เลือกตั้งและการเมือง
“เท้ง” ลุยป้องเอื้อประโยชน์ทุนใหญ่ เดินหน้าตรวจสอบโซลาร์ภาคปชช. ซัด “อนุทิน” เตะถ่วงหนีซักฟอก
1 ชั่วโมงที่แล้ว
9 views
“เท้ง ณัฐพงษ์” ยัน เดินหน้าตรวจสอบโซลาร์ภาคประชาชน ป้องเอื้อประโยชน์ทุนใหญ่ ขอรัฐดัน “แบตเกลือภาคอีสาน” เป็นอุตสาหกรรมอนาคต ซัด “อนุทิน” หนีซักฟอก เตะถ่วงลากยาวถึง ธ.ค. อ้างติดภารกิจต่างประเทศฟังไม่ขึ้น ลั่น “พรรคประชาชน” พร้อมตั้งนานแล้ว
28 ต.ค. 2569 ที่รัฐสภา นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ถึงการเจรจาตกลงวันอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล ว่า คนที่ไม่พร้อมมากที่สุดคือนายกรัฐมนตรี เพราะที่ผ่านมาไม่เคยเข้ามาทำหน้าที่ในสภาเลย จากการให้ข่าวล่าสุด โยนวันอภิปรายไปให้ถึงต้นเดือน ธ.ค. ด้วยซ้ำ ฝ่ายค้านยืนยันว่าไม่ได้ตั้งเงื่อนไขที่เตะถ่วงเวลา เรามีความพร้อมในการอภิปรายครั้งนี้ ซึ่งเงื่อนไข 5 วัน 60 ชั่วโมง เป็นกรอบเวลาที่เหมาะสมเมื่อเทียบกับจำนวนผู้ถูกอภิปราย แต่เมื่อมีการพูดคุยก็เข้าใจว่าตารางของรัฐบาลแน่น ดังนั้น หากลดเหลือ 4 วันและติดวันเสาร์อาทิตย์ไปด้วยก็ได้ เราก็ยินดี ซึ่งรัฐบาลก็ยืนยันว่าเดือน พ.ย. ไม่ว่าง แต่จากตารางงานไม่น่าใช่ ข้ออ้างที่ออกมา จึงมองว่าเป็นฝ่ายนายกรัฐมนตรีเองที่ไม่พร้อมที่สุดในการถูกซักฟอกครั้งนี้
เมื่อถามว่าหากอภิปรายช่วงตั้งแต่วันที่ 6 ธ.ค. เป็นต้นไป ฝ่ายค้านไม่ขัดใช่หรือไม่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ยิ่งทอดเวลาออกไป สังคมยิ่งเสียผลประโยชน์ และสิ่งที่ประชาชนคาดหวังคือฝ่ายบริหารมีความรับผิดรับชอบต่อกระบวนการในสภา ซึ่งเวทีอภิปรายไม่ไว้วางใจก็เป็นเวทีหนึ่งของฝ่ายค้านที่ทำหน้าที่ตรวจสอบรัฐบาล ดังนั้น ตนก็ไม่รู้จะส่งข้อเรียกร้องอย่างไรแล้ว เพราะนายกฯ ไม่เคยเข้าสภา ทำได้แต่ยืนยันว่าฝ่ายค้านพร้อมทำหน้าที่ จะเป็น 1-2 สัปดาห์หน้า เมื่อไหร่ก็ได้ที่นายกฯ จะไม่หนีสภา เราก็พร้อมทำหน้าที่ซักฟอกทันที ยิ่งเร็วที่สุดยิ่งดี เพราะความตั้งใจแรกคืออยากให้เกิดขึ้นในสัปดาห์ที่ผ่านมาด้วยซ้ำ แต่เข้าใจว่าการประชุมคณะกรรมการประสานงานร่วม (วิป) ที่รัฐบาลบอกว่าถ้าเป็น 5 วัน ไม่มีทางเป็นไปได้ ขอปรับเหลือ 4 วัน ฝ่ายค้านจึงบอกว่าหากปรับเหลือ 4 วัน ฝ่ายค้านเองก็ต้องไปทำกระบวนการภายในก่อน เพื่อปรับรูปแบบการอภิปราย และถ้าจะขยับเป็น 4 วัน พวกเราไม่ได้มีปัญหา แต่พอยื่นข้อเสนอนี้ออกไป นายกฯกลับบอกว่าจะเข้ามาได้อีกทีคือเดือน ธ.ค. ตนจึงมองว่าเป็นความพยายามเตะถ่วง หนีศึกซักฟอกมากกว่า
ผู้สื่อข่าวจึงอ่านตารางงานช่วงเดือน พ.ย. ของนายกรัฐมนตรีให้นายณัฐพงษ์ฟังว่าต้องเดินทางไปต่างประเทศเพื่อประชุมสุดยอดอาเซียนและเอเปค นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ตนได้เห็นแล้ว และเห็นว่าเดือนนี้นายกรัฐมนตรีมีภารกิจสำคัญหลายอย่าง แต่ถ้ายึดหลัก 4+1 วัน และสามารถเปิดประชุมวันเสาร์อาทิตย์ได้ ตนเชื่อว่าสามารถหาวันในเดือน พ.ย.ได้ ลองไปบริหารจัดการดู และไม่น่าจะใช้เป็นข้ออ้างในการไม่ยอมมาเข้ารับศึกซักฟอกครั้งนี้
เมื่อถามว่าเห็นด้วยหรือไม่ ที่นายพิศาล มาณวพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศเงาของพรรคประชาชน เสนอให้นายกรัฐมนตรีงดไปประชุมสุดยอดอาเซียนและเอเปคและมอบนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกฯและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศไปแทน นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศก็ทำหน้าที่แทนได้ แต่ก็ไม่สามารถตอบแทนได้ว่าควรไปหรือไม่ ถ้านายกฯ เดินทางไปเอง สิ่งสำคัญก็อยากให้ไปเจรจาเรื่องสารพิษในแม่น้ำด้วย เพราะประเทศที่มีส่วนสำคัญในการแก้ไขปัญหานี้ได้คือจีน จึงอยากเห็นความกล้าหาญของนายกฯ ที่เจรจากับตัวแทนประเทศจีนได้
ผู้สื่อข่าวถามต่อว่าตอนนี้กระบวนการออดิชันคัดเลือกผู้อภิปรายไปถึงไหนแล้ว นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ผู้อภิปรายมีความพร้อมตั้งแต่สัปดาห์ก่อน แต่สถานการณ์ทางการเมืองขยับตลอดเวลา ในเรื่องการเตรียมเนื้อหาก็ต้องขึ้นอยู่กับสถานการณ์ด้วย แต่ใจความหลักๆ พร้อมตั้งนานแล้ว ซึ่งขณะนี้เตรียมผู้อภิปรายไว้ 2 แบบ คือแบบที่ลดเวลาเหลือ 4 วัน กับแบบ 5 วัน
ขณะเดียวกันได้ให้สัมภาษณ์ถึงโครงการโซลาร์ภาคประชาชนที่เปิดให้ลงทะเบียน ซึ่งพรรคประชาชนเคยตั้งข้อสังเกตว่าอาจมีการเอื้อกลุ่มนายทุนแล้วจะมีการตรวจสอบหรือไม่ ว่า เรื่องการตรวจสอบความสัมพันธ์ว่ามีการเอื้อกลุ่มทุนที่จะเข้ามารับเหมาโครงการหรือไม่เราเดินหน้าตรวจสอบอย่างเต็มที่แน่นอน แต่อยากพูดอีกภาพหนึ่งนอกจากการทำหน้าที่ตรวจสอบ คือการเปลี่ยนผ่านโครงสร้างพลังงาน อีกหนึ่งสิ่งที่สำคัญคือแหล่งกักเก็บพลังงาน การติดตั้งโซลาร์ความจริงไม่ได้สามารถผลิตได้ 24 ชั่วโมง
การเปลี่ยนผ่านโครงสร้างพลังงานที่สำคัญการอีกอย่าง คือ การติดตั้งแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ที่อยู่ในระบบกริด ไม่ใช่อยู่ในบ้านประชาชนทั่วไป ซึ่งตอนนี้ทางมหาวิทยาลัยขอนแก่น หรือ KKUVOLT มีแนวทางองค์ความรู้และโรงงานผลิตแบตเตอรี่เกลือ ใช้องค์ความรู้ของคนไทยมีแร่เกลือใต้พื้นดินภาคอีสาน ที่มีความบริสุทธิ์เหมาะสมจะมาทำแบตเตอรี่เกลือมากเพียงพอขาดอย่างเดียว คือ ความชัดเจนจากนโยบายของรัฐบาล ตนไปดูงานมาด้วยตัวเอง คุณภาพและราคาที่ออกมาสามารถแข่งขันได้กับตลาดโลก อาจารย์ที่มหาวิทยาลัยขอนแก่นขออย่างเดียวว่า รัฐบาลมีนโยบายที่ชัดเจนว่าเรามีแผนเปลี่ยนผ่านโครงสร้างพลังงานเท่าไหร่ ถ้ามีทิศทางและตลาดรองรับชัดเจนนักลงทุนก็พร้อมมาลงทุน
นายณัฐพงษ์ ยังกล่าวว่า ห่วงโซ่อุปทาน หรือ supply chain ของการผลิตแบตเตอรี่เกลือเพื่อเปลี่ยนผ่านพลังงานใช้เงินลงทุนแค่ประมาณ 2-3 หมื่นล้าน สามารถใช้โลคอลคอนเทนต์ ในประเทศไทยได้เกือบทั้งหมดเราไม่สามารถผลิตแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนได้ แต่เรามีแหล่งแร่เกลือในไทย ใช้โลคอลคอนเทนต์ ได้เกือบร้อยเปอร์เซ็นต์
“อยากเห็นทิศทางที่ชัดเจนจากผู้บริหารประเทศ ว่ารัฐบาลพร้อมที่จะมีแนวทางส่งเสริมอุตสาหกรรมแห่งอนาคตในประเทศย่อยไทยอย่างไรบ้าง ซึ่งเรามีความได้เปรียบตรงนี้ด้วย” นายณัฐพงษ์ กล่าว...
เมื่อถามว่าถ้าประชาชนเข้าร่วมโครงการน้อยจะสะท้อนว่าโครงการนี้ล้มเหลวไม่คุ้มค่ากับเงินกู้หรือไม่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า เรื่องโซลาร์ภาคประชาชนโดยในหลักใหญ่สอดคล้องกับนโยบายและทิศทางของพรรคประชาชนอยู่แล้วเพียงแต่วิธีการปฏิบัติและรายละเอียดบางอย่างอาจมีปัญหาอยู่บ้าง สิ่งที่สำคัญที่สุดคือเรื่อง หลักความเป็นธรรมด้วยส่วนหนึ่งและเรื่องความโปร่งใสไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อนกับผู้รับเหมาที่เข้ามารับโครงการ
แท็กที่เกี่ยวข้อง โซลาร์ภาคประชาชน ,อภิปรายไม่ไว้วางใจ ,อนุทิน ชาญวีรกูล ,เท้งณัฐพงษ์