม่เที่ยงธรรม จึงให้เพิกถอนการเลือกตั้ง สส. และจัดเลือกตั้งใหม่


และคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่5/ 2557 ซึ่งศาลวินิจฉัยว่า การที่ไม่สามารถจัดการเลือกตั้ง 28 เขตเลือกตั้ง เพราะมีการชุมนุมขัดขวางการรับสมัครรับเลือกตั้ง ทำให้การเลือกตั้งไม่เป็นวันเดียวกันทั่วราชอาณาจักร จึงไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ ก่อนจะจัดเลือกตั้ง คสช. ก็ยึดอำนาจในวันที่ 22 พฤษภา 2557


วันนี้เอาไว้แค่นี้ก่อน พรุ่งนี้ (20 ก.พ.) จะมาพูดเรื่องการเลือกตั้ง “โดยลับ” กับปัญหา QR Code และบาร์โค้ด  ผมเชื่อว่าผู้มีปัญญาและมีจิตใจเป็นกลาง จะอ่านโพสต์นี้และใช้ปัญญาตรึกตรองเอา ว่ามีเหตุผล มีความเห็นที่มีฐานเป็นความรู้ หรือเป็นความเห็นลอย ๆ ส่วนทัวร์ใส่เสื้อสีทั้งหลาย เมื่อยึดมั่นถือมั่นในในสีที่ตัวชอบ ก็เชิญขนกันมาได้ครับ ยินดีเปิดที่จอดรถทัวร์ให้


https://youtu.be/OItAUwcuEKQ

คุณอาจสนใจ