เลือกตั้งและการเมือง

'ชลน่าน' ขอบคุณ 'พิธา' เปิดทางเพื่อไทย - 'ภูมิธรรม' เผย พิธาขอทดลองโหวตนายกฯ รอบ 2

16 ก.ค. 2566

133 views

เมื่อวันที่ 15 ก.ค.66 นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย เปิดเผยถึงกรณีที่ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ระบุว่า ถ้าโหวตนายกฯรอบสองไม่ผ่าน ยินดีเปิดโอกาสให้เพื่อไทยจัดตั้งรัฐบาล เบื้องต้นได้มีการพูดกันหรือยัง ว่า


ในการพูดคุย เมื่อ 14 ก.ค.ที่ผ่านมา ไม่ได้พูดประเด็นนี้ เป็นเพียงแนวทาง การที่นายพิธาประกาศก็เป็นประเด็นของนายพิธาเอง การหารือเราคุยกันระดับหนึ่ง และวางแนวทางไว้จะหารือกับ 8 พรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาล ในวันที่ 18 ก.ค. ในส่วนพรรคเพื่อไทยกับก้าวไกลคงจะพูดคุยในรายละเอียดก่อน 18 ก.ค.อีกครั้ง


เมื่อถามว่าไม่ได้รู้มาก่อนใช่หรือไม่ ว่านายพิธาพูดเปิดโอกาสให้เพื่อไทย นพ.ชลน่าน กล่าวว่า เป็นสมมติฐานว่าถ้าไม่ผ่านก็เป็นแนวทาง ต้องฝากขอบคุณนายพิธา ถ้าจะเปิดโอกาสอย่างนั้น กรณีถ้ามันเกิดเหตุการณ์อย่างนั้นจริง ๆ แต่เรายังไม่ได้พูดคุยกัน


เมื่อถามว่าหากพรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล แต่ยังมีพรรคก้าวไกลอยู่ด้วย อาจไม่ได้เสียงสนับสนุนจาก ส.ว.จะทำอย่างไร นพ.ชลน่าน กล่าวว่า ก็คงไปดูในรายละเอียด เพราะว่าเงื่อนไขที่พูดมาจะเป็น ส.ว.ทั้งหมดหรือไม่ หรือจะเป็น ส.ว.บางคน ก็ต้องไปดูข้อเท็จจริง


ด้าน นายภูมิธรรม เวชยชัย รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ที่พูดมามีประเด็นเรื่อง 272 ซึ่งเป็นประเด็นที่ได้มีการพูดคุยกันในการประชุมพรรคเพื่อไทยกับก้าวไกล เมื่อวันที่ 14 ก.ค. ซึ่งสรุปออกมาเหมือนกับว่าเราจะเคลื่อนเรื่องนี้ไปด้วยกันทัั้งหมด ยังเป็นความเข้าใจที่อาจจะคลาดเคลื่อนได้ เพราะที่ประชุมเจรจาสองพรรคยังมีความเห็นต่าง ๆ สำหรับการที่จะขับเคลื่อนเรื่องการแก้ไมาตรา 272 ว่าจะเป็นการปิดสวิตช์ ส.ว.


ซึ่งการคุยกันเมื่อวันที่ 14 ก.ค.ที่ผ่านมา ต่างฝ่ายต่างยังมีความเห็นที่แตกต่างกัน แม้ว่าเป้าหมายสำคัญที่เราอยากเห็นการเปลี่ยนแปลงเรื่องนี้จะเหมือนกันก็ตาม เพราะจากการหารือ เราบอกว่าต่างกลับไปคิดแล้วค่อยกลับหารือร่วมกับ 8 พรรคในวันที่ 18 ก.ค. แล้วสองพรรคจึงสรุปร่วมกันอีกครั้งก่อนเข้าที่ประชุมร่วมรัฐสภาในวันที่ 19 ก.ค. เพราะฉะนั้นเรื่องนี้ยังไม่ได้ข้อสรุปที่เห็นพ้องต้องกันทั้งหมดว่าจะเดินไปข้างหน้า


นายภูมิธรรม กล่าวต่อว่า ประเด็นเรื่องมาตรา 272 ที่หารือกันนั้น ความเห็นของพรรคเพื่อไทยคือ ยังมองว่าข้อเสนอของพรรคก้าวไกลที่จะทำเรื่องนี้ ไม่มีกรอบเวลาที่ชัดเจนว่าจะทำไปอีกนานเท่าไหร่ เพราะประเด็นนี้เราเห็นชัดเจนอยู่แล้วว่าเสนอไปคำตอบข้างหน้าคืออะไร เพราะการเสนอปิดสวิตช์ ส.ว. ทำได้เพียงแค่เป็นสัญลักษณ์ของการต่อสู้เพื่อให้สังคมรู้ว่า ส.ว.เป็นอุปสรรคต่อการแก้ไขรัฐธรรมนูญ


ซึ่งสังคมก็รับรู้เรื่องนี้อยู่แล้ว เพราะเมื่อ 4 ปีที่แล้ว พรรคเพื่อไทยได้เสนอแก้ไขมาตรา 272 ต่อรัฐสภาถึง 2 ครั้ง แล้วก็ไม่สำเร็จ เพราะเงื่อนไขของความสำเร็จคือต้องได้เสียงจากรัฐสภา และต้องได้เสียง 20 เปอร์เซนต์จากฝ่ายค้าน และต้องได้รับเสียง จาก ส.ว. 86 เสียง ซึ่งการเลือกนายพิธา เป็นนายกฯคราวนี้ ที่พรรคก้าวไกลยืนยันว่าจะได้เสียงเยอะ แต่เสียงที่ออกมามี ส.ว.เพียงแค่ 13 เสียงเท่านั้น ทั้ง ๆ ที่ต้องหาถึง 64 เสียงยังหาไม่ได้ เพราะฉะนั้น 86 เสียงยิ่งเป็นเรื่องที่ยากขึ้นไปอีก


"ดังนั้นการที่พรรคก้าวไกลเสนอแก้มาตรา 272 รู้อยู่แล้วว่าอย่างไรก็ไม่ได้จึงต้องชัดเจนว่าเสนอเพื่อจะให้เกิดประะโยชน์อะไร ทั้ง ๆ ที่ขณะนี้ ความจำเป็นก่อนอันอื่นคือต้องมาหาทางออกเรื่องว่าตั้งรัฐบาลให้ได้อย่างไร จะหานายกฯ คนไหนไปเสนอเพื่อให้ได้รับการยอมรับจากรัฐสภาทั้งสภา นี่คือประเด็นที่เราเสนอว่าควรจะต้องทำให้สำเร็จก่อนอย่างอื่น"


นายภูมิธรรม กล่าวต่อว่า สิ่งที่สำคัญคือขณะนี้ถามว่าเราจะยังยืนยันนายพิธาเป็นนายกฯอยู่หรือไม่ จริง ๆ เรายังยืนยันข้อตกลงร่วมของ 8 พรรค ที่จะพยายามผลักดันให้เกิดรัฐบาลประชาธิปไตยให้ได้ และเราคิดว่าจะสู้ให้นายพิธาให้ถึงที่สุด อย่างสุดความสามารถ แต่พอผลการเลือกตั้งนายกฯเมื่อวันที่ 13 ก.ค. ออกมา เราก็เสนอว่าเป็นรูปธรรมชัดเจนที่เราต้องเอากลับมาคิดว่ายังจะเป็นอย่างไรต่อไป


และปัญหาสำคัญคือ ได้ยินว่าจะมีการเสนอรัฐบาลเสียงข้างน้อยแข่ง ก็ยังเป็นปัญหาที่ต้องพิจารณา และในวันที่ 19 ก.ค. เท่าที่รับทราบมาซึ่งเราก็ยังไม่รู้ว่าจริงหรือไม่จริง แต่มีการพูดออกอากาศมาจากฝั่ง ส.ว.หรือฝ่ายรัฐบาลเดิม ว่ามีการเสนอให้มีการถกเถียงเรื่องการเสนอชื่อนายพิธา เป็นญัตติหรือไม่ใช่ญัตติ ถ้าเป็นญัตติ ก็แสดงว่านายพิธาต้องตกไป ไม่สามารถจะเสนอนายพิธาเป็นนายกฯ ในสมัยประชุมนี้ได้ ถ้าไม่เป็นญัตติก็กลับมาเสนอนายพิธาเป็นนายกฯต่อ


"ผมเชื่อว่าประเด็นนี้จะเป็นที่ถกเถียงอย่างมาก ในการประชุมรัฐสภาวันที่ 19 ก.ค. และไม่แน่ใจว่าจะมีข้อสรุปได้ง่าย เพราะเป็นความเห็นต่าง ซึ่งดูแล้วก็ยากที่จะคล้ายกันได้ เพราะฉะนั้นทางออกมีสองทางคือ ประธานรัฐสภาอาจจะวินิจฉัย หรือออาจจะมีสมาชิกเสนอเป็นญัตติ ขึ้นมาให้โหวต เพื่อที่จะสรุปว่าเป็นอย่างไร หากเป็นอย่างนั้นก็เชื่อว่าเสียงส่วนใหญ่น่าจะไม่ให้พอไม่ให้ คุณพิธาก็ต้องตกไป ซึ่งเราไม่รู้ เราคงต้องช่วยกันตีความให้สอดคล้องกับประโยชน์ที่ประชาชนจะได้รับเต็มที่


ถ้าคุณพิธาไม่ได้ ก็เป็นอีกโจทก์ที่เราต้องมาคิดว่าวันที่ 19 ก.ค. จะมีการเสนออย่างไร ถ้าคุณพิธายังได้เหมือนเดิม ผมคิดว่าพรรคร่วม 8 พรรคก็คงเสนอคุณพิธา ซึ่งถ้าเป็นคุณพิธาคนเดียวไม่มีปัญหาอะไร เราก็จะให้คุณพิธาได้ทดลองว่า ถ้าอีกรอบเสียงไม่ได้แตกต่างไปจากเดิม น้อยหรือมากไปกว่าเดิมไม่มาก ก็ชัดเจนแล้วว่าไปไม่ได้ ถ้าเป็นอย่างนั้นก็คงต้องมีการเปลี่ยนแปลง คงไม่มีการเสนอไปเรื่อย ๆ จนรอไปถึงปีหน้า เพื่อรอ ส.ว.หมดวาระ เพราะปัญหาประเทศต้องการความชัดเจน และต้องการได้รัฐบาลโดยเร็วเพื่อมาแก้ปัญหาของประชาชน ดัวนั้นเราต้องจบให้ได้"


นายภูมิธรรม กล่าวว่า อีกเรื่องคือถ้ายังเสนอนายพิธา แล้วฝ่ายเสียงข้างน้อยเสนอแข่ง อาจจะเป็น พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ หรือใครก็ตาม อย่าลืมว่ากลุ่ม 188 เสียง รวมเสียง ส.ว. 250 คน ซึ่งมีแนวโน้มจะเป็นไปได้ เขาสามารถจะผ่านการเป็นนายกฯ ได้ ซึ่งตรงนี้เราต้องคิดว่าถ้าปล่อยให้เป็นอย่างนั้นจะคุ้มค่าหรือไม่กับโอกาสเพียงน้อยนิดที่เราจะได้จัดตั้งรัฐบาล แก้ไขปัญหาตามนโยบายที่เสนอ พร้อมทั้งแก้ไขรัฐธรรมนูญได้ เพราะเราเป็นรัฐบาลเราสามารถมีมติ ครม.ให้ไปทำประชามติ เพื่อตั้งส.ส.ร. มาแก้ไขรัฐธรรมูญ


ซึ่งสำหรับพวกเราถ้าทำได้เราสามารถกำหนดได้ว่าภายใน 1 ปี ไม่เกิน 2 ปีเราสามารถทำได้ ซึ่งเป็นการปิดสวิตช์ ส.ว.ที่เป็นรูปธรรมจริง ๆ มากกว่าการมาเสนอแก้ไขมาตรา 272 ที่ทำได้เพียงแค่สัญลักษณ์ เราสู้เรื่องนี้อยู่ แต่ไม่สามารถหวังผลได้ การที่พรรคก้าวไกลเสนอเรื่องนี้ก็ต้องชี้ให้ชัดว่าสิ่งที่อยากได้คืออะไร คุ้มกับการที่ต้องเสี่ยงกับการที่จะสูญเสียโอกาสในการจัดตั้งรัฐบาลหรือไม่


นายภูมิธรรม กล่าวต่อว่า นี่คือกรอบส่วนใญ่ที่คุยกัน และพรรคเพื่อไทยก็เสนอแบบนี้ ซึ่งทางพรรคก้าวไกลยังบอกว่าอยากได้เวลาในการเสนอชื่อเป็นนายกฯอีกครั้ง และยังอยากทำเรื่องแก้มาตรา 272 ควบคู่กันไป ซึ่งเราเห็นว่าต้องคิดให้ดี แต่เราก็เคารพในความเห็น และให้กลับไปทบทวนกันในพรรคแล้วนำไปหารือในเช้าวันที่ 18 ก.ค. ซึ่งสิ่งที่นายพิธาพูดออกมาก็ดูดี และต้องขอบคุณที่จะทดลองอีกครั้ง แล้วเสนอให้พรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำ


แต่ตนคิดว่าปัญหาสำคัญที่ต้องคุยให้จบก่อน เพราะต้องไปเผชิญกับวิกฤตการณ์ หรือปัญหาที่จะเกิดขึ้นเราจะแก้ไขอย่างไร ถ้าไม่สรุปให้ชัดเจนและไม่คุยให้ชัดก่อน ก็จะได้สิ่งที่เราพูดแล้วรู้สึกดีแต่โอกาสและการแก้ปัญหาที่จะเกิดขึ้นจะไม่มี ซึ่งน่าเป็นห่วงที่สุด เรายังยืนยันว่ายังอยากจับมือเป็นพันธมิตรกับ 8 พรรค เพื่อเข้าไปทำเจตนารมณ์ประชาชนให้สำเร็จ แก้ปัญหาให้ประชาชนให้ได้ แต่ต้องอยู่กับความเป็นจริงที่จะเกิดขึ้นและทำอย่างไรให้เกิดประโยชน์สูงสุด


เมื่อถามว่า มองอย่างไรที่นายพิธา ออกมาพูดก่อนที่จะมีการตกลงกัน นายภูมิธรรม กล่าวว่า เรื่องนี้ต้องไปถามนายพิธา แต่ตนคิดว่านายพิธาคงมีเจตนาที่ดี ที่จะให้กำลังใจ กับประชาชนว่ากำลังต่อสู้อยู่ ซึ่งตนไม่ได้ขัดข้องตรงนี้ ก็ชื่นชมสิ่งที่นายพิธาทำ แต่ในเกมการต่อสู้เพื่อให้ฝ่ายประชาธิปไตยกับฝ่ายประชาชนได้รับชัยชนะ เพื่อสามารถเข้าไปเป็นรัฐบาลแก้ปัญหาได้ อันนี้เรายังเห็นต่างกันอยู่ ก็ต้องคุยกัน ซึ่งเป็นได้แค่ข้อเสนอของพรรคก้าวไกล แต่ความเห็นร่วมต้องผ่านการถกเถียงและพูดคุยกัน ซึ่งยังไม่มีข้อสรุป


อย่างไรก็ตาม ทั้งสองพรรคถ้าคุยภายในกันได้และมีข้อสรุป เราเปิดสายคุยกันได้ตลอดเวลา แต่ถ้าไม่มีอะไรเปลี่่ยนแปลงจากที่เป็นอยู่ ก็ไปเสนอในที่ประชุม 8 พรรค วันที่ 18 ก.ค. เวลา 10.00 น.


https://youtu.be/iQfjZ_Oj9Yw


คุณอาจสนใจ

Related News