เลือกตั้งและการเมือง

"โสภณ" จ่อนัดวิป 3 ฝ่าย ถกกรอบศึกซักฟอกสัปดาห์นี้ เตือนอย่าบูลลี ขอให้สร้างสรรค์ ลั่นประชาชนเบื่อสภาฯ ทะเลาะ

4 ชั่วโมงที่แล้ว

20 views

วันที่ 19 ต.ค. ที่รัฐสภา นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงกรณีที่รัฐบาลต้องการให้อภิปรายไม่ไว้วางใจ 3 วัน 27-29 ต.ค. และโหวตวันที่ 30 ต.ค. ว่า เป็นความเห็นของแต่ละฝ่าย จากที่ทราบ ฝ่ายค้านต้องการ 5 วัน ซึ่งกระบวนการหลังจากที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) ยื่นวันเริ่มต้นมาที่สภาฯ ทางสภาฯ ก็จะนัดประชุมวิป 3 ฝ่าย มาพูดคุยกันว่าจะอภิปรายกี่วัน ก็ต้องดูความพร้อมและความเห็น 3 ฝ่าย ต้องเคารพซึ่งกันและกันว่าฝ่ายค้านมีความจำเป็นขนาดไหน กี่วัน หรือทางครม. มีความเห็นอย่างไร ซึ่งการอภิปราย 18 คน ไม่ใช่เป็นเรื่องใหม่ ในอดีตก็เคยมีทั้งคณะ คาดว่าจะมีการกำหนดวันจริงๆ น่าจะภายในสัปดาห์นี้ โดยตนได้มอบหมายให้ น.ส.มัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช รองประธานสภาฯ คนที่ 1 ที่รับผิดชอบเรื่องนี้ ก็จะนัดทั้ง 3 ฝ่าย แต่ในวันนี้ (19 ต.ค.) ตนยังไม่เห็นหนังสือ หากเห็นก็จะนัดประชุม เราก็อยากให้เร็ว เพราะจะได้เตรียมทั้งรัฐบาลและฝ่ายค้าน รวมถึงประธานในการทำหน้าที่ด้วย

เมื่อถามย้ำว่า เบื้องต้นได้มีวางกรอบสัปดาห์หน้าอย่างไร นายโสภณ กล่าวว่า ยังไม่ทราบจริงๆ ขอให้ตกลงกันได้เร็วที่สุดจะได้กำหนดกรอบว่าเป็นวันไหน อยู่ที่การเจรจา

เมื่อถามว่า ในญัตติของฝ่ายค้านสามารถอภิปรายได้ทุกประเด็นใช่หรือไม่ นายโสภณ กล่าวว่า การอภิปรายคือการกล่าวหาว่าครม. หรือรัฐมนตรีท่านนั้น ปฏิบัติหน้าที่ไม่เป็นไปตามกฎหมาย เช่น ทุจริตคอร์รัปชัน ซึ่งทางครม. มีหน้าที่มาแก้ข้อกล่าวหา และเชื่อว่าจะไม่เกิดความวุ่นวาย หากทุกฝ่ายปฏิบัติตามข้อบังคับการประชุมสภาฯ และเป็นไปตามเจตนาอารมณ์ของการอภิปรายไม่ไว้วางใจ เป็นการกล่าวหาอย่างรุนแรง ถึงขั้นรุนแรง แต่ขั้นรุนแรงไม่ใช่คำด่า เพราะคำด่าไม่รู้จะชี้แจงอย่างไร แต่คำกล่าวหา ทุจริตอย่างไร โกงอย่างไรก็ต้องเอาหลักฐานมาโชว์ เมื่อกล่าวหาว่าโกงต้องเอาหลักฐานมาโชว์ ฝ่ายครม.ก็ต้องเอาหลักฐานมาแก้

"การฟังขึ้นหรือไม่ ไม่ได้อยู่ที่ถ้อยคำรุนแรงและจะเกิดความน่าเชื่อถือ ไม่ใช่ มันอยู่ที่หลักฐาน ฝ่ายนี้ก็เหมือนกัน อยู่ที่หลักฐานการแก้ ผมจึงอยากเห็นว่า หากเราอยากเป็นสภาฯ ที่สร้างสรรค์จริงๆ ทั้ง 2 ฝ่าย ช่วยกล่าวหาอย่างตรงไปตรงมา ไม่ใช่หลอกด่ากัน ซึ่งทำแบบนั้นประชาชนเขาไม่อยากให้เกิดในสภาฯ นี้ ไม่ใช่ผม ผมที่ไหนคนก็จะบ่นว่าบางทีก็เบื่อ ไม่อยากฟังมีแต่เรื่องทะเลาะกัน ฉะนั้น หากกล่าวหาอย่างมีเหตุผล ตามหลักการว่าทุจริตอะไรก็ฟังขึ้น ส่วนผู้ชี้แจงก็มีหน้าที่ชี้แจง ไม่ได้กล่าวหาฝ่ายนั้นเพิ่มอีก หากทุกฝ่ายปฏิบัติอย่างสุภาพโดยเนื้อหาการอภิปราย ซึ่งคำสุภาพดูมีเหตุมีผลดีกว่าคำหยาบ คำด่าทอ หรือบูลลี อาจจะทำให้ได้ผลคนอาจจะเห็นด้วยมากกว่าคำพวกนั้น เพราะผมเชื่อว่าในสังคมคนที่มีใจเป็นธรรมมีมาก การใช้ความรุนแรงอาจจะได้ใจบางคน ซึ่งอาจเป็นส่วนน้อยในสังคม จึงไม่อยากเห็นภาพที่ทะเลาะเบาะแว้งจากเรื่องที่ไม่เป็นเรื่อง เราอยากเห็นการเมืองที่เดินหน้าได้ เราต้องสร้างศรัทธาให้กับประชาชน" นายโสภณ กล่าว

เมื่อถามถึงกรณีคดีฮั้ว สว. ในคำกล่าวหาของฝ่ายค้าน นายโสภณ กล่าวว่า จะต้องพิจารณาว่าอภิปรายถึงใคร มีส่วนเกี่ยวข้องอะไร อภิปรายประเด็นอะไร เรื่องอะไร เพราะจบในกระบวนการของหน่วยงานที่รับผิดชอบเรื่องนี้แล้ว และตามข้อกล่าวหานั้นจะต้องเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นในรัฐบาลชุดนี้ ดังนั้น ครั้งนี้ก็ต้องดูว่าอภิปรายเรื่องอะไร อภิปรายได้หรือไม่ตามข้อบังคับ ซึ่งจะต้องเน้นการทำงานในรัฐบาลปัจจุบัน แต่ความเป็นบุคคลนั้นติดตัวตั้งแต่เกิดจนตาย หากไปย้อนอดีตแต่ไม่ใช่การทำงานของรัฐบาลนี้ ก็ไม่สามารถที่จะนำมาอภิปรายได้ เบื้องต้นเห็นว่าการอภิปรายแต่ละวันที่จะเกิดขึ้นควรจะจบที่เวลาเที่ยงคืน หรือ 24.00 น. ของแต่ละวัน เพราะหากดึกมาก คนก็ไม่ฟัง แต่ทั้งนี้อยู่ที่การเจรจา

คุณอาจสนใจ

Related News