เลือกตั้งและการเมือง
นายกฯ รับมีไอ้โม่งกักตุน - รมว.ยุติธรรม แฉน้ำมันหาย 57 ล้านลิตร
6 ชั่วโมงที่แล้ว
24 views
เรื่องน้ำมัน วันนี้มีความเคลื่อนไหวใหญ่ของรัฐบาล ช่วงเช้า นายกฯเรียกประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและหน่วยงานด้านความมั่นคงมาประชุม ก่อนจะยกทัพมาแถลงข่าว โดยแถลงยิบว่าที่ผ่านมามีการกักตุนน้ำมัน ลักลอบขายน้ำมัน รวมถึงประวิงเวลาในการขนส่งน้ำมันอย่างไรบ้าง แต่ที่สุด นายกฯ ยังให้ความมั่นใจว่าประเทศไทยจะมีน้ำมันใช้เพียงพอ ช่วงสงกรานต์ให้กลับต่างจังหวัดได้ ไม่ต้องกังวล และย้ำ อย่ากักตุนน้ำมัน น้ำมันจะได้ไม่ขาด
หลังประชุม นายกฯนำทีมมาแถลงข่าว มีทั้งหมด 10 ท่านที่มานั่งอยู่ด้วยกัน นำโดย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี นอกนั้นก็มีเช่น พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม / พลตำรวจเอก ธัชชัย ปิตะนีละบุตร รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ / พลเรือเอก ธาดาวุธ ทัดพิทักษ์กุล เสนาธิการทหารเรือ / พันตำรวจตรี ยุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ)
นายกฯ อนุทิน เริ่มแถลงเป็นคนแรก โดยได้อ่านจากเอกสารที่เตรียมมา โดยสรุปมา คือ จากการรัฐบาลได้ตั้งศูนย์ติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง หรือ ศบก. เพื่อแก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง โดยเฉพาะการป้องกันและปราบปราม การกักตุน และลักลอบขายน้ำมันออกไปจากระบบของประเทศ
จากการติดตามตรวจสอบการดำเนินการของผู้ค้าน้ำมันรายใหญ่ และผู้ค้าระดับกลาง ที่รับน้ำมันจากผู้ค้า (จ๊อบเบอร์) จนถึงเมื่อวันที่ 1 เมษายนที่ผ่านมา ได้พบรูปแบบการกักตุนและค้ากำไรจากเรื่องนี้ ดังนี้
1.พบการประวิงเวลาขนส่งน้ำมันทางทะเล เพื่อรอให้มีการประกาศเพิ่มราคาน้ำมันจากนั้นก็จะฟีดน้ำมันเข้ามาในระบบให้ให้ได้กำไรมากขึ้น
2.มีการปฏิเสธการจ่ายน้ำมันจากคลังน้ำมันขนาดใหญ่ ไปยังสถานีบริการหรือลูกค้าปลายทาง
3.มีการขนส่งน้ำมันออกนอกเส้นทางเพื่อกักตุน
ซึ่งรัฐบาลกำลังเร่งตรวจสอบและขยายผล ว่าไปเกี่ยวข้องกับบุคคลใดหรือกลุ่มใด และเชื่อว่ามีการลักลอบขนถ่ายทางทะเลและกำลังเร่งสอบสวนและขยายผลไปเช่นกัน
หลังรอง ผบ.ตร.แถลง แจกแจงรายละเอียด ก่อนทางกองทัพเรือจะแถลงต่อ นายกฯ ได้กล่าว(แทรก) ว่า ในวิกฤตนี้ขนาดนี้ ยังมีคนพยายามเอาเปรียบประชาชน ซึ่งได้สั่งการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการเอาผิด และพูดไปถึงเรื่องปริมาณการใช้น้ำมันต่อวัน ก่อนเกิดวิกฤตตะวันออกกลางใช้วันละ 67 ล้านลิตร แต่ต่อมามีการใช้เพิ่มเป็น 85 ล้านลิตร
ช่วงท้าย นายกฯ ให้ความมั่นใจว่าประเทศไทยจะมีน้ำมันใช้เพียงพอ ช่วงสงกรานต์ขอให้ประชาชนเดินทางกลับบ้านได้ ไม่ต้องกลัวน้ำมันหมด และเน้นย้ำขอประชาชนอย่ากักตุนน้ำมัน ไม่ต้องเอาแกลลอนมาซื้อเก็บไว้ เพื่อไม่ให้น้ำมันขาด และบอกว่า รัฐบาลใหม่จะตั้ง ศบก.ชุดใหม่ขึ้นมาอีก ซึ่งจะมีภารกิจมากกว่า ศบก.เดิม เรียกว่า ศบก.พลัส
รัฐมนตรียุติธรรม แฉ เรือขนน้ำมันไปสุราษฎร์ 217 ล้านลิตร ระหว่างทางหายไป 57 ล้านลิตร เตรียมส่งดีเอสไอรับเป็นคดีพิเศษ
พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม แถลงว่า กระทรวงยุติธรรมได้ทำการตรวจสอบการกักตุนน้ำมัน โดยดำเนินการ 2 ส่วน คือการที่จับปลายทาง ปั๊มน้ำมัน โดยมอบให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) และกรมการปกครอง ทำการตรวจสอบต่อเนื่องไปจนถึงต้นทางคลังน้ำมัน และอีกส่วนได้มอบให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ตรวจสอบต้นทางตั้งแต่โรงกลั่นมายังปั๊มน้ำมัน ซึ่งที่ผ่านมาได้ตรวจพบการกระทำความผิด และมีการจับกุมหลายราย เช่นกรณีที่ จ.อ่างทอง จ.ตาก และ จ.นครสวรรค์ และยังตรวจพบการกักตุนของผู้ค้านํ้ามันตามมาตรา 7 และมาตรา 10
ประเด็นสำคัญ พล.ต.ท.รุทธพล กล่าวว่า กรณีที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี จากการตรวจสอบต้นทาง มีเรือบรรทุกนํ้ามันออกจากคลังน้ำมัน เดินทางไปยังคลังนํ้ามัน 6 แห่งใน จ.สุราษฎร์ธานี ทั้งหมด 96 เที่ยว มีน้ำมันออกจากคลังน้ำมันทั้งสิ้น 217 ล้านลิตร ระหว่างเดินทางมีน้ำมันหายไปบางส่วน มีนํ้ามันไปถึงปลายทาง 160 ล้านลิตร เท่ากับหายไป 57 ล้านลิตร
พล.ต.ท.รุทธพล กล่าวว่า เราจะดำเนินการเรื่องดังกล่าวเป็นมาตรฐานเดียวกัน โดยจะนำกรณีของ จ.สุราษฎร์ธานี มาตรวจสอบการขนถ่ายทางทะเล โดยจะให้ดีเอสไอรับเป็นคดีพิเศษ เรียกผู้ที่เกี่ยวข้องมาสอบปากคำ และดำเนินการต่อไป
ในช่วงถามตอบ พล.ต.ท.รุทธพล กล่าวว่า จะมีการตั้งวอร์รูมที่ดีเอสไอ และจะมีการรายงานข้อมูลปริมาณน้ำมันทุกระบบทุกขั้นตอน ตั้งแต่กรมศุลกากร ว่าการนำเข้าน้ำมันดิบจากต่างประเทศมีปริมาณเท่าไหร่ โดยจะรายงานตัวเลขต่างๆ อย่างต่อเนื่อง
ในส่วนโรงกลั่น ได้ทำการตรวจสอบระบบเอกสาร และพิสูจน์ทราบภายในถังนํ้ามันแล้ว ยืนยันว่าโรงกลั่นไม่มีส่วนเกี่ยวข้องในกักตุนนํ้ามัน มีนํ้ามันเหลือคงถังเพียงแค่ที่เขาไม่สามารถดึงมาจำหน่ายได้
ขณะที่ทางกองทัพเรือ โดย เสนาธิการทหารเรือ พลเรือเอก ธาดาวุธ ทัดพิทักษ์กุล ขยายความเรื่องการกักตุนน้ำมันกลางทะเลเพื่อรอเก็งกำไร ว่าในเดือนมีนาคม มีเรือขนส่งน้ำมัน 96 เที่ยว ที่ชะลอการเดินเรือผิดปกติ โดยมี 20 เที่ยวที่ ชะลอช้าลง 1-2 วัน รวมปริมาณ น้ำมันมากถึง 50 ล้านลิตร
นอกจากนี้จากการวิเคราะห์ฐานข้อมูลของศร.ชล. ได้พบพฤติกรรมของเรือบางกลุ่มมีการเทียบเรือกลางทะเลเป็นเวลานาน ทั้งตามแนวชายแดนและฝั่งไทยเอง ซึ่งอาจจะมีการขนถ่ายน้ำมัน ซึ่ง ในเบื้องต้นมีการตรวจสอบข้อมูลแล้วแต่อยู่ระหว่างการตรวจสอบโดยละเอียด แล้วจะดำเนินการต่อ หากพบว่ามีการกระทำที่ผิดกฎหมาย ซึ่งศร.ชล.มีการดำเนินการในการตรวจสอบเส้นทาง และหลังจากนั้นศร.ชล.จะประสานกับทาง DSI การส่งข้อมูลต่างๆ เพื่อที่จะดำเนินการให้มีผลทางคดี หากมีการปฏิบัติที่ผิดกฎหมาย
เสนาธิการทหารเรือ ยังย้ำอีกว่า ตนขอยืนยันในฐานะเลขาธิการ ศร.ชล. ในการปฏิบัติ เราเน้นเรื่องผลประโยชน์ของชาติทางทะเล ทั้งในการปฏิบัติของศร.ชล. และทางกองทัพเรือ ฉะนั้นตนยืนยันว่า นโยบายของรัฐบาล และศร.ชล. มีการตรวจสอบการเดินเรืออย่าง เข้มข้นและจะไม่ให้ลักลอบการขนส่งน้ำมันและกักตุนน้ำมัน และจะร่วมกันอย่างแข็งขันโดยเฉพาะ ในช่วงนี้ที่มีเรื่องราคาน้ำมัน ที่เพิ่มขึ้นและมีมูลค่าเพิ่มขึ้น ขอให้ประชาชนมั่นใจว่า โดยการดำเนินการตามนโยบาย ของรัฐบาล การปฏิบัติของศร.ชล. ช่วงนี้เข้มข้นกว่าปกติและจะไม่ให้มีการเล็ดลอดออกไปเป็นอันขาด
อ่านข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : https://youtu.be/ddN7emeD1mw
แท็กที่เกี่ยวข้อง