เลือกตั้งและการเมือง

'พิธา' แถลงจับมือ 8 พรรค ตั้งรัฐบาล มั่นใจราบรื่น พร้อมประกาศเซ็น MOU 22 พ.ค.นี้

18 พ.ค. 2566

190 views

การจัดตั้งรัฐบาลหลังการเลือกตั้งชัดเจนขึ้นอีกระดับ หลังจากเช้านี้ นายพิธา พร้อมแกนนำพรรคที่จะร่วมจัดตั้งรัฐบาลอีก 7 พรรค มาร่วมแถลงข่าวประกาศความร่วมมือ



ที่โรงแรมโอกุระ เพรสทีจ เวลา 10.20 น. นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล แคนดิเดตนายกฯคนที่ 30 พร้อมแกนนำ พรรคการเมืองที่ร่วมจัดตั้งรัฐบาลทยอยเดินเข้าสู่ห้องแถลงข่าว และเริ่มด้วยการจับมือกันเพื่อให้สื่อมวลชนถ่ายภาพ ก่อนเริ่มแถลงข่าว



แกนนำที่ร่วมแถลงข่าว ได้แก่ ชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย /ประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย / นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ แกนนำพรรคเพื่อไทย / วันมูหะมัดนอร์ มะทา หัวหน้าพรรคประชาชาติ / พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เลขาธิการพรรคประชาชาติ /คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย /น.ต.ศิธา ธีวารี / นายสุพันธุ์ มงคลสุธี 2แคนดิเดตนายกฯ พรรคไทยสร้างไทย / พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย / นายปิติพงษ์ เต็มเจริญ หัวหน้าพรรคเป็นธรรม /นาย กัณวีร์ สืบแสง เลขาธิการพรรคเป็นธรรม เป็นต้น



นายพิธา เริ่มแถลงด้วยการระบุว่า เป็นการแถลงเพื่อจัดตั้งรัฐบาลประชาธิปไตยของประชาชน ของ 8 พรรคการเมือง ประกอบด้วย พรรคก้าวไกล / พรรคเพื่อไทย / พรรคประชาชาติ / พรรคไทยสร้างไทย / พรรคเสรีรวมไทย / พรรคเป็นธรรม /พรรคเพื่อไทรวมพลัง / และพรรคพลังสังคมใหม่ ซึ่งผลการเลือกตั้งไม่เป็นทางการ มี ส.ส.รวมกัน 313 คน



โดยได้กล่าวขอบคุณทุกเสียงของประชาชนที่เลือก ซึ่งเป็นเสียงแห่ง ความหวัง ความเปลี่ยนแปลง และจะทำหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์ต่อประชาชน และจะเป็นรัฐบาลของทุกคน



โดยทั้ง 8 พรรคมีข้อตกลงร่วมกัน 3 ข้อ คือ



1.ทุกภาคเห็นชอบที่จะสนับสนุนหัวหน้าพรรคก้าวไกล นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ เป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 30 ตามเสียงข้างมากจากกระบวนการเลือกตั้งของประชาชน



2.ทุกพรรคจะร่วมกันจัดทำข้อตกลงร่วมหรือ MOU ในการจัดตั้งรัฐบาล เพื่อแสดงถึงแนวร่วมในการทำงานร่วมกันและวาระร่วมของทุกพรรค จะแถลงต่อสาธารณชนในวันที่ 22 พฤษภาคมที่จะถึง เพื่อแก้ไขวิกฤติทางการเมืองและสังคม



3.ทุกพรรคการเมืองจัดตั้งคณะทำงาน เพื่อเปลี่ยนผ่านรัฐบาล เพื่อเตรียมความพร้อมในการบริหารราชการแผ่นดินจากรัฐบาลเดิมได้อย่างไร้รอยต่อ ด้วยความเคารพในเสียงข้างมากของประชาชน



จากนั้นได้เปิดให้สื่อมวลชนซักถาม ซึ่งคำถามแรกผู้สื่อข่าวได้ถามถึง ท่าทีของพรรคภูมิใจไทย ที่ประกาศจุดยืนว่าไม่สนับสนุนพรรคการเมืองที่มีนโยบายแก้ไขหรือยกเลิกมาตรา 112 และจุดเรื่องการเป็นพรรคร่วมรัฐบาล ซึ่งนายพิธา ระบุว่าที่ผ่านมาเคยไว้พูดเรื่องนี้ชัดเจนแล้ว ในพื้นที่นี้คงไม่ได้บอกอะไร / ขณะที่ต่อมาก็ยังมีสื่อต่างชาติถามนายพิธาในประเด็นนี้อีกครั้ง



นายพิธา ยืนยันว่าไม่มีความกังวลในการจัดตั้งรัฐบาล มั่นใจว่าสามารถรวบรวมเสียงได้เพียงพอ โดยจะมีคณะทำงาน 2 ชุด คือ คณะเจรจาเข้าร่วมรัฐบาลเพื่อ ซึ่งจะเจรจาหาตัวเลขเสียงโหวตที่เหมาะสมไว้ และคณะทำงานที่จะเปลี่ยนผ่านรัฐบาลชุดเดิม ซึ่งจะร่วมกันทำงานเรื่อง MOU



ทั้งนี้ได้มีการวางแผนไว้หลายรูปแบบ มีหลายฉากทัศน์ เพื่อลดความไม่แน่นอนในการจัดตั้งรัฐบาล จึงไม่กังวลอะไร ยืนยันว่าเสียงผ่านแน่นอน มั่นใจว่าจะจัดตั้งรัฐบาลได้ เพราะมีโรดแม็ป และฉากทัศน์ที่ชัดเจน



นายพิธา กล่าวถึงการจัดตั้งรัฐบาลว่า ภายใต้การนำของผมและหัวหน้าพรรคทุกคน ไม่ได้เอาเรื่องเก้าอี้รัฐมนตรีเป็นตัวตั้ง แต่เอาเรื่องปัญหาประชาชนเป็นตัวตั้ง เพื่อให้สามารถทำงานแก้ปัญหาประชาชนร่วมกัน



เมื่อถามถึงกระแสข่าวเรื่องการต่อรองกระทรวงกับพรรคเพื่อไทย นายพิธา ยอมรับว่ามีการพูดคุยกัน แต่ไม่ได้เน้นกระทรวง แต่เน้นวาระที่เราหาเสียงไว้ นโยบายใกล้เคียงกัน สามารถแสวงจุดร่วม สงวนจุดต่าง และวางตัวบุคคล ถ้าเอาตัวกระทรวงมาตั้ง ประชาชนไม่ได้ประโยชน์อะไร



เมื่อถามถึงกรณีที่มีการร้องให้ตรวจสอบนายพิธา ในประเด็นต่าง ๆ นายพิธา กล่าวว่า การเมืองมีหลายมิติ ต้องพร้อมรับในทุกมิติ บุคคลสาธารณะต้องพร้อมรับการตรวจสอบ และผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น



นายพิธา ยังได้กล่าวขอบคุณ ส.ว. ที่แสดงท่าทีสนับสนุน และบอกว่าไม่ใช่เรื่องส่วนตัวของผม แต่เป็นเรื่องระบบประชาธิปไตย



สรุปล่าสุดมีพรรคร่วมรัฐบาลทั้งหมด 8 พรรค คือ พรรคก้าวไกล / พรรคเพื่อไทย / พรรคประชาชาติ / พรรคไทยสร้างไทย / พรรคเสรีรวมไทย / พรรคเป็นธรรม /พรรคเพื่อไทรวมพลัง / และพรรคพลังสังคมใหม่ รวม 313 เสียง


รับชมทางยูทูบที่ : https://youtu.be/c9fKyNRtvos

คุณอาจสนใจ

Related News