เลือกตั้งและการเมือง

'ชัยณัฐร์' ยันทำมาหากินสุจริต ไม่เกี่ยวข้องทุนจีนโยงผับย่านยานนาวา จ่อเอาผิดคนทำให้เสียหาย

30 ต.ค. 2565

421 views

วานนี้ (29 ต.ค.) นายไพบูลย์ นิติตะวัน รองหัวหน้าพรรคในฐานะฝ่ายกฎหมายพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีนายชัยณัฐร์ กรณ์ชายานันท์ นายทุนจีนที่ได้รับสัญชาติไทย มีชื่อบริจาคเงินให้พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) จำนวน 3 ล้านบาท เมื่อปี 2564 ว่า



เบื้องต้นพรรค พปชร.ตรวจสอบเรื่องนี้แล้ว โดยดำเนินการตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมืองทุกประการ ไม่มีการฝ่าฝืนกฎหมาย ซึ่งขั้นตอนการรับบริจาค กฎหมายพรรคการเมืองเขียนไว้อย่างเคร่งครัด เมื่อได้รับบริจาคมาแล้ว ต้องจัดทำรายงานพร้อมจัดส่งเอกสารหลักฐานต่างๆ รวมทั้งสำเนาบัตรประชาชนของผู้บริจาค และรายงานให้ กกต.รับทราบ ซึ่งกรณีนี้ได้รับบริจาคมาเมื่อเดือนพฤษภาคม 2564



ทั้งนี้ พรรค พปชร. ให้ความระวังเรื่องการกระทำต่างๆ โดยต้องคำนึงให้เป็นไปตามกฎหมายอยู่ กรณีที่เกิดขึ้นขอยืนยันกับสังคมว่า พปชร. ทำทุกอย่างถูกต้องตามกฎหมายทุกประการ แต่มีความเป็นห่วงการให้สัมภาษณ์หรือการแสดงความเห็นของบางคนว่าอย่าไปให้สัมภาษณ์ใส่ความหรือวิพากษ์วิจารณ์จนทำให้พรรค พปชร.เกิดความเสียหายหรือบิดเบือนข้อเท็จจริง เพราะข้อเท็จจริงในกรณีนี้พรรคพปชร.ไม่ได้ทำผิดแต่อย่างใด



เมื่อถามว่ามั่นใจว่าไม่มีเหตุที่จะนำไปสู่การยุบพรรค พปชร.ใช่หรือไม่ นายไพบูลย์ กล่าวว่า ไม่มีเหตุที่ผิดกฎหมายแน่นอน เมื่อไม่ผิดกฎหมายคงไม่ต้องพูดถึงเรื่องการยุบพรรค เพราะไม่มีอยู่แล้ว ไม่มีการกระทำใดที่ผิดกฎหมายทั้งสิ้น ในฐานะฝ่ายกฎหมายได้ตรวจสอบครบถ้วนแล้ว



ขณะที่ด้านนายชัยณัฐร์ กรณ์ชายานันท์ ผู้บริจาคเงินให้แก่พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) จำนวน 3 ล้านบาท เมื่อปี 2564 และมีกระแสข่าวว่า มีความเชื่อมโยงกับผับชาวจีนย่านยานนาวา กล่าวถึงกรณีที่สื่อบางฉบับได้นำเสนอข่าวสารผ่านสื่อสาธารณะและระบบคอมพิวเตอร์ กล่าวหาว่าตนเป็นเจ้าของ และผู้ดำเนินกิจการที่อาคารจินหลิง ซึ่งเจ้าพนักงานได้เข้าตรวจค้น พบยาเสพติดและกล่าวหาว่าตนเป็นมาเฟีย เป็นผู้มีอิทธิพลในลักษณะเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ตน



โดยตนขอยืนยันว่า การรายงานข่าวทั้งหมดเป็นความเท็จโดยสิ้นเชิง ตนเป็นผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวโดยสุจริตมานานแล้ว ไม่ได้เกี่ยวข้องใดๆกับการกระทำตามรายงานข่าวแน่นอน



สถานที่ประกอบการดังกล่าว เป็นของสมาคมไหหนำ และให้เช่าแก่ผู้อื่น ซึ่งทราบว่าผู้เช่าได้นำสถานที่ดังกล่าวให้เช่าช่วงแก่ผู้อื่นไปตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2564 และผู้เช่าช่วงซึ่งเป็นผู้ประกอบการในสถานที่ดังกล่าว ได้ต่อสัญญาครั้งที่ 1 ตั้งแต่วันที่ 1ตุลาคม 2565 เป็นเวลา 3 ปี โดยที่ตนไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ และทราบว่าผู้เช่าช่วงก็มีตัวตนเป็นหลักแหล่ง


ชมผ่าน YouTube ได้ที่นี่ : https://youtu.be/NWC6C7heo6g

คุณอาจสนใจ

Related News