เลือกตั้งและการเมือง

“เอกนิติ” ปัดตอบ หลังนายกฯ ลั่น GDP โตเกิน 2.1% พร้อมลดภาษีน้ำมันเฉพาะเกษตรกรได้ประโยชน์

1 ชั่วโมงที่แล้ว

14 views

“เอกนิติ” ปัดตอบ หลังนายกฯ ลั่น GDP โตเกิน 2.1% ย้ำเท่าไหร่ไม่สำคัญ แต่ต้องถูกต้อง เปรียบตัวเองเป็นหมอ ต้องวินิจฉัย-แก้ปัญหาเศรษฐกิจให้ตรงจุด พร้อมรับลูกนายกฯ ลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันเฉพาะเกษตรกรได้ประโยชน์

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวถึงกรณีที่นายกรัฐมนตรีกล่าวในรายการคุยกับ ครม. อนุทิน ว่า GDP ของไทยปีนี้โตเกิน 2.1% แน่นอน ว่า เป็นเรื่องของสภาพัฒน์ และกระทรวงอุตสาหกรรม ที่ต้องทำตัวเลข

“ผมก็เหมือนหมอ เป็นคนวินิจฉัยโรค ส่วนเครื่องมือหากใช้วินิจฉัยโรคไม่ถูกต้อง เราก็สามารถสั่งยาผิดได้ ดังนั้นวันนี้ GDP เท่าไหร่ไม่สำคัญ แต่ขอให้ถูกต้อง หมอจะได้วินิจฉัยโรคและปัญหาที่ถูกต้อง ย้ำว่าตัวเลขเศรษฐกิจจะเป็นเท่าไหร่ไม่สำคัญ เรารู้ว่าปัญหาอยู่ตรงไหน หากเศรษฐกิจดีแต่ไม่กระจายตัว หมอก็ต้องไปแก้เรื่องการกระจายตัว ซึ่งวันนี้เป็นปัญหาของทั้งโลก” นายเอกนิติ กล่าว

นายเอกนิติ กล่าวต่อว่า นายอาเจย์ บังกา ประธานกลุ่มธนาคารโลก (World BankGroup) และ นางสาว คริสตาลินา กอร์เกียวา กรรมการจัดการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) บอกว่าประเทศไทยถือว่าโชคดีที่ไทยเป็นส่วนหนึ่งของ AI แต่จะทำอย่างไรให้คนไทยได้ประโยชน์ หมอจึงต้องการข้อมูลที่ถูกต้อง เพื่อให้ตนวินิจฉัยและแก้ปัญหาได้ถูก

นอกจากนี้ นายเอกนิติยังให้สัมภาษณ์ถึงนายกรัฐมนตรีเตรียมปรับลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันในส่วนของ E20 แต่มีบางส่วนอยากให้ไปลดภาษีสรรพสามิตดีเซลด้วย กระทรวงการคลังจะพิจารณาอย่างไรว่า ในเรื่องภาษีสรรพสามิต นโยบายของเราคือ การส่งเสริมให้เปลี่ยนผ่านพลังงานให้ไปใช้พลังงานชีวภาพ พลังงานที่มาจากไบโอดีเซล หรือจาก E20 ที่ใช้ส่วนผสมของเอทานอล และน้ำมันปาล์ม เพราะต้องการให้เกิดความแตกต่างของราคาดีเซลที่นำเข้าจากต่างประเทศ ถ้าเข้ามาผสมกับเอทานอล หรือน้ำมันปาล์มที่เราเรียกว่า B20 และ E20 เราต้องการให้การลดภาษีส่งผลกระทบเป็นผลบวกต่อเกษตรกร ทั้งผู้ที่ปลูกอ้อย ปลูกมันสำปะหลัง และปาล์ม วันนี้จึงลดภาษีในส่วนนี้ให้ ตนคิดว่าทั้งหมดคือ การเปลี่ยนผ่านพลังงาน

นายเอกนิติ กล่าวว่า วันนี้ประเทศไทยนำเข้าพลังงานสูงมากเป็นอันดับต้นๆ ของโลก ทั้งการนำเข้าน้ำมันดิบที่ส่วนใหญ่มาจากตะวันออกกลาง รวมถึงก๊าซธรรมชาติด้วย ถ้าประเทศไทยยังเป็นแบบนี้ที่ต้องพึ่งพาต่างประเทศสูง เมื่อสงครามยังไม่จบสิ้น คือ สิ่งที่ทำให้ประเทศไทยขาดดุลการค้าสูงมากในวันนี้ ตนคิดว่าไม่สามารถแก้ปัญหาได้ยั่งยืน แต่การแก้ไขปัญหาที่ยั่งยืนคือ การพึ่งพาตนเองโดยใช้สินค้าเกษตรที่เราผลิตเองได้ เอทานอลมาจากอ้อยและมันสำปะหลัง ไบโอดีเซลมาจากน้ำมันปาล์ม ตรงนี้จะลดการพึ่งพาการนำเข้าพลังงานจากต่างประเทศได้ เช่นเดียวกับโซลาร์ที่จะทำประโยชน์ให้กับประเทศ เพราะจะลดการพึ่งพาก๊าซธรรมชาติ

เมื่อถามถึงกรณีกระทรวงพลังงานอยากให้กระทรวงการคลังพิจารณาค้ำประกันเงินกู้เพิ่ม หลังกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงติดลบแสนล้านบาท จะพิจารณาอย่างไร นายเอกนิติ กล่าวว่า เรื่องนี้ต้องหารือกัน ประเทศไทยวันนี้มีหลายเครื่องที่ช่วยดูแลประชาชน ของไทยมีกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ภาษีสรรพสามิตก็เป็นส่วนหนึ่งที่เราจะเอามาช่วยเรื่องของไบโอดีเซล รวมถึงที่ใช้เอทานอลเป็นส่วนผสมด้วยคือ E20 ตรงนี้จะต้องประสานกับกระทรวงพลังงาน

“แต่ผมคิดว่าท้ายที่สุดมันคือ กระเป๋าซ้าย กระเป๋าขวานั่นแหละ ที่ว่าจะลดภาษีสรรพสามิต หรือใช้กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง วันนี้ประเทศไทยเราขาดดุล การลดภาษีสรรพสามิตก็ทำให้ขาดดุลมากขึ้น รายได้ก็หายไป ต้องไปกู้เงินมากขึ้น แต่วันนี้เราเอาเงินกู้มาให้กับประชาชนดีกว่า ผมว่ามันตรงเป้ามากขึ้น จึงเป็นที่มาของโครงการโซลาร์ภาคประชาชน ซึ่งจะเข้า ครม.ในวันที่ 27 ต.ค.” นายเอกนิติกล่าว


แท็กที่เกี่ยวข้อง  เอกนิติ ,GDP ,นายกฯ ,ลดภาษีน้ำมัน

คุณอาจสนใจ

Related News