เลือกตั้งและการเมือง
“อภิสิทธิ์” ลั่น ปชป.พูดได้เต็มปาก ไม่เห็นด้วยร่างกฎหมายภูมิใจไทย ชี้จุดยืน สสส.-ไทยพีบีเอส ต้องเป็นอิสระ
2 ชั่วโมงที่แล้ว
24 views
“อภิสิทธิ์” ลั่น พรรคประชาธิปัตย์ พูดได้เต็มปาก ไม่เห็นด้วยร่างกฎหมายภูมิใจไทย ประกาศจุดยืนชัด 2 กองทุน สสส.-ไทยพีบีเอส ต้องเป็นอิสระ รับงบตรงจากภาษีบาป พร้อมจับมือภาคประชาชนผลักดันคงหลักการเดิมไว้
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สส. บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมด้วยนางการดี เลียวไพโรจน์ สส.บัญชีรายชื่อรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และนางรัดเกล้า อินทวงศ์ สุวรรณคีรี สส. บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ รับหนังสือจากเครือข่ายแรงงานในระบบ นอกระบบ/แพลตฟอร์มไรเดอร์ เครือข่ายสวัสดิการเด็กเล็กถ้วนหน้า และเครือข่ายรัฐสวัสดิการที่เป็นธรรม เพื่อขอให้แสดงจุดยืนคัดค้านและผลักดันให้รัฐบาล และพรรคภูมิใจไทยถอนร่างแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ที่เกี่ยวข้องกับ 4 องค์กรที่ได้รับงบตรงจากภาษีเฉพาะจากบริษัทเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และบริษัทบุหรี่ (Earmarked Tax) หรือภาษีบาป โดยกังวลว่าการเสนอ 4 ร่างกฎหมายนี้ จะนำมาสู่การกินร่วมกองทุน โดยการอ้างถึง วินัยการเงินการคลัง
โดย นายอภิสิทธิ์ กล่าวย้ำว่า พรรคประชาธิปัตย์มีความชัดเจนมาตั้งแต่ต้น เรื่องกลไกภาษีบาปที่ต้องกันเอาไว้ ซึ่งตอนที่มีการออกแบบกองทุน สสส. เราเห็นด้วยกับผู้เสนอในขณะนั้นที่มีการออกแบบผ่านการวิจัย เรื่องการส่งเสริมและป้องกัน ถือเป็นงานสำคัญสำหรับสุขภาวะที่ดีของคนไทย และเห็นด้วยว่าการขับเคลื่อนนโยบายดีที่สุดคือภาคประชาชน ดังนั้นสิ่งที่ออกแบบมาตั้งแต่ต้น คือกองทุนต้องมีความเป็น มีความมั่นคงเรื่องรายได้ เพื่อนำเงินเหล่านี้มาสนับสนุนองค์กรภาคประชาชน “เพราะฉะนั้นเรื่องนี้พูดได้อย่างเต็มปากเต็มคำ ว่าพรรคประชาธิปัตย์ไม่เห็นด้วย กับกฎหมายพรรคภูมิใจไทยเสนอ”
ส่วนกรณีไทยพีบีเอส ซึ่งเป็นสื่อที่มีความเป็นอิสระเริ่มต้นจากสถานีโทรทัศน์ไอทีวี ก็เป็นการสนับสนุน จากนโยบายของพรรคประชาธิปัตย์เช่นกัน ซึ่งหากจะเป็นสื่อที่มีความเป็นอิสระ ก็ต้องไม่พึ่งพาระบบงบประมาณที่จะทำให้รัฐบาลเข้าไปมีอำนาจต่อรอง ดังนั้นการทำงานของทั้ง 2 องค์กร ซึ่งมีความเป็นอิสระ จึงเปิดโอกาสและพื้นที่ให้กับคนจำนวนมาก แต่หากปล่อยอยู่ในระบบก็คงแทบไม่มีโอกาสที่จะนำเสนอประเด็นสำคัญ เรื่องปัญหาในสังคม หรือประเด็นของคนชายขอบ ดังนั้นพรรคประชาธิปัตย์จึงไม่เห็นด้วย กับการเปลี่ยนแปลงระบบให้ทั้ง 2 องค์กร มาของบประจำปี เหมือนกับส่วนราชการหรือกองทุนอื่นๆ
นายอภิสิทธิ์ ยังกล่าวต่อว่า แม้จะมีจุดยืนไม่เห็นด้วย แต่ไม่ได้หมายความว่าทั้ง 2 องค์กร สามารถบริหารงานได้สมบูรณ์แบบหรือไม่มีปัญหา อีกทั้งยังมีประเด็นที่เราต้องรับฟัง แต่ปัญหาเหล่านั้น สามารถแก้ไขได้โดยไม่ต้องไปแตะต้องระบบรายได้และความเป็นอิสระ ในการขับเคลื่อนงานทั้ง 2 ด้าน คือ การส่งเสริมสุขภาพ และความเป็นอิสระ ทั้งนี้เมื่อเข้าสู่ระเบียบวาระ พรรคประชาธิปัตย์จะได้ร่วมมือกับภาคประชาชนต่อไปว่าเราจะรักษาหลักการสำคัญของ 2 กองทุนต่อไปอย่างไร
แท็กที่เกี่ยวข้อง อภิสิทธิ์ ,พรรคประชาธิปัตย์ ,ร่างกฎหมายภูมิใจไทย