เลือกตั้งและการเมือง

"นายกฯ" ฟาดพวกแชร์ไวข่าวปลอมค่าน้ำชา 7 ล้าน ซัด "ฟังไม่ได้ศัพท์ จับไปกระเดียด" แสดงถึงภูมิปัญญา

1 ชั่วโมงที่แล้ว

12 views

ส่วนท่านนายกฯ ก็ถูกถามกรณีที่มี สส.บางคน ไปแชร์ข้อมูลต่อ ก็ฟาดกลับคนที่แชร์ไวข่าวปลอม ว่าเป็นอย่างที่โบราณเขาบอกไว้ว่า "ฟังไม่ได้ศัพท์ จับไปกระเดียด" ซึ่งแสดงถึงภูมิปัญญาและวุฒิภาวะ


ช่วงนึงนักข่าว ว่า จะมีการดำเนินคดีหรือไม่ นายกฯอนุทิน บอกเพียงว่า "ขอดูก่อน" และย้อนว่า "ภาพคนโพสต์เป็นหัวสุนัข จะไปฟ้องใคร พูดภาษาคนได้หรือเปล่า มันไม่มีพ่อแม่คนไหนตั้งชื่อลูกว่า Godd Dam หรอก"


เมื่อถามว่า เตรียมรับมือกับข่าวลักษณะนี้อย่างไรบ้าง นายกฯ บอกว่า ไม่ต้องเตรียม เพราะทุกอย่างต้องมีข้อเท็จจริงก่อนก็พูดติดตลกว่า "บอกมีเงิน 7 ล้านเข้ามาในบัญชีธนาคารกสิกรไทย แต่เมื่อไปดูพบว่าทำไมมีแค่หมื่นกว่าบาท ส่วนตัวเลขบัญชีที่มีการระบุ มันก็ไม่ใกล้เคียงกับของตน จึงไม่ต้องสันนิษฐานอะไรต่อแล้ว" และโยงไปถึงการอภิปรายซักฟอก ที่จะเกิดขึ้น "จะมาบอกว่ารับฟังมาอีกที อันนี้เค้าเรียกว่าพยายามตีกิน ถ้าเป็นแบบนี้ครม.ก็ไม่รู้ว่าจะตอบอย่างไร ดังนั้นการมากล่าวหาใครต้องมีหลักฐานที่ชัดเจน"


ขณะที่โฆษกรัฐบาล ชี้แจงก่อนท่านนายกฯ ว่าตีเก๊ได้เลย บอกว่าตรรกะง่ายๆ จะมีนักการเมืองคนไหนที่กล้ารับเงินโอนที่ไม่มีที่มาที่ไปหลักล้านได้ และเตือนนักการเมืองที่แชร์ข่าวบิดเบือน เสี่ยงโดนทั้งคดีอาญาและจริยธรรม ขอเรียกร้องว่ามาตรฐานทางการเมืองจะต้องไม่ตกต่ำ


หมอเอก เอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี พูดถึงข้อมูลที่คนแชร์ส่งต่อข้อมูล กรณีค่าน้ำชา 7 ล้านบาท เข้าบัญชีนายกฯ อนุทิน ขอยืนยันว่าข้อมูลนี้สามารถ "ตีเก๊" หรือเป็น "เฟคนิวส์" ได้ทันที โดยยกเหตุผล 3 ข้อ


เหตุผลข้อแรก คือ จะไม่มีนักการเมืองคนไหนที่จะรับเงินหลักล้านบาทโดยไม่มีที่มาที่ไป ซึ่งเป็นจุดที่ต้องระวังในฐานะนักการเมือง เพราะหากรับเงินหรือผลประโยชน์เกิน 3000 บาท ก็จะกลายเป็นข้อกล่าวหาที่ผิดหลัก


เหตุผลที่ 2 คือบัญชีที่มีสลิปการโอน สามารถตัดต่อได้หรือทำขึ้นมาได้ ซึ่งบัญชีที่เรียกว่าบัญชี Wisdom ต้องมีเงินในบัญชีพอสมควร และการโอนแต่ละครั้งจะจำกัดการโอนไม่เกินครั้งละ 5 ล้านบาท หากเกินจะต้องไปขยายวงเงินกับธนาคาร แต่ก็มักไม่ค่อยมีใครทำกันเพราะเป็นหลักฐานกับทางธนาคาร และเหตุผลที่ 3 เป็นที่รู้กันดีว่านายอนุทินไม่ใช่เป็นคนที่มีเงินน้อย และไม่ต้องการเงินแบบนั้น จึงเป็นเหตุผลสามข้อที่ตีเก๊ เรื่องนี้ได้เลย


สำหรับประเด็นที่จะต้องติดตามกันต่อ คือ เพจนี้มีพฤติการณ์อย่างไร ซึ่งไม่ใช่เป็นเหตุการณ์แรก เคยมีเหตุการณ์ลักษณะการปล่อยข่าวปลอม ข่าวไม่จริงหลายเรื่องอยู่ตลอด แต่เพจนี้จะมีลักษณะปล่อยข่าวบางอย่างมาและปิดเพจไปก่อนจะเปิดเพจใหม่ ซึ่งประเด็นนี้บอกเลยว่าไม่รอดครับ ทางกระทรวงดีอี กำลังดำเนินการติดตาม


หมเอก ยังบอกว่า สิ่งที่น่าตกใจ คือ การแชร์ข้อความข้อมูล และส่งต่อโดยนักการเมือง ซึ่งผู้ที่แชร์ข้อมูลที่บิดเบือนก็ไม่รอด โดยเฉพาะนักการเมือง ที่ต้องแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมที่สูงกว่าคนปกติ


"การที่เอาข่าวที่บิดเบือน เอาข่าวที่โจมตีคนอื่น และไม่เป็นข้อมูลจริงนำไปเผยแพร่ต่อ คดีจะต้องถูกดำเนินคดีไม่ว่าจะเป็นคดีอาญาหรือคดีทางจริยธรรม ขอเรียกร้องว่ามาตรฐานทางการเมืองจะต้องไม่ตกต่ำ และมาตรฐานจะต้องถูกยกขึ้น โดยคำนึงถึงผลประโยชน์ประเทศชาติและประชาชน

แท็กที่เกี่ยวข้อง  นายกรัฐมนตรี ,อนุทิน ,หมอเอก

คุณอาจสนใจ

Related News