เลือกตั้งและการเมือง
นายกฯ ติดตามบริหารจัดการน้ำประตูระบายน้ำสองพี่น้อง - “อธิบดี ปภ.” ยันไม่ได้คำนวณงบเยียวยาผิดพลาด
1 ชั่วโมงที่แล้ว
24 views
นายกฯ นำคณะติดตามบริหารจัดการน้ำประตูระบายน้ำสองพี่น้อง สุพรรณบุรี ย้ำโครงการ “ชัยนาท-ป่าสัก-อ่าวไทย” ต้องเกิด ขณะ “อธิบดี ปภ.” ยันไม่ได้คำนวณงบเยียวยาผิดพลาด ล็อตแรกรัฐบาลอนุมัติงบกลางจ่ายก่อน 4,700 ล้าน ทั้งที่อดีตต้องรอภัยสิ้นสุด จึงตั้งเบิกได้ ย้ำไม่ตกหล่น
เมื่อเวลา 15.30 น. วันที่ 18 ต.ค.นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ลงพื้นที่ตรวจติดตามการบริหารจัดการน้ำบริเวณประตูระบายน้ำสองพี่น้อง ฝ่ายส่งน้ำและบำรุงรักษาที่ 4 โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาโพธิ์พระยา อ.สองพี่น้อง จ.สุพรรณบุรี โดยมี นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.อุตสาหกรรม นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รมช.มหาดไทย นายไชยวัฒน์ จุนถิระพงศ์ เลขานุการรมว.มหาดไทย นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย นายวิทยา แก้วมี อธิบดีกรมชลประทาน นายพิริยะ ฉันทดิลก ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องร่วมลงพื้นที่
นายอนุทิน กล่าวว่า ขณะนี้สถานการณ์น้ำยังมีปริมาณเยอะอยู่ เราก็ต้องมาเร่งผลักดันน้ำออกไป ซึ่งในช่วงนี้ก็ยังถือว่ายังสามารถที่จะระบายออกไปทางแม่น้ำท่าจีนได้ แต่ก็ยังไม่เต็มประสิทธิภาพ เพราะมีอุปสรรคอื่น ๆ เช่น จำนวนผักตบชวา จำนวนผักบุ้งที่ถูกปลูกไว้แล้วมันก็ไหลมากีดขวางทางน้ำ เราก็ต้องเร่งกำจัดผักตบชวาที่มีจำนวนมหาศาลควบคู่การระบายน้ำ
“วันนี้ได้มาเห็นถึงปัญหาที่มันสั่งสมมา ซึ่งจริง ๆ มันเป็นแบบนี้ทุกปี สิ่งที่เราควรจะต้องทำก็คือ เพิ่มช่องทางให้น้ำไหลออกไปในแหล่งน้ำที่ใหญ่กว่าให้เร็วที่สุด อย่างเช่นกรณีที่อำเภอสองพี่น้อง ได้รับยืนยันจากอธิบดีกรมชลประทานในการขยายช่องทางประตูน้ำเพิ่มมากขึ้น ด้วยการทำการเปิดความกว้างของคลองระบายน้ำให้เพิ่มมากขึ้น เพื่อให้น้ำระบายออกไปถึงแม่น้ำท่าจีนซึ่งอยู่ห่างออกไปประมาณ 1 กม. แต่ต้องจัดระบบให้ดีเพราะมีบางช่วงเวลาที่แม่น้ำท่าจีนระดับสูงกว่า แต่เราก็ต้องมีประตูน้ำคอยปิดกันไม่ให้น้ำไหลกลับเข้ามา” นายอนุทินกล่าว

นายอนุทิน กล่าวต่อว่า นี่คือสิ่งที่ตนพูดในคณะรัฐมนตรี (ครม.) ตลอดว่าโครงการแต่ละโครงการกว่าจะอนุมัติ ก็มีบางความเห็นบอกว่า สิ้นเปลืองงบประมาณ ทำโครงการชลประทานใช้เงินจำนวนมาก แต่จริงๆ แล้วที่สิ้นเปลืองจริงๆ ก็คือ การสูญเสียทรัพยากรจากการแก้ปัญหาระยะสั้น คือ การเร่งสูบน้ำระบายน้ำ ทั้งสิ้นเปลืองไฟฟ้า น้ำมัน และทรัพยากรมหาศาล การขนย้ายระดมเครื่องสูบน้ำมาจากจังหวัดอื่นๆ ทั่วประเทศ ติดตั้งท่อระบายน้ำ แม้ว่าจะเอามารวมเครื่องมือกับกรมชลประทานก็ไม่พอ และเป็นการแก้ไขปัญหาระยะสั้น แล้วยังต้องไปใข้เงินเยียวยาประชาชน ซึ่งรวม ๆ แล้วก็ต้องเสียเงินปีนึง 40,000-50,000 ล้านบาท ในการไปเยียวยา แต่ไม่ได้ถาวรวัตถุหรืออะไรที่เป็นการแก้ปัญหาในระยะยาว
“วันนี้เรามาดูข้อเท็จจริง เราจะช่วยกันทำให้งบประมาณเหล่านี้เข้าไปเพื่อที่จะช่วยกันลดความเดือดร้อนของชาวบ้านอย่างยั่งยืนในระยะยาว ขอให้พี่น้องประชาชนได้มั่นใจว่า รัฐบาลเห็นความสำคัญมาโดยตลอดว่า ปัญหาเหล่านี้เป็นเรื่องความเดือดร้อน เป็นเรื่องฉุกเฉิน เป็นเรื่องเร่งด่วนที่สร้างความเดือดร้อนแสนสาหัสให้กับพี่น้องประชาชน และเราจะแก้ไขปัญหาในระยะยาว โดยครม.ชุดนี้ ได้อนุมัติเห็นชอบโครงการระบายน้ำ อย่างน้อยโครงการภาพรวมใหญ่ คือ ชัยนาท ป่าสัก อ่าวไทย ต้องเกิดขึ้นในปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 ใช้เวลา 7 ปี ถึงจะแล้วเสร็จ เพราะหากเราไม่ทำวันนี้ ความสำเร็จของโครงการระยะยาวก็จะไม่มีวันเกิดขึ้น ซึ่งจะได้กำชับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กรมชลประทาน บริหารจัดการด้วยความเข้มงวดใกล้ชิดว่า จะต้องไม่มีเหตุการณ์ใด ๆ มาทำให้โครงการนี้เกิดความล่าช้า ต้องเร่งทำทุกอย่างเพื่อที่จะให้มันเกิดขึ้นให้เร็วที่สุดให้ได้ ทั้งการเวนคืนที่ต้องเร็วที่สุด งบประมาณเวนคืนก็ต้องเร่งจ่ายให้กับประชาชน รัฐบาลชุดนี้จะติดตามอย่างใกล้ชิด เราไม่มีคำว่าพรรค มีแต่คำว่า พี่น้องประชาชนต้องลดความเดือดร้อน” นายอนุทิน กล่าว
นายอนุทิน กล่าวอีกว่า สำหรับการบริหารจัดการน้ำบริเวณประตูระบายน้ำสองพี่น้อง มักจะพบกับสภาพปัญหาจำนวนผักตบชวาที่ส่งผลต่อการระบายน้ำ รวมถึงมีประตูระบายน้ำเพียง 3 บาน จึงส่งผลให้การระบายน้ำไม่มีประสิทธิภาพเพียงพอ จึงเกิดปัญหาน้ำท่วมเอ่อล้นตลิ่งริมคลองจากแม่น้ำท่าจีน และคลองสายต่าง ๆ ไหลเข้าพื้นที่ที่เป็นแอ่งกระทะ โดยเฉพาะช่วงฤดูฝน น้ำหลาก ทำให้ชาวบ้านได้รับผลกระทบเสียหายหนัก พร้อมเสนอแนวทางการแก้ไข คือ การทำการระเบิดคอขวดตรงประตูเภาทะลาย คลอง ร.4 ขวา และประตูน้ำบางสาม คลองสองพี่น้อง เพิ่มจาก 3 บาน เป็น 5 บาน เพื่อช่วยผลักดันน้ำลงแม่น้ำท่าจีนให้เร็วที่สุด อันจะช่วยบรรเทาปัญหาทั้งภัยแล้ง และอุทกภัยในพื้นที่ได้เป็นอย่างมาก

เมื่อถามว่าอยากจะฝากอะไรถึงฝ่ายค้านไหม นายอนุทิน กล่าวว่า เดี๋ยวให้ประชาชนเห็นถึงสิ่งที่รัฐบาลจะทำ ต้องเรียนตรงๆ เราต้องมาดูสถานการณ์ในพื้นที่ ให้มาเห็นกับตาตัวเอง เพราะถ้าฟังก็ฟังอยู่แต่ในกระทรวง ในทำเนียบรัฐบาลรัฐบาล ก็ไม่เห็นภาพ พอจะทำอะไรก็บอกเดี๋ยวมีโครงการโน้นโครงการนี้ สำคัญกว่า แต่พอมาเห็นวันนี้เราก็เริ่มทำให้ได้เห็นแล้ว กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ก็อยู่ในสังกัดของพรรคเพื่อไทยซึ่งเป็นพรรคร่วมรัฐบาล ครม. ชุดนี้ก็เห็นชอบโครงการระบายน้ำ โครงการภาพรวมใหญ่ชัยนาท ป่าสัก อ่าวไทยต้องเกิดขึ้นในปี 70 เป็นต้นไป ทำวันนี้อีก 7-8 ปีกว่าจะเสร็จเราก็ยังไม่รู้ว่ามันจะมีเหตุ ต่อสัญญาอะไรอีกหรือไม่ แต่ถ้าไม่ทำก็ไม่มีวันที่มันจะเกิดขึ้น ตนก็จะกำชับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์และกรมชลประทานต้องกำกับดูแลอย่างใกล้ชิด ต้องไม่มีเหตุการณ์ใดๆทำให้ความล่าช้ามักเกิดขึ้นอีก รัฐบาลชุดนี้จะติดตามอย่างใกล้ชิดเราไม่มีคำว่าพรรค มีแต่คำว่าพี่น้องประชาชน ต้องลดผลกระทบความเดือดร้อน นี่คือสิ่งที่รัฐบาลชุดนี้มีความแตกต่าง จากรัฐบาลอื่น
“นี่คือเหตุผลที่พวกเราออกมารัฐมนตรี ออกมาเพื่อให้เห็นว่าเราช่วยกัน เราให้สำนักงบประมาณบรรจุโครงการเช่นนี้เข้าไป เพื่อลดความเดือดร้อนชาวบ้านครม.ก็จะได้ช่วยกัน พูดได้อย่างเต็มที่เวลาเข้า เข้าสภาผู้แทนราษฎรแล้วบอกว่ามิสเตอร์ โปรเจ็กต์หรือเปล่า จะทิ้งทวนจะสร้างเพื่อผลประโยชน์ เก็บเปอร์เซ็นต์ ฮั้วผู้รับเหมาหรือเปล่า ก็มาดูคนที่ที่พูดกับคนที่เจอของจริง รับรู้รับทราบสิ่งที่ชาวบ้านเดือดร้อนหรือเปล่า นี่คือสิ่งที่รัฐบาลของผมต้องทำ ผมไม่แคร์ด้วย ถ้าทำแบบนี้เสร็จแล้วชาวบ้าน ไม่เลือกกลับเข้ามาเราก็มาเล่นเจ็ตสกีแถวนี้ก็ได้ แล้วบอกว่าตรงนี้เราทำมา น้ำไม่ท่วมแล้ว เราทุ่มเทในการทำงานเราทุ่มเทใช้แรงและสมองไม่ใช้ปากทำงาน เหมือนคนบางคน” นายอนุทินกล่าว
ด้านนายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กล่าวถึงกรณีที่ฝ่ายค้านออกมาวิพากษ์วิจารณ์งบประมาณเยียวยาผู้ประสบอุทกภัยว่าไม่ได้เตรียมไว้นั้น ว่า การเกิดอุทกภัยฉุกเฉิน โดยปกติจะไม่อยู่ในระบบงบประมาณประจำ แต่รัฐบาลจะมีงบกลาง (สำรอง) เอาไว้ใช้หากเกิดเหตุไม่คาดฝัน สำหรับปีนี้ งบที่ใช้เกิดจากความห่วงใยของรัฐบาลนายกฯ อนุทิน ให้งบประมาณก้อนสุดท้ายของปีงบประมาณ 69 โดยอนุมัติให้มา 4,700 ล้านบาท เพื่อให้เร่งจ่ายดูแลพี่น้องประชาชนก่อน ซึ่งภัยยังไม่สิ้นสุด
นายนิรัตน์ กล่าวต่อว่า ในยามปกติปีที่ผ่านมา ต้องรอให้ภัยสิ้นสุดก่อน เพื่อคำนวณความเสียหายเพราะไม่มีใครรู้ล่วงหน้า จึงไปของบกลางมาเยียวยา ดังนั้นถือว่าใช้เวลา แต่ในปีนี้ถือว่ารวดเร็ว และยืนยันว่าไม่ตกหล่น เป็นการคำนวณจำนวนครัวเรือนที่กรุงเทพมหานคร และจังหวัดต่างๆ มีผู้ว่าราชการจังหวัดรายงานเข้ามา ณ วันที่ 29 กย.69 มีกี่ครัวเรือน คูณด้วยตัวเลขที่จะต้องได้รับการเยียวยา เราขอไปตามข้อเท็จจริง และถ้าเลยไปจากนั้นแล้ว มีตัวเลขมากขึ้น ก็จะเสนอเป็นไปตามข้อเท็จจริง เพื่อของบประมาณเพื่อมาเยียวยาต่อไป พร้อมยืนยันว่าไม่ได้คำนวณผิดพลาด
แท็กที่เกี่ยวข้อง นายกฯ ,สุพรรณบุรี ,อธิบดี ปภ. ,ประตูระบายน้ำสองพี่น้อง