เลือกตั้งและการเมือง

“เท้ง” เลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม เมินรัฐบาลเย้ย “บันเทิงธิปไตย” ท้าให้อยู่ฟังตลอดซักฟอก

2 ชั่วโมงที่แล้ว

15 views

“เท้ง” ใช้สิทธิ์เลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม มองเป็นเรื่องดีคนตื่นตัวเยอะ เมินรัฐบาลเย้ย “บันเทิงธิปไตย” ท้าให้อยู่ฟังตลอดซักฟอก ยัน 18 รมต.โดนแน่ไม่มีเสนอไว้เผื่อ แถมโรยเกลือยื่นหน่วยงานเกี่ยวข้องด้วย

เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 11 ต.ค. 2569 ที่โรงเรียนมหรรณพาราม เขตตลิ่งชัน นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หรือ เท้ง สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ภายหลังเดินทางมาลงคะแนนเสียงเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม ซึ่งบรรยากาศเป็นไปด้วยความคึกคัก ในหน่วยเลือกตั้งนี้มีผู้มาใช้สิทธิ์จำนวนมาก ว่า วันนี้ตนมาใช้สิทธิ์ในฐานะนายจ้าง ซึ่งพบว่าตั้งแต่ปากทางเข้ามาสถานที่เลือกตั้ง รถค่อนข้างติด และโรงเรียนแห่งนี้คนก็มาใช้สิทธิ์ค่อนข้างเยอะ และทราบว่าในหลายหน่วยเลือกตั้งก็มีคนไปใช้สิทธิ์จำนวนมากเช่นเดียวกัน ขณะนี้ยังมีเวลาที่จะสามารถออกมาใช้สิทธิ์ได้ถึงเวลา 16.00 น. จึงอยากให้ทั้งฝ่ายผู้ประกันตนและนายจ้างออกมาใช้สิทธิ์

เมื่อถามว่า การที่คนออกมาใช้สิทธิ์จำนวนมากสะท้อนให้เห็นถึงอะไร นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า คนมีการตื่นตัวกันมากขึ้น จากกระแสข่าวที่ผ่านมา เงินของผู้ประกันตนและนายจ้างทุกคนที่อยู่ในกองทุนประกันสังคม ควรถูกใช้จ่ายเพื่อสวัสดิภาพที่ดีของทุกคน เพราะหากลูกจ้างมีสวัสดิการที่ดี สุดท้ายก็จะส่งผลไปถึงนายจ้างด้วย ดังนั้น ดีแล้วที่วันนี้ทุกคนมีความตื่นตัวค่อนข้างสูง พร้อมย้ำว่าอยากให้ทุกคนออกมาใช้สิทธิ์กันเยอะๆ จนกว่าจะถึงเวลา 16.00 น.

นายณัฐพงษ์ กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ ตนเองจะไปตอบแทนผู้สมัครทีมใดทีมหนึ่งหรือคนใดคนหนึ่งไม่ได้ แต่ขอให้ผู้ประกันตนและนายจ้างออกมาใช้สิทธิ์กันให้เยอะที่สุด เพราะยิ่งเราออกมามากเท่าไหร่ ก็จะได้บอร์ดประกันสังคมที่เป็นตัวแทนของเรามากขึ้นเท่านั้น

เมื่อถามว่า คนออกมาใช้สิทธิ์กันเยอะเช่นนี้รู้สึกอย่างไรบ้าง นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า แค่เห็นคนออกมาใช้สิทธิ์เยอะก็ถือเป็นสัญญาณที่ดี การเลือกตั้งทุกครั้ง ไม่ว่าจะเป็นประกันสังคม หรือการเลือกตั้งใดๆ ก็ตาม สิ่งที่สำคัญที่สุดคือสัดส่วนของผู้ออกมาใช้สิทธิ์ ต้องรอลุ้นผลตอนเย็นว่าจะออกมาเป็นอย่างไร

นอกจากนี้หัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ถึงการที่พรรคภูมิใจไทยออกมาเย้ยเรื่องบันเทิงธิปไตย และไม่มีท่าทีเกรงกลัวต่อการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ว่า ผมว่างดประเด็นโต้ตอบกันในช่วงเวลานี้ดีกว่า รอของจริงในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ และหากรัฐบาลมั่นใจจริง ก็ขอให้อยู่ฟังตลอดการอภิปรายทุกคน ไม่จำเป็นต้องรอให้อภิปรายเสร็จแล้วลุกขึ้นตอบ ตนอยากเห็นการอภิปรายในสภาที่เป็นการแลกเปลี่ยนโต้ตอบกันเลยทันท่วงที เพื่อจะได้ไม่เป็นการนั่งรอแล้วให้ใครมาเตรียมข้อมูลให้ตอบ หากรัฐมนตรีมีความพร้อม มีข้อมูลในหัวอยู่แล้ว การอภิปรายไม่ไว้วางใจก็สามารถลุกขึ้นตอบได้ตลอดเวลา ซึ่งอยากเห็นบรรยากาศแบบนี้ในวันจริง

เมื่อถามว่ามีโอกาสได้เห็นข้อมูลพยานหลักฐานที่จะเอาผิดแบบโรยเกลือหลังอภิปรายหรือไม่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า มีโอกาสได้เห็นอยู่แล้ว แต่คณะทำงานที่มีนายรังสิมันต์ โรม เป็นหัวเรือ การอภิปรายไม่ไว้วางใจในครั้งนี้ ซึ่งตนเองมีโอกาสได้คุยกับนายรังสิมันต์ตลอด ต้องบอกว่าเนื้อหารายละเอียด นายรังสิมันต์ค่อนข้างรู้มากกว่าตนเอง แม้ว่าจะรู้อยู่บ้างว่าใครมีประเด็นอะไร

เมื่อถามว่าจากหลักฐานที่ดู มีรัฐมนตรีที่สามารถหลุดจากตำแหน่งหลังอภิปรายได้หรือไม่ นายณัฐพงษ์กล่าวว่าการจะหลุดหรือไม่หลุดจากตำแหน่ง อย่างแรกเลยคือต้องใช้เสียงในสภา ซึ่งอาจจะมีโอกาสได้น้อย แต่สิ่งที่เรายืนยันคือบรรดาทุกพรรคที่ไม่ว่าจะอยู่ในฝั่งฝ่ายค้านหรือรัฐบาลก็อยากให้ใช้อำนาจของตัวเองในฐานะฝ่ายนิติบัญญัติ ในการลงคะแนนโดยดูจากฐานความผิด ในข้อมูลที่พวกเราได้นำเสนอ แต่อีกช่องทางหนึ่งคือการที่เราได้นำพยานหลักฐาน ใบเสร็จต่างๆมาตีแผ่ในเวทีการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ซึ่งหากมีช่องทางอื่นที่เราสามารถไปร้องกับหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง เหมือนกับในอดีตที่ผ่านมา พรรคประชาชนก็ทำหน้าที่อย่างเต็มที่ เราพร้อมจะนำข้อมูลไปยื่นกับหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องต่อไป

เมื่อถามว่าการไม่อภิปรายรัฐมนตรีจากพรรคเพื่อไทย เพราะอยากวัดใจพรรคเพื่อไทยเรื่องคดีฮั้ว สว. ใช่หรือไม่ นายณัฐพงษ์กล่าวว่า อย่างที่ตนได้บอกไป แม้กระบวนการได้มาซึ่งรายชื่อรัฐมนตรีที่จะถูกอภิปรายคือ เราดูตามพยานหลักฐาน เราดูตามรายชื่อที่พรรคการเมืองลงชื่อในญัตติ ว่ามีใครเสนอชื่อใครบ้าง รายชื่อทั้ง 18 รายชื่อเป็นรายชื่อสรุปที่แต่ละพรรคการเมืองส่งมา ดังนั้นคงไม่ได้ไปพุ่งเป้าบอกว่าต้องการล็อคเป้าใครหรือไม่ล็อคเป้าใครหรือไม่ แต่สุดท้ายอยากให้พรรคการเมืองไม่ว่าฝ่ายรัฐบาลหรือฝ่ายค้าน ลงมติในญัตตินี้ โดยดูตามเนื้อหาที่ฝ่ายค้านได้อภิปรายจริง

เมื่อถามว่านายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่กำกับดูแลด้านการเกษตร และตอนนี้มีปัญหาเรื่องน้ำท่วม ทำไมไม่อภิปราย นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า อย่างที่ตนได้บอก เราดูตามพยานหลักฐานและรายชื่อที่แต่ละพรรคการเมืองส่งมา ขอให้รอดูการอภิปราย การทำหน้าที่ของเราในวันจริงดีกว่า รับรองว่า 18 รายชื่อไม่ได้มีการเสนอไว้เผื่อแน่นอน ทุกคนเข้าเป้าหมดแน่นอน

ส่วนเรื่องบันเทิงธิปไตยที่ขณะนี้ฝ่ายรัฐบาลหยิบมาพูดสวนฝ่ายค้าน จนทำให้ผู้สนับสนุนพรรคประชาชนออกมาถล่มนายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า นายณัฐพงษ์กล่าวว่า ตนคิดว่าประเด็นนี้ตอบไปหลายครั้งแล้ว ไม่อยากให้เป็นประเด็นที่ยืดเยื้อออกไป การแสดงความเห็นของนายปิยบุตร คงไตร่ตรองมาแล้วระดับหนึ่ง การที่จะมีเสียงสะท้อนออกมา ทุกคนก็ต้องยอมรับ ในฐานะที่เราออกมาสื่อสารแบบใดก็ต้องมีมีเสียงที่ไม่เห็นด้วยเป็นเรื่องปกติ

เมื่อถามว่าเวลาที่นายปิยบุตร จะโพสต์ยาวเป็นบทความ จะคิดมาก่อนล่วงหน้าหลายวัน ทำให้ออกมาเป็นบทความที่ปราณีต แต่คนที่ออกมาวิจารณ์ กับวิจารณ์ด้วยคำด่า แบบนี้เป็นมาตรฐานของพรรคประชาชนแล้วใช่หรือไม่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า คำถามนี้จริงๆ ตอบไปตั้งแต่คราวที่แล้ว ว่าแต่ละคนก็มีวิธีในการสื่อสารของตัวเอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่เป็นสมาชิกพรรค จะต้องปฏิบัติตามวิธีการทำงานของพรรค เชื่อว่าการทำงานของพรรคการเมือง สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการสื่อสารไปในทิศทางเดียวกันแบบมีเอกภาพ อะไรที่เรามีความคิดเห็นแตกต่างกัน เราพูดคุยกันภายในพรรคได้

เมื่อถามว่าการสื่อสารแบบนี้ ถูกวิจารณ์ว่าไม่ได้ให้ประโยชน์อะไรกับสังคม นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า คงไม่ได้ไปนั่งไล่ให้ความคิดเห็นเป็นรายคำพูด ว่าคำพูดไหนเหมาะหรือไม่เหมาะอย่างไร ดูในภาพรวมดีกว่า สิ่งสำคัญคือประชาชนจะเป็นคนตัดสินเราเอง ดังนั้นอาจจะเร็วเกินไปหากจะบอกว่าประโยคนั้นประโยคนี้เหมาะหรือไม่อย่างไร ซึ่งจะต้องมีข้อถกเถียงว่าเราจะต้องมีการปรับการสื่อสารไปตามยุคสมัย แต่สุดท้าย คิดว่าไม่ว่าจะเป็นนายปิยบุตรหรือใครก็ตาม รวมถึงผู้ช่วย สส. ที่อยู่ในพรรค อยากให้ทุกคนกลับมาถามตัวเองว่าเราเข้ามาการเมืองเพราะอะไร หากเรายังเห็นเป้าหมายเดียวกันว่าเราอยากจะเข้ามาสร้างความเปลี่ยนแปลง ทำการเมืองให้ดีขึ้น วิธีการปัจจุบันอาจจะปรับเปลี่ยนไปบ้าง แต่หากเป้าหมายในปัจจุบันตรงกัน ก็เดินหน้าต่อไปด้วยกันเท่านั้นเอง

เมื่อถามว่าเป็นเหตุผลสำคัญหรือไม่ที่ทำให้มดงานในอดีตแห่กันลาออกไป นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า คนที่ตัดสินใจเดินแยกออกไป คงมีเหตุผลหลากหลาย ตนคงบอกไม่ได้ว่าในใจเขาคิดอย่างไร ที่ตัดสินใจออกไปจากพรรคประชาชน อาจมีเรื่องของตำแหน่งงานที่เขาคิดว่าหากเข้าไปอยู่ในตำแหน่งนั้น อาจจะผลักดันได้ดีกว่า บางคนอาจแยกออกไปเพราะมีเหตุผลความจำเป็นส่วนตัว แต่ละคนมีเหตุผลความจำเป็นที่หลากหลาย คงไปตอบแทนไม่ได้จริงๆ วันนี้มาเลือกบอร์ดประกันสังคม อย่างไรก็ขอพื้นที่ข่าวนี้ด้วย

เมื่อถามว่าพรรคประชาชนอยากได้พื้นที่ข่าว แต่ทุกครั้งชอบโพสต์แบบสื่อสารทางเดียว และประเด็นที่ตัวเองโพสต์ ก็กลบประเด็นที่อยากสื่อสารด้วย นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า มองว่าอย่างไรก็ตามสื่อมวลชนจะต้องสื่อสารตามสิ่งที่นักการเมืองเป็นคนสื่อสาร หากนักการเมืองอยากให้ประเด็นที่ตัวเองผลักดันได้รับพื้นที่สื่อเยอะๆ เราก็ต้องเลือกประเด็นสื่อสารให้ดี ทุกคำพูดที่ออกไป แม้จะเป็นคำพูดเล็กๆ น้อยๆ แต่หากพูดออกไปแล้วสามารถนำไปขยายต่อได้ เราก็ต้องระมัดระวังตัวเองในการสื่อสาร ฉะนั้นเรื่องที่ออกมาทั้งหมดคงไม่ได้โทษกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งเป็นพิเศษ ก็อยู่ที่ตัวนักการเมือง ตนเอง และพวกเราเองด้วย



คุณอาจสนใจ

Related News