เลือกตั้งและการเมือง
'วิโรจน์' ลั่นใช้ทฤษฎีหน้าด้าน ไม่ออกจาก 8 พรรค ออกแล้ว ปชช.จะเอาอะไรกิน!
22 ก.ค. 2566
67 views
วานนี้ (วันที่ 21 ก.ค) นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ให้สัมภาษณ์ในรายการ “กรรมกรข่าวคุยนอกจอ” ถึงความเคลื่อนไหวทางการเมือง สิ่งแรกที่จะทำคือ 1. การปิดสวิตช์ 3 ป. เปิดความหวังให้กับประชาชน 2. ภาคี 8 พรรคร่วมต้องไปด้วยกันให้ได้ ที่เปรียบเหมือนปั่นจักรยาน 8 คันไปด้วยกัน 3. เคารพให้เกียรติแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล 4. การรักษาจุดยืนพรรคก้าวไกล และ 7 พรรค 5.ความยืดหยุ่นภายใต้สถานการณ์เป็นจริง ว่ารัฐธรรมนูญไม่ได้ออกแบบมาเพื่อพวกเรา อะไรที่ยืดหยุ่นได้ต้องยืดหยุ่น รักษาจุดยืนที่อยู่ใกล้เคียงจุดเดิมให้ได้ บางอย่างอาจเอนบ้างแต่ รากที่ปักต้องจุดเดิม
มันก็น้อยครั้งที่พรรคอันดับ 1 กลับยอมถอยเรื่องประธานรัฐสภา เรื่องนี้มองย้อนกลับไปข้อ 1 คือ ภารกิจสำคัญคือ การปิดสวิตช์ 3 ป. ให้ได้ และต้องประคองภาคี 8 พรรคร่วมให้ได้ แม้เราจะไม่ได้เป็นนายกฯก็ตาม ยืนยันว่าจะไม่มีวันที่พรรคก้าวไกลจะถอนตัว
ส่วนกระแสข่าวว่า พรรคก้าวไกลกำลังจะถูกผลักเป็นพรรคฝ่ายค้านว่า เราขอยืนยัน เราจะทำอย่างดีที่สุดเพื่อจะเป็นรัฐบาลเอาความฝันประชาชนกลับมาให้ได้ ตนไม่เคยมีภาพของการแถลงที่บอกว่า เราจะเป็นฝ่ายค้าน เราจะสู้สุดทางแน่นอน การสู้สุดทางในที่นี้ ไม่ได้หมายความว่าการเป็นนายกรัฐมนตรี แต่หมายถึงการประคอง 8 พรรคร่วมรัฐบาลให้อยู่ให้ได้
จุดยืนเราก็ต้องมี ภายใต้สถานการณ์ยืดหยุ่นที่สามารถอธิบายกับประชาชนได้ เพื่อแก้ปัญหาประชาชนได้ ถ้ามีทางเลือกอื่น เราพร้อมจะยืดหยุ่น แต่จะให้ทิ้งจุดยืน มันก็ไม่ได้เหมือนกัน ย้ำว่า สิ่งแรกที่จะทำคือ การปิดสวิตช์ 3 ป. เปิดความหวังให้กับประชาชน, 2 ภาคี 8 พรรคร่วมต้องไปด้วยกันให้ได้, 3 เคารพให้เกียรติแกนนำ ถ้าผ่านตรง 3 ข้อนี้ (จาก 5 ข้อที่เกริ่นไป) ผมว่ารัฐบาลไปต่อได้
ส่วนเหตุผลที่ว่า การปิดสวิตช์ 3 ป. สำคัญมาก ให้ลองนึกภาพก้าวไกลประกาศเป็นฝ่ายค้าน ฝั่ง 3 ป. ยิ้มเลย
ตนเคยพูดมาตลอดว่า เรื่องนี้เราต้องหน้าด้าน ถ้าเราเจอคนหน้าด้าน พร้อมยกคำจากภาพยนตร์ลัดดาแลนด์ ที่บอกว่า กูไม่ออกๆ แล้วประชาชนเอาอะไรแดก เราต้องหน้าด้านกว่าเพื่อประชาชน พี่น้อง 8 คนอยู่บ้านเดียวกัน ใครจะไล่ออกจากบ้านไม่ได้ ไม่ได้หมายความว่า ผมทิ้งจุดยืน ความยืดหยุ่นในสถานการณ์มันต้องมี เพราะบางครั้งเราทำ ก. ไม่ได้ แต่ทำ ข. ได้ แล้วมันตอบโจทย์เหมือน ก. เราก็ต้องพิจารณา
นายวิโรจน์ ยังเล่าย้อนเรื่องคำสอนของพ่อที่ถามว่า สู้กับอะไรน่ากลัวที่สุด ผมตอบพ่อไปว่า สู้กับคนเก่ง พ่อบอกว่า สู้คนเก่งง่ายมาก เรียนรู้จากเขา เราก็จะเก่งขึ้น จากนั้นผมก็ตอบ สู้กับคนไม่เก่ง พ่อก็บอกว่า คนไม่เก่งไม่เป็นไร ถ้าเขามีความตั้งใจ พาเขามาเป็นพวก เขาก็ได้เรียนรู้กับเราและเราจะยิ่งใหญ่ไปด้วยกัน
สุดท้าย พ่อสรุปว่า การสู้กับคนหน้าด้าน น่ากลัวที่สุด เพราะแพ้มันก็จะโกง ต่อให้มันสู้แพ้เรามันก็จะโกง ล้มกระดาน สร้างกติกาใหม่ ให้เราเสียเปรียบ ตอนนั้นผมยังไม่อยู่ในวงการการเมืองเลยนะ ผมเลยถามพ่อว่า แล้วถ้าเจอคนแบบนี้ต้องทำยังไง พ่อบอกว่า เจอคนหน้าด้าน ให้หน้าด้านกว่าเท่านั้น ภูมิใจมากว่าวิชาลับของตระกูลได้ถูกนำเอามาใช้ ยังเคยจับมือ เลขาชัยธวัช แล้วบอกวาต้องด้านเท่านั้น
ประเด็นที่มีหลายคนบอกว่า ก้าวไกลต้องถอย ผมก็อยากพูดว่า “ออกแล้วประชาชนจะเอาอะไรแดก กูไม่ออก กูจะอยู่กับมึงนี่แหละ แต่เราจะอยู่แบบสุดปลายมือจริง ๆ สู้กับคนหน้าด้าน เราหน้าบางไม่ได้ คือ คนหน้าด้าน คนถ่อยเนี่ย เขาจะรู้สึกว่าวิญญูชนจะหน้าบาง แสดงสปิริตสิ ผมก็บอกว่า ไม่ ๆๆๆ กูไม่ออก ต่อให้ยีหัวเรา กูก็จะกอดมึงเอาไว้ ออกแล้วประชาชนจะเอาอะไรแดก”
นายวิโรจน์ บอกว่า เราหน้าบางใครเสียประโยชน์ มันคือการเสียโอกาสของประชาชน ทำให้เค้าสิ้นหวังและอยู่ในวงวนเดิม คนที่กาเพื่อไทย ก้าวไกล รวมถึงพรรคร่วม ทุกคนกาเพื่อต้องการเปลี่ยนรัฐบาลทั้งนั้น ไม่มีใครกาก้าวไกลเพื่อไปเป็นฝ่ายค้าน
พร้อมถามว่าถ้าออกมาเป็นฝ่ายค้าน พวกตนรอได้ แต่อีก 4 ปี ประชาชนจะเจอกับอะไร เราจะปล่อยให้การสืบทอดอำนาจไปอีก 4 ปีหรอ วันเดียวตนไม่ยอมแล้ว มันทำลายโอกาสของประชาชนที่จะลืมตาอ้าปาก อีก 4 ปี คือ คนอายุ 16 กลายเป็น 20 ปี คนอายุ 56 ที่กำลังจะเก็บเงินก่อนเกษียณ กลายเป็นคน 60 ที่เกษียณอย่างสิ้นหวังหรอ 4 ปีมีความหมายมาก
นายวิโรจน์ บอกว่า วันที่นายพิธา เดินออกจากรัฐสภา ตนไม่ได้ปลอบใจเขา เพราะรู้ว่า นายพิธาต้องการเห็นหน้าเพื่อนร่วมทีมที่เข้มแข็งมากกว่า ไม่ต้องการเห็นเพื่อนร้องไห้ ถ้าดูหน้าผมตอนนั้น ผมคิดว่า เดี๋ยวกูเอาคืนให้ ใครทำเพื่อนผม เดี๋ยวผมเอาคืนให้ ถ้าผมร้องไห้ เพื่อนผมได้กลับมาไหม ไม่มีประโยชน์ ผมแค่จำภาพไว้ มองพิธาตอนออก สักวันหนึ่งจะคืนความเป็นธรรมให้กับเพื่อน ด้วยทฤษฎีหน้าด้านของผม
รับชมทางยูทูบที่ : https://youtu.be/tBDdVOztIeo
แท็กที่เกี่ยวข้อง