เลือกตั้งและการเมือง

'ทักษิณ' กล่าวคำอาลัย 'ลุงป็อก' ที่ไม่ใช่แค่คนขับรถคู่ใจ แต่คือคนที่ใช้ชีวิตร่วมกันกว่า 40 ปี

โดย weerawit_c

26 พ.ค. 2567

101 views

วานนี้ 25 พ.ค.67 ก่อนถึงวัดสังฆวินาราม จ.นครราชสีมา ซึ่งเป็นสถานที่ฌาปนกิจศพ นายวิชัย ช่างเหล็ก หรือ ‘ลุงป๊อก’ คนขับรถคนสนิทนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ตลอดสองข้างทางก่อนถึงวัด มีป้ายต้อนรับ ”นายทักษิณเยือนถิ่นอีสาน“ และธงแดงตลอดเส้นทาง โดยทันทีที่มาถึง กลุ่มคนเสื้อแดง ที่รอให้การต้อนรับอยู่เป็นจำนวนมาก รวมถึงประชาชนที่สวมเสื้อดำมาร่วมงานฌาปนกิจศพ ต่างตะโกน “เรารักทักษิณ“ และชมว่า ”ตัวจริงหล่อจังเลย คิดถึง” รวมถึงมีเครื่องรางทางภาคอีสานมาต้อนรับด้วย


นอกจากนี้ ยังได้แห่เข้าไปถ่ายรูป จนกระทั่งเมื่อเจอญาติและบุตรสาวของนายวิชัย นายทักษิณได้มอบซองเงินช่วยงาน และเป็นประธานในพิธีฌาปนกิจศพ


บรรยากาศภายในงานฌาปนกิจ มีนายทักษิณ พร้อมนางสาวแพทองธาร บุตรสาว และนายพานทองแท้ บุตรชาย, แกนนำพรรคเพื่อไทย และนายชัยวัฒน์ ชื่นโกสุม ผู้ว่าจังหวัดนครราชสีมา มาร่วมงานด้วย ทั้งนี้ เจ้าภาพได้ตั้งจอโปรเจกเตอร์ เปิดคลิปสัมภาษณ์นายวิชัย ก่อนเสียชีวิต ซึ่งเป็นการเล่าถึงการทำงานกับนายทักษิณ


โดยตลอดการชมคลิป นายทักษิณได้ตั้งใจดูด้วยสีหน้ายิ้มแย้มด้วยความภาคภูมิใจ ก่อนจะมีฝนตกลงมา สลับกับแดดจ้า ตลอดพิธี


นายทักษิณ ประธานในพิธี ได้ ยืนสงบนิ่ง เพื่อยืนไว้อาลัยเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะพูดคุยกับแขกผู้ร่วมงานว่า หลายคนคงแปลกใจว่า ทำไมตนถึงผูกพันกับป๊อกมากขนาดนี้ เพราะ ไม่ใช่เป็นเพียงแค่คนขับรถคนหนึ่ง แต่เขาใช้ชีวิตคู่กับผมในที่แคบๆ มากที่สุดคนหนึ่ง อยู่ในรถด้วยกัน เพราะตนทำงานหนักตั้งแต่เป็นนักธุรกิจ จนมาเป็นนายกรัฐมนตรี เช้าออก-เย็นกลับ เป็นเวลากว่า 40 ปี และป็อกก็เคยขับรถไปส่งคุณหญิง คลอดเอมกับอิ๊ง


“วันที่ผมโดนคาร์บอม ถ้าวันนั้นสำเร็จ ก็คงตายด้วยกัน แต่โชคดีที่ไม่สำเร็จ ผมก็ต้องไปอยู่เมืองนอก”


“ป๊อก เป็นคนที่ซื่อสัตย์ อดทน อยู่กับครอบครัวของผม เรียกได้ว่าชีวิตของป๊อกมีแค่ครอบครัวของผมเท่านั้น กับครอบครัวตัวเอง นอกนั้นป๊อกไม่รู้จักอะไรเลย อยู่ด้วยกันตลอด ทำงานด้วยกันมา ป๊อกก็พยายามจะรอให้ตนกลับมา แต่โชคร้ายที่เป็นมะเร็ง เลยจากไปก่อนผมกลับมาเพียงเดือนเดียว ผมจึงตั้งใจไว้ว่า ช่วงที่มีงานศพ บอกกับคุณหญิงไว้ว่าผมจะกลับไปเผา และในวันนี้ ผมก็มาเป็นประธานในการฌาปนกิจ ขอขอบคุณพี่น้องเสื้อแดงพี่น้องคนโคราช ที่มาร่วมงานในวันนี้ และทุกท่านที่มาช่วยส่งดวงวิญญาณ ให้ป๊อกไปสู่สุคติในสัมปรายภพ


ต่อมาเวลา 16.30 น. วันที่ 25 พฤษภาคม ที่ลานอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี (ย่าโม) นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และคณะ เดินทางมาถึงบริเวณลานย่าโม เพื่อสักการะย่าโม โดยได้คล้องพวงมาลัย ก่อนถวายดาบ และปิดทองท้าวสุรนารี ก่อนผูกผ้าสามสี


โดยมีมวลชนในพื้นที่รวมตัวกันใส่เสื้อแดง มารอให้การต้อนรับนายทักษิณเป็นจำนวนมาก พร้อมทั้งมีการสกรีนป้ายต้อนรับ และถือป้ายแสดงความยินดีที่นายทักษิณได้มาที่จ.นครราชสีมา โดยทันทีที่นายทักษิณมาถึงต่างกรูกันเข้าไปผูกผ้าขาวม้าเพื่อให้การต้อนรับ และมอบดอกไม้ รวมทั้งขอถ่ายรูปคู่กับนายทักษิณ


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงก่อนที่นายทักษิณจะมาสักการะย่าโม ได้มีมวลชนกลุ่มศูนย์รวมประชาชนปกป้องสถาบัน (ศปปส.) แกนนำ คปท.และ กปปส.โคราช ราว 60 คน  มารวมตัว ถือป้ายคัดค้าน โดยบางป้ายระบุว่า “หลานย่าโมไม่เอาบ่อนคาสิโน” “ประเทศไทยไม่ใช่สมบัติชินวัตร” “คนโคราชยินดีต้อนรับนักโทษเทวดา” พร้อมกับตะโกนว่า “ทักษิณติดคุก” “ยิ่งลักษณ์ติดคุก“ ”ยิ่งลักษณ์ข้าวเน่า“ ตั้งแต่ที่นายทักษิณมาถึงและทำพิธี



ขณะที่มวลชนคนเสื้อแดง ก็ตะโกนแข่ง เพื่อกลบเสียงอีกฝั่งว่า “เรารักทักษิณ” และกระชับพื้นที่เข้ามารอบตัวนายทักษิณ ระหว่างที่นายทักษิณทำพิธี


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เนื่องจากมีมวลชนมารอให้การต้อนรับนายทักษิณเยอะมาก แน่นล้นย่าโม เบียดนางสาวแพทองธาร ออกมาจากคณะ จนนางสาวแพรทอง ต้องไหว้ขอทาง เพื่อที่จะให้ทันขบวนของพ่อ


ทั้งนี้ ก่อนที่นายทักษิณจะมาถึง ช่วงเวลา 15.00 น. กลุ่ม คปท.และ กปปส.ต่อต้านทักษิณ ประมาณ 60 คน ได้มารอรับนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่มีกำหนดการเดินทางมาสักการะท้าวสุรนารี ขณะเดียวกัน กลุ่มคนเสื้อแดงโคราช ได้เดินทางมาต้อนรับเช่นเดียวกัน โดยต่างฝ่ายต่างชูป้าย โดยกลุ่ม คปท.ได้ชูป้ายโจมตีนายทักษิณฯ และรัฐบาล ส่วนกลุ่มคนเสื้อแดงได้ชูป้ายต้อนรับ โดยทั้งสองฝ่ายได้ตะโกนโห่ร้อง และส่งเสียงตอบโต้กันไปมา ส่งผลให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ ทั้งในและนอกเครื่องแบบนับร้อยนาย เข้ามาประชิด และห้ามทั้งสองฝ่ายไม่ให้กระทบกระทั่งกัน และแยกฝ่ายคนเสื้อแดงให้ขึ้นไปอยู่บนลานอนุสาวรีย์ ส่วนกลุ่ม คปท.และ กปปส.ให้อยู่ที่ศาลาทรงไทย


เวลา 17.20 น. ที่ภัตราคารอาหาร เสียว เสี้ยว จ.นครราชสีมา นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ประธานที่ปรึกษาพรรคชาติพัฒนา ปิดภัตราคาร 40 โต๊ะ กว่า 400 ที่นั่ง เลี้ยงตอนรับคณะของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โอกาสเยือนจังหวัดนครราชสีมา ทันทีที่นายทักษิณเดินทางมาถึงร้านอาหาร นักร้องได้ร้องเพลง เกิดมาเป็นนักสู้ ที่เป็นเพลงที่นายทักษิณเคยร้อง จากแดนไกลที่ตนต้องไปอยู่ต่างประเทศ ซึ่งระหว่างนั้นนายทักษิณ ได้ร้องตามไปด้วย


จากนั้นนายสุวัจน์ ได้กล่าวตอนรับ โดยชมว่า จังหวัดนครราชสีมา ได้รับการพัฒนา โดยมาเป็นเมืองใหญ่ในทุกวันนี้ ฝาก 2 นายกรัฐมนตรีคือ พลเอกชาติชาย ชุณหะวัณ และ นายทักษิณ แล้ววันนี้ก็ได้ฝากฝังสินค้าซ้อเพาเวอร์มากมาย ในจังหวัดนครราชสีมา เพื่อให้พรรคเพื่อไทยได้ช่วยผลักดันต่อ


โดยนายสุวัจน์ ได้มอบองค์หล่อจำลองย่าโม รุ่น 555 และนายเทวัญ ลิปตพัลลภ หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา ได้มอบพระชัยเมืองฯ รุ่น 197 ปี วัดศาลาลอย จากนั้น ได้เปิดโอกาสให้ บรรดา สส.รวมไปถึง สจ.และภาคเอกชน ได้มอบของดีเมืองโคราช ไม่ว่าจะเป็นอาหาร ผลไม้ ของใช้ เช่น ผ้าไหมปักธงชัย และเครื่องปั้นดินเผาด่านเกวียน ที่ทั้ง2 อย่างเป็นสินค้าที่ได้รับมาตรฐานสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ไทย (GI) รวมไปถึงกางเกงแมวโคราช


จากนั้นนายทักษิณ กล่าวกะบผู้ที่มาร่วมงานว่า วันนี้อบอุ่น ที่ได้รับการต้อนรับและของที่ระลึกมากมาย ไม่ได้พูดนาน ถ้าพูดไม่เป็นจึงขอใช้หัวใจพูด วันนี้ขอชื่นชม ในเมืองมีระเบียบดี และทำให้คิดถึง ครั้งแรกที่มากราบย่าโมตอนอายุ 16 เขาบอกว่าลอดประตูชุมพลจะได้กลับมาอีก นึกว่าจะไม่ได้กลับมา หายไป 18 ปีก็ได้มาใหม่ ที่ผ่านมาประเทศไทย เดินหน้าเศรษฐกิจ ทุนนิยมตามฝรั่ง ที่กำหนดเป็นเศรษฐกิจที่ขาดความเห็นใจ เพราะหลักของมันคือปลาใหญ่กิน ปลาเล็ก ปลาเร็วกินปลาช้า แต่คนบ้านนอกทั้งตัวเล็กและช้าจึงโดนกินมาตลอด เพราะเราบริหารโดยไม่เข้าใจพื้นฐานของคนที่ด้อยโอกาส


นายทักษิณกล่าวอีกว่า วันนี้ถึงเวลาที่ประเทศไทย ต้องคิดถึงคนส่วนใหญ่ มากกว่ากลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง พรรคไทยรักไทย ที่วันนี้กลายมาเป็นเพื่อไทย ถูกยุบมา 3 ครั้ง เราไม่เคยย่อท้อ ที่จะเดินหน้าเศรษฐกิจทุนนิยม ที่เห็นอกเห็นใจประชาชน เราต้องแก้ไขเศรษฐกิจครั้งนี้ให้ได้ แม้กลไก ระบบราชการจะอุ้ยอ้าย แต่ตนเชื่อว่า ข้าราชการทุกคนรักบ้านเมืองรักประชาชน แต่การจะจูงใจให้เข้าใจ และค่อยๆปรับยังไม่ดีพอ และวันนี้เราต้องเปลี่ยนวิธีคิด เช่นเราพยายามทำอุตสาหกรรมที่มีกำไร 10-20% สุดท้ายไปบี้ค่าแรง คนยิ่งจนหนักเข้าไปใหญ่ ต่างประเทศ ทำกำไร 1000 -5,000 เปอร์เซ็นต์ ทำให้ค่าแรงงานไม่ใช่ปัญหา ปัญหาคือสมอง ต้องหาคนสมองดีมาช่วยกัน บ้านเรามีคนสมองดีเยอะ แต่เหมือนมีดที่ไม่ได้ลับสนิมเลยเกาะ ดังนั้นประเทศไทยจึงต้องให้โอกาส คำว่าโอกาสเป็นคำเดียวเท่านั้น ที่จะพลิกฟื้นประเทศไทยได้ ถ้าสร้างโอกาสให้คนไทยไม่เป็นก็จะลำบากต่อไป


วันนี้ตนดีใจที่มาพบเพื่อนๆ คนเก่าคนแก่ อย่างนายสุวัจน์ รู้จักกันมาตั้งแต่พรรคปวงชนชาวไทย และนายสุวัจน์เป็นคนซื่อ และรัก พลเอกชาติชาย มาก รู้สึกว่าพรรคชาติพัฒนา เหมือนมรดก ที่ต้องดูแลต่อยังอยู่ที่พรรคชาติพัฒนา และอีกคนที่ต้องขอบคุณคือ นายวีระศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล อดีตรมช.คมนาคม ที่วันนี้มีลูกเป็นรมว. วัฒนธรรม พ่อจึงต้องหลบไปก่อน นายวีระศักดิ์ ทำการเมืองที่โคราช จนตนตกใจ ลูกหลานเป็นสส. กันหมดมีภรรยาเป็นนายกอบจ. ทำให้เห็นว่าเอาจริงเอาจังเป็นอย่างมาก ถือเป็นกำลังสำคัญของพรรคเพื่อไทย "เดี๋ยวนายสุวัจน์ ก็จะมาเป็นกำลังสำคัญของพรรคเพื่อไทย" ทำให้เรียกเสียงฮือฮาของผู้ร่วมงาน จากนั้นนายทักษิณกล่าวต่อว่า ที่ตนพูด พูดแทนลูก เพราะน.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ให้ตนลิปซิงค์ เนื่องจากอายุน้อย ไม่กล้าชวนตรงๆ เลยบอกให้พ่อลิปซิงค์ และขอขอบคุณ ทุกท่านที่ให้เกียรติมาต้อนรับและมาทานข้าวด้วยกัน


รับชมทางยูทูบที่ : https://youtu.be/9aOKtHOOyj4

คุณอาจสนใจ

Related News