เลือกตั้งและการเมือง
“ภัทรพงษ์” ซัด “สุชาติ” ปล่อยสารหนู-กากขยะพิษลามหนัก “สุชาติ” สวนกลับรู้มากให้มาเป็นรัฐมนตรี
3 ชั่วโมงที่แล้ว
21 views
“ภัทรพงษ์” ซัด “สุชาติ” ปล่อยสารหนู-กากขยะพิษลามหนัก แนะจัดงบตีกรอบฟื้นฟู ด้าน “สุชาติ” สวนกลับรู้มากให้มาเป็นรัฐมนตรี เหน็บอย่าเอาทิฐิมาสร้างบันเทิงธิปไตย ลั่น ก.ทรัพย์ฯ เป็นหน่วยงานแรกลงพื้นที่ตรวจสอบทันที-ฟ้องเอาผิดโรงงานทำน้ำเป็นสายรุ้ง
นายภัทรพงษ์ ลีลาภัทร์ สส.เชียงใหม่ พรรคประชาชน ตั้งกระทู้ถามสดด้วยวาจา นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เรื่อง ปัญหามลพิษทางน้ำ
นายภัทรพงษ์ กล่าวว่า ปัญหาสิ่งแวดล้อมรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งกระทบต่อชีวิตประชาชน รัฐมนตรีกระทรวงทรัพย์ฯ เป็นรัฐมนตรีมา 1 ปีแล้ว แต่ปัญหานี้กลับไม่ได้รับการแก้ไขที่ต้นตอโดยเฉพาะน้ำเป็นพิษจากการทำเหมืองที่ประเทศเพื่อนบ้าน แม่น้ำสายเจอสารหนูเกินเกณฑ์มาตรฐาน 28 เท่า แม่น้ำกก แม่น้ำสาละวิน แม่น้ำโขงก็เจอปัญหารุนแรงไม่แพ้กัน ปัจจุบันไม่ใช่แค่ปัญหาของน้ำ มาถึงข้าวที่เจอสารหนูและตะกั่วเกินมาตรฐาน แต่รัฐบาลไม่แก้ปัญหาที่ต้นตอ ไม่กล้าหยิบเรื่องเหล่านี้ไปคุยในการเซ็น MOU ระหว่างไทยกบเมียนมาด้วยซ้ำ
ขณะนี้แม่น้ำโขงในภาคอีสาน จังหวัดเลย เจอสารหนูเกินเกณฑ์มาตรฐานกว่า 4.4 เท่า ซึ่งมีการตรวจตั้งแต่เดือน ส.ค.69 จนถึงวันนี้ยังไม่เคยหยิบไปเป็นประเด็นเร่งด่วนไปคุยกับลาว ที่มีเหมืองต้นน้ำโขงมากกว่าร้อยเมือง หากยอมรับตั้งแต่ เม.ย.69 รัฐมนตรีกระทรวงทรัพย์ฯ จะไม่ไปคุยกับลาวเพียงแค่ปัญหาฝุ่น จุดความร้อนที่เพิ่มขึ้นในช่วงต้นปี หรือจะไม่เจรจาแค่กับประเทศเมียนมา
ปีที่แล้วกรมควบคุมโรคตรวจเจอสารหนูในประชาชนเกินเกณฑ์มาตรฐาน 7 คน แต่ปีนี้ 31 คน ซึ่งทั้งหมดเจอสารหนูอนินทรีย์หรือสารหนูเป็นพิษ แต่ตอนนี้เรากลับไม่มีการจัดการเรื่องนี้ที่ต้นตอ จึงถามว่ารัฐมนตรีกระทรวงทรัพย์ฯ ว่า เราได้ทำอะไรที่แก้ปัญหาที่ต้นตอจัดการปัญหามลพิษข้ามแดน และต่อจากนี้จะทำอะไรบ้างเพื่อจัดการกับสารก่อมะเร็ง สารหนู สารตะกั่วที่ทำลายสมองประชาชนคนไทย ตามที่ท่านได้พูดไว้ในที่ประชุมวุฒิสภาสัปดาห์ที่แล้ว ว่า “ใครที่ทำร้ายประเทศชาติ ปล่อยสารก่อมะเร็ง ผมไม่ปล่อยไว้แน่นอน”
นายสุชาติ กล่าวชี้แจงว่า ขอบคุณคำแนะนำที่ท่านแนะนำมาทุกเรื่อง ตลอดระยะเวลา 1 ปี ที่เราอยู่ตรงนี้ ปัญหามลพิษข้ามแดนตั้งแต่แม่น้ำกก แม่น้ำสาย แม่น้ำรวก แม่น้ำโขง หากช่วงน้ำหลากดินตะกอนที่ตกค้างจากเพื่อนบ้านที่ทำเหมืองแร่ก็ฟุ้งกระจาย การตรวจวัดแต่ละครั้งของกรมควบคุมมลพิษไม่ได้นิ่งนอนใจตามที่นายภัทรพงษ์ได้กล่าวมา
ตอนที่ตนเองรับตำแหน่งใหม่ ๆ ก็ได้ลงพื้นที่ไปตรวจ แม่น้ำกกแล้ว ส่วนการตรวจเมื่อเดือน ก.ย.ที่ผ่านมา แม่น้ำกกไม่มี ทั้งนี้เราได้งบประมาณในการตั้งสถานีตรวจวัดคุณภาพน้ำแม่น้ำกก-แม่น้ำสาย ในกรณีแม่น้ำสายที่พบค่าสารหนูเกินมาตรฐาน เราได้ส่งผลตรวจถึงผู้ว่าราชการจังหวัด การประปาส่วนภูมิภาค กรมประมง และสาธารณสุข เพื่อติดตามปัญหาแล้ว
ขณะที่แม่น้ำโขง ลามไปถึงจังหวัดทางภาคอีสานคือ จังหวัดเลย หนองคาย บึงกาฬ นครพนม และอำนาจเจริญบางส่วน ท่านพูดถูกต้องประเทศลาวมีเขื่อนเยอะมาก การปล่อยน้ำจากเขื่อนปล่อยออกมาช่วงหน้าน้ำรุนแรงทำให้ตะกอนที่อยู่ใต้พื้นแม่น้ำคลุ้งขึ้นมา การตรวจวัดแต่ละครั้งถึงเจอเป็นบางช่วง
เราขอความร่วมมือจากประเทศลาว ขอเข้าไปติดตั้งสถานีวัดอ่านค่ามาตรฐานให้ตรงกัน ตอนนี้อยู่ในขั้นขั้นตอนการประสานงาน ให้เขารายงานข้อมูลเรียลไทม์ตรงกัน ส่วนการประชุมคณะกรรมาธิการแม่น้ำโขง (MRC) จะมีเรื่องนี้เข้าไปเกี่ยวข้อง อาจจะต้องขอข้อมูลจากนายภัทรพงษ์บางส่วน เพื่อมุ่งเน้นแก้ปัญหาไปในทิศทางเดียวกัน
นายภัทรพงษ์ กล่าวว่าจากคำตอบของรัฐมนตรีที่บอกว่าแม่น้ำกกไม่ได้เกินค่ามาตรฐาน แต่การตรวจล่าสุดครั้งที่ 22 ของกรมควบคุมมลพิษสารหนูในน้ำกกยังเกินมาตรฐานอยู่ รัฐมนตรีจำเป็นที่จะต้องรู้ข้อมูลเหล่านี้เพื่อใช้ในการเจรจากับต่างประเทศได้ หากรัฐมนตรีบอกว่าจะยินดีที่จะรับข้อมูลตรงนี้ไปช่วย แต่ในการประชุมคณะอนุกรรมาธิการมลพิษทางน้ำข้ามแดน ตนเองในฐานะประธาน พยายามจะเชิญรัฐมนตรีมาหารือปัญหานี้ด้วยกัน แต่ผ่านมาหลายเดือนรัฐมนตรียังไม่ตอบว่าว่างวันไหน จึงไม่แปลกที่วันนี้รัฐมนตรีอาจจะยังไม่เข้าใจปัญหานี้
หลังจากผ่านมา 1 ปี ไม่แปลกที่ประเทศไทยเซ็น MOU กับเมียนมา โดยที่ MOU ฉบับนั้น ไม่สามารถแก้ปัญหาได้เลย เซ็นเสร็จเมียนมาเปิดเมืองหใหม่ ไม่แปลกที่ปลัดกระทรวงทรัพย์ฯ จะชี้แจงในคณะอนุกรรมธิการฯ ระบุว่าสารพิษที่เจอในแม่น้ำในประเทศไทยมาจากธรรมชาติในประเทศ และมาจากการกระทำในประเทศ ทั้งที่ข้อมูลเหล่านี้กรมทรัพยากรธรณี กระทรวงทรัพย์ฯ มีข้อมูลยืนยันว่าไม่ใช่ ไม่แปลกที่เราจัดการกับปัญหาเรื่องนี้ไม่ได้ ไม่แปลกที่ประเทศไทยยังปล่อยให้ตนเองเป็นทางผ่านนำเข้าแร่จากเมืองหพิษและผ่านออกสู่ปลายทางคือ จีน เพื่อผลประโยชน์ให้ทำลายประเทศเราช้า ๆ
จากมลพิษข้ามแดน ขอเปลี่ยนคำถามเป็นมลพิษภายในประเทศ จังหวัดปราจีนบุรี ที่เป็นปัญหามลพิษทางน้ำจากขยะอุตสาหกรรมที่ลุกลามจากปัญหาอุทกภัย ซึ่งกระทรวงทรัพย์ฯ มีข้อมูลอยู่แล้วก่อนที่จะเกิดน้ำท่วมวันที่ 7 ก.ย.69 กระทรวงทรัพย์ฯ ลงไปตรวจพื้นที่เจอสารหนูตะกั่ว แคดเมียมในพื้นที่เก็บขยะอุตสาหกรรม 3 สัปดาห์ถัดมาเกิดปัญหาอุทกภัยในภาคตะวันออก แต่ประชาชนกลับได้รับการแจ้งเตือนเรื่องสารพิษปนเปื้อนมากับน้ำท่วมจากภาคประชาสังคมหรือมูลนิธิบูรณะนิเวศ ในวันที่ 28 ก.ย.69 และรัฐมนตรีก็ตอบในวุฒิสภาว่า ท่านทราบจากเพจของภาคประชาสังคม
กระทรวงทรัพย์ฯ รู้ปัญหาอยู่แล้ว แต่ระหว่างเกิดเหตุไม่มีการจัดการเพื่อควบคุมปัญหามลพิษเลย น่าผิดหวังยิ่งกว่านั้นคือ นายสุชาติ ไปด้รับการมอบหมายจากนายกฯ ให้เป็นหัวเรือในการจัดการสาธารณภัยอุทกภัยในพื้นที่ภาคตะวันออก ข้อมูลที่กระทรวงทรัพย์ฯ มีอยู่แล้ว เหมาะสมมากที่ท่านจะจัดการเรื่องนี้ได้อย่างเด็ดขาดแต่กลับไม่มีการจัดการ วันนี้ไม่ต้องมาตอบเสียงแข็งว่าจะจัดการกับเอกชนและดำเนินคดีอย่างเต็มที่ หรือไม่ต้องมาบอกว่ามีใครพยายามโทรมาเคลียร์กับใคร เพราะการกระทำสำคัญกว่าคำพูดการเก็บหลักฐานในสารโลหะหนัก ทุกวันนี้เรายังไม่เห็นผลการตรวจสารโลหะหนักเหล่านั้นออกมาจากกรมควบคุมมลพิษเลย
สิ่งที่กระทรวงทรัพย์ฯ ต้องทำคือ การฟื้นฟูในพื้นที่พร้อมกับการดำเนินคดีหาหลักฐานมาเอาผิดให้ผู้ก่อมลพิษเป็นผู้จ่าย แต่เราไม่เห็นความชัดเจนทั้งสองเรื่อง กรมควบคุมโรคตรวจเจอประชาชนที่มีอาการผิดปกติจากปัญหานี้มากกว่า 116 คน แต่กระทรวงทรัพย์ฯ กลับเพิ่งออกมาตรการในการตรวจน้ำประปาเมื่อวานนี้
นาขสุชาติ กล่าวว่า เรื่องค่าผลตรวจคุณภาพน้ำแม่น้ำกก ครั้งที่ 23 พบค่าไม่เกินจริง ๆ จะให้อธิบดีกรมควบคุมมลพิษประสานกับนายภัทรพงษ์เพราะอยากให้ข้อมูลตรงกัน ตนเองไม่ใช่ฝ่ายปฏิบัติการลงพื้นที่ไปตรวจวัดค่าวิทยาศาสตร์ ไม่ใช่คนที่ต้องอ่านค่าวิทยาศาสตร์ได้ แต่ในฐานะฝ่ายบริหารต้องตอบคำถาม สส.ให้ได้
ขณะที่การทำ MOU กับเมียนมา ปลัดกระทรวงเป็นคนเซ็น ไม่ใช่ตนเองรายละเอียดเป็นเรื่องของปลัดกระทรวงของไทยและเมียนมา เราเป็นรัฐมนตรีไม่ได้อยู่ยั่งยืนเหมือนข้าราชการ ต้องยอมรับว่างานบางอย่างเป็นงานรูทีนหรือการบริหารราชการในกระทรวง จึงให้เกียรติปลัดกระทรวงไปชี้แจงกับท่านในห้องคณะกรรมาธิการ
นายสุชาติ ยอมรับว่าทราบข่าวในพื้นที่จังหวัดปราจีนบุรีมาจากมูลนิธิบูรณะนิเวศ ซึ่งที่ผ่านมาได้ทำงานร่วมกันอยู่หลายครั้ง และข่าวน้ำเป็นสีรุ้ง ตนเองเป็นหน่วยงานแรกที่ไปร้องทุกข์กล่าวโทษ จากนั้นกรมโรงงานได้ใช้กฎหมายบังคับปิดปรับปรุงดำเนินคดี กรมควบคุมมลพิษไม่ได้มีหน้าที่อนุญาตอนุมัติ มีหน้าที่ตรวจวัดอ่านค่าและแจ้งหน่วยงานให้ทราบและบังคับใช้กฎหมาย เรามีการฟ้องทางแพ่ง แต่การฟ้องแต่ละครั้งความหวังริบหรี่ จึงได้ให้รองปลัดกระทรวง พบเลขา ปปง.เพื่อทำมูลฐานความผิดครั้งนี้ให้ได้ เชื่อว่าการใช้ยาแรงคนที่ทำผิดจะมีความเกรงกลัว ไม่กล้าทำลายสิ่งแวดล้อม และชีวิตของเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน
“ผมก็เป็นผู้แทนราษฎรเขตเหมือนท่าน มาจากการเลือกตั้งเหมือนกัน ตั้งแต่ปี 2554 เราเองต้องยืนหยัดยืนข้างชาวบ้านเป็นหลักคงไม่ยืนข้างนายทุนอยู่แล้ว” นายสุชาติกล่าว
นายสุชาติ กล่าวว่าบางครั้งข้อมูลเราอาจจะรู้คนละข้าง หากมีการพูดคุยกัน เชื่อว่านายภัทรพงษ์ที่เป็น สส.เขตเหมือนกับตนเอง มีความรักและอยากให้ประชาชนมีความเชื่อมั่นศรัทธา ในการที่เราเสียสละ เป็นผู้แทนราษฎร
นายภัทรพงษ์ กล่าวต่อว่า รัฐมนตรีไม่ได้ตอบว่าท่านในฐานะที่เป็นคนบัญชาการอุทกภัยในภาคตะวันออกจะจัดการอย่างไรเมื่อรู้ปัญหาน้ำเป็นพิษ ท่านยอมรับว่ารู้ข้อมูลจากภาคประชาสังคมเหมือนกัน ทั้งที่กรมควบคุมมลพิษลงไปตรวจพื้นที่มาก่อนน้ำท่วมแล้ว นี่คือการบกพร่องในหน้าที่อย่างรุนแรง สิ่งที่ท่านต้องทำตอนนี้คือตีกรอบกำหนดพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ
พร้อมกับการฟื้นฟูพื้นที่ได้รับผลกระทบ ไม่ว่าจะเป็นการใช้งบกลาง หรือเงินจากกองทุนสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ เราจำเป็นต้องเก็บหลักฐานอย่างชัดเจนสารโลหะหนักตั้งแต่ปลายทางไปจนถึงต้นตอ เพื่อนำหลักฐานเหล่านี้ไปดำเนินคดี
อย่างไรก็ตามใน พ.ร.บ.สิ่งแวดล้อมฯ มาตรา 9 ให้อำนาจเต็มเบ็ดเสร็จกับนายกฯ จัดการสั่งการได้ทุกภาคส่วน และมาตรา 10 รัฐมนตรีกระทรวงทรัพย์ฯ เป็นคนทำแผนฉุกเฉินรับมือกับปัญหาที่กระทบกับชีวิตประชาชน เป็นสิ่งที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพย์ฯ ต้องทำ นายสุชาติพูดมาหลายเวทีว่า ก่อนรับตำแหน่งอ่านกฎหมายอำนาจหน้าที่ทุกบรรทัด เพื่อให้เข้าใจว่าทำอะไรได้บ้าง แต่ทำไมเรื่องนี้ถึงไม่รู้ อ้างบ่อยครั้งว่าเป็นเรื่องของกระทรวงนั้นกระทรวงนี้ แต่ไม่รู้ว่าตนเองมีกลไกคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ซึ่งมีทุกกระทรวงที่เกี่ยวข้องอยู่ ปีนี้มีการประชุมคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ 3 ครั้ง นายสุชาติไม่เคยเข้าประชุมสักครั้งเดียวไม่เคยมีวาระปัญหาที่ตนเองพูดมาทั้งหมดเข้าที่ประชุม
นายภัทรพงษ์ ยังถามถึงปัญหาดินถล่มในจังหวัดภูเก็ต ซึ่งวันที่เกิดเหตุมีปริมาณฝน 340 มิลลิเมตร ซึ่งเป็นพื้นที่เสี่ยงดินโคลนถล่มอันดับ 1 จากแผนที่เสี่ยงของกรมทรัพยากรธรณี แต่ประชาชนกลับได้รับการแจ้งเตือนผ่าน Cell Broadcast ในเวลา 03.00 น. เฉพาะเรื่องน้ำท่วมฉับพลัน จึงสอบถามถึงการรับมือแจ้งเตือนน้ำท่วมและดินโคนถล่มในปี 69 และปี 70
นายสุชาติ กล่าวว่า ตามกฎหมายสิ่งแวดล้อม ไม่ได้กำหนดเงินกองทุนให้ใช้จ่ายเพื่อฟื้นฟูหรือกำจัดกากอุตสาหกรรมจากมลพิษ จึงขอให้ท่านศึกษาก่อนจะพูดในสภาฯ
“ผมได้ข้อมูลจากข้าราชการที่ส่งกระดาษมา ยังสงสัยว่าผมไม่รู้หรือท่านรู้มากกว่าผม ผมก็รอให้ท่านมาเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพย์ฯ จะลองดูว่าท่านจะรู้เหมือนผมไหม คำแนะนำทั้งหมดรับฟังและรับทราบ แต่การเป็น สส.เราหารือเพื่อแก้ปัญหาให้กับประชาชน การตำหนิที่ตัวบุคคลหากเจอไม่พอใจกันก็คุยกัน ในสภาฯไม่ควรเอาทิฐิส่วนตัวมาพูดเป็นบันเทิงธิปไตย” นายสุชาติกล่าว
นายภัทรพงษ์ จึงกล่าวต่อว่า รัฐมนตรีอ้างว่าบันเทิงธิปไตย อ้างว่าตนเองไม่รู้กฎหมาย ขอให้อ่านมาตรา 23 พ.ร.บ.ส่งเสริมรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม พ.ศ. 2535 ท่านบอกว่ากองทุนสิ่งแวดล้อมใช้ไม่ได้ ขอให้ไปดูใน (4) ระบุว่า เป็นเงินช่วยเหลือกิจการใด ๆ ที่เกี่ยวกับการส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม การฟื้นฟูพื้นที่ได้รับผลกระทบจากสารพิษ ไม่ใช่การช่วยเหลือกิจการที่เกี่ยวข้องกับการรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมหรือ
“ผมพูดไว้แค่นี้ครับ แล้วดูสิครับว่า วันนี้ใครบันเทิงกว่าใคร” นายภัทรพงษ์ กล่าว
แท็กที่เกี่ยวข้อง ภัทรพงษ์ ลีลาภัทร์ ,สุชาติ ชมกลิ่น