การเมือง

‘ศิธา’ ซัดรัฐบาลสอบตก ปล่อยบินรบเมียนมารุกล้ำน่านฟ้า ก้าวไกลจี้รับผิดชอบ สงสัยรู้เห็นเป็นใจหรือไม่?

โดย passamon_a

2 ก.ค. 2565

5 views

วานนี้ 1 ก.ค.65 ที่รัฐสภา นายมานพ คีรีภูวดล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล (ก.ก.) แถลงถึงกรณีที่มีเครื่องบินรบมิก 29 ของกองทัพอากาศเมียนมาบินรุกล้ำน่านฟ้าอธิปไตยไทย เมื่อวันที่ 30 มิถุนายนที่ผ่านมาว่า ทางเครือข่ายในพื้นที่ให้ข้อมูลกับตนว่าเครื่องบินดังกล่าวไม่ได้บินเข้ามารอบเดียว แต่บินเข้ามาถึง 3 ครั้ง ภายในเวลา 20 นาที ก่อนทำการโจมตีในเวลา 17.00 น. ด้วยการใช้อาวุธจากอากาศยาน ทำให้ประชาชนในพื้นที่ของไทยได้รับความเสียหาย ทั้งรถยนต์และพื้นที่การเกษตร แต่ทางกองทัพอากาศกลับปล่อยให้เกิดเหตุการณ์รุกล้ำถึง 3 ครั้ง

การโจมตีของกองทัพอากาศเมียนมาในรอบนี้ ทางเครือข่ายในพื้นที่บอกว่ากองทัพเมียนมาไม่สามารถบินในน่านฟ้าของเมียนมาได้ เพราะเป็นพื้นที่ภูเขาและมีต้นไม้ จึงต้องอ้อมเข้ามาบินในไทยถามว่ามีการรู้เห็นเป็นใจของกองทัพไทยหรือไม่ที่เปิดให้มีการบินรุกล้ำโจมตีชนกลุ่มน้อย

นายมานพกล่าวต่อว่า เมื่อวันที่ 29 มิถุนายนที่ผ่านมา ทราบว่าทางแม่ทัพภาคที่ 3 ได้ไปพูดคุยเรื่องการบริหารจัดการชายแดนไทย-เมียนมากับ พล.อ.อาวุโสมิน อ่อง หล่าย ผู้บัญชาการทหารสูงสุดและผู้นำรัฐประหารเมียนม ที่กรุงเนปยีดอ ทำให้เกิดความสงสัยว่าเหตุการณ์ครั้งนี้มีการรู้เห็นเป็นใจกันหรือไม่ อีกทั้งมีการรุกล้ำน่านฟ้าถึง 3 ครั้ง ทำไมจึงไม่มีการตอบโต้ทันที เพราะเป็นเรื่องภัยความมั่นคงจริง หรือจะใช้เป็นเงื่อนไขในการรอเครื่องบิน F-35

อย่างไรก็ตาม เราต้องมีแนวทางเสนอการยุติความรุนแรง แต่ที่ผ่านมายังไม่เห็นท่าทีรัฐบาลไทยที่จะทำให้เกิดสันติภาพในนามของประเทศเพื่อนบ้านและอาเซียน ขณะที่สถานการณ์ผู้ลี้ภัยการสู้รบตั้งแต่วันที่ 26-30 มิ.ย. มีจำนวนทั้งสิ้น 831 คน ส่วนใหญ่เป็นเด็กและสตรี

ด้าน นายคำพอง เทพาคำ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรค ก.ก. กล่าวว่า ที่ผ่านมายังไม่เห็นท่าทีของทางการไทยในเรื่องดังกล่าว และยังไม่มีหน่วยงานความมั่นคง หรือกองทัพเข้าไปตั้งจุดแจ้งเตือนเมียนมา หากมีการรุกล้ำอธิปไตยอีก รวมถึงการตัดสินใจล่าช้าของกองทัพอากาศที่นำเครื่องบิน F-16 บินขึ้นไปสกัดกั้นเครื่องบินต่างชาติ ถือเป็นความบกพร่องของกองทัพอากาศไทย

ด้าน น.ต.ศิธา ทิวารี ประธานคณะกรรมการอำนวยการและพัฒนาพรรคไทยสร้างไทย ได้โพสต์ข้อความถึงเหตุการณ์ดังกล่าวว่า เรื่องนี้รัฐบาลไทยต้องให้ความสำคัญกับ 3 ส่วนหลักคือ 1.ความรู้สึกมั่นใจว่ารัฐบาลนี้ จะรักษาอธิปไตยของไทย และดูแลความปลอดภัยให้พี่ประชาชนได้ ทั้งทางกายภาพ และสภาพจิตใจ 2.ท่าทีต่อหลักมนุษยธรรม ในการใช้ยุทโธปกรณ์ทางการทหาร เพื่อปราบปรามชนกลุ่มน้อย และ 3. ความสัมพันธ์กับประเทศเพื่อนบ้าน อ่านข่าว มิก-29 เมียนมา ล้ำน่านฟ้าไทย อ้อมถล่มฐานกะเหรี่ยง ทหารไทยได้แต่มอง

โดยในกรณีแรก ถือว่ารัฐบาลไทยสอบตก!! ควรชี้แจงใหม่ ให้ประชาชนมั่นใจอีกครั้ง กรณีที่ 2 เนื่องจากการแถลงในลักษณะ ยินยอมให้รุกล้ำน่านฟ้าไทย เพื่อปฏิบัติการทางทหาร เท่ากับเรามีส่วนรู้เห็น ในการกระทำดังกล่าว เรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญมากๆ ที่รัฐบาลไทยพยายามไม่พูดถึง ควรรีบชี้แจงโดยด่วน

ส่วนกรณีสุดท้าย การที่เครื่องบินรุกล้ำน่านฟ้าในครั้งนี้ รัฐบาลรักษาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศได้ดี ซึ่งมันอาจจะดีเกินไป จนทำให้ประชาชนหมดความเชื่อมั่นต่อข้อที่ 1 และ 2 รัฐบาลควรให้ความสำคัญกับทั้ง 3 ส่วน โดยต้องให้ความสำคัญกับ “ความรู้สึกของคนไทย” ให้มากกว่านี้ครับ

ด้าน นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรองนายกรัฐมนตรีและแกนนำพรรคเพื่อไทย เขียนข้อความทางทวิตเตอร์แสดงความเห็นถึงกรณีดังกล่าว ว่า

“เพื่อนคุณยิงประชาชนพม่าแล้วก็เลี้ยวล้ำเข้ามาในแดนเรา แล้วก็แล้วกันไป เวลาชาวพม่าเพื่อนเราหนีตายเข้ามา คุณกลับรีบผลักดันให้กลับบ้านไป กลับไปเพื่อไปถูกเพื่อนคุณยิง แบบนี้ชาวพม่าเพื่อนเราก็มีแต่ตายกับตายสิ ชาวพม่าไม่ใช่เพื่อนคุณบ้างเลยหรือ #ทหารมีไว้ทำไม”


ชมผ่าน YouTube ได้ที่นี่ : https://youtu.be/MB9xk4_POZc

คุณอาจสนใจ

Related News