เลือกตั้งและการเมือง

"เท้ง" โต้รัฐบาล บอกรอดูเนื้อหาก่อนแซะ "บันเทิงธิปไตย" ยอมรับเสียงในสภาสู้ไม่ไหว เน้นแฉ-ตีแผ่ให้สังคมทราบ

1 ชั่วโมงที่แล้ว

32 views

นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ภายหลังยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลตามมาตรา 151 ว่า รอประธานสภาพิจารณาบรรจุญัตติ ซึ่งตนคาดหวังว่า จะทันภายในสิ้นเดือนตุลาคมนี้ และจะได้อภิปรายอย่างน้อย 5 วัน เพราะมีรัฐมนตรีถูกอภิปรายเยอะ ถ้าเปรียบเทียบกับสมัยรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา และนางสาวแพทองธาร ชินวัตร แต่ครั้งนี้ 18 คน 5 วัน ถือว่าเป็นอะไรที่สมเหตุสมผล


เมื่อถามว่าหากฝ่ายรัฐบาลมีการต่อรองเหลือแค่ 3 วัน นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า คงไม่ใช่การต่อรองเหมือนการเล่นขายของ แต่ดูตามข้อเท็จจริง ว่าข้อกล่าวหาและจำนวนรัฐมนตรีที่เขียนไป เป็นข้อกล่าวหาที่เยอะ ดังนั้น ควรจัดสรรเวลาให้มีความเหมาะสม สอดคล้องกับรัฐมนตรีที่ถูกอภิปราย


เมื่อถามว่าหากรัฐบาลยืนยันจะให้แค่ 3 วัน จะแบ่งสัดส่วนรัฐมนตรีในการอภิปรายอย่างไร นายณัฐพงษ์ ขอรอฟังความเห็นจากรัฐบาลก่อน เพราะรัฐบาลยังไม่เคยออกมาให้สัมภาษณ์ว่าจะให้กี่วัน


ส่วนกรณีที่รัฐมนตรีหลายคนถูกอภิปราย แสดงความเห็นว่าญัตตินี้เป็นเหมือนบันเทิงธิปไตย เหมือนอยู่คนละโลก นายณัฐพงษ์ ยืนยันว่าการยื่นญัตติครั้งนี้เป็นบันเทิงธิปไตย ขอให้รอดูญัตติการอภิปรายไม่ไว้วางใจ คำชี้แจงจากรัฐมนตรีก่อน แล้วจะได้รู้ว่าเนื้อหามันบันเทิงแค่ไหน


ส่วนข้อความในญัตติ เช่น มือถือสากปากถือศีล จิตใจผุพัง ไม่ได้ดูเป็นลิเกใช่หรือไม่ นายณัฐพงษ์ ยืนยันว่า นี่เป็นข้อกล่าวหา การอภิปรายไม่ไว้วางใจทุกครั้ง คือการตั้งคำถามถึงการทำหน้าที่ของรัฐบาล หลายครั้งมีหลักฐานที่ควรเชื่อได้ว่ามีการทุจริตหรือบริหารราชการแผ่นดินล้มเหลว ไม่ถูกต้อง แต่อย่างไรก็ตาม ไม่ได้หมายความว่าจะมีหลักฐานเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ที่จะเอาผิดรัฐบาลได้ 100% แต่หลายครั้งการเอาผิดตามกระบวนการยุติธรรมเกิดขึ้นจากการทำหน้าที่ในสภา


เมื่อถามว่าการอภิปรายครั้งนี้จะมีใบเสร็จยื่นเอาผิดรัฐมนตรีแต่ละคนหรือไม่ นายณัฐพงษ์ ยืนยันว่ามีอยู่แล้ว ถ้ายึดตามมาตรฐานกระบวนการยุติธรรม การอภิปรายไม่ไว้วางใจก็จะใช้คนละมาตรฐานกัน เพราะต้องใช้ความรับผิดรับชอบ เช่น กระบวนการเลือก สว. ถ้ายื่นตามกระบวนการปกติ ผลที่ออกมาอาจจะค้านสายตาประชาชน แต่เมื่อเอาข้อมูลที่เกิดขึ้นมาประกอบกัน ทำให้เชื่อได้ว่ามีกระบวนการฮั้วเกิดขึ้นจริง ดังนั้น จึงเป็นพื้นที่ที่เหมาะสมที่ฝ่ายค้านจะเอาเรื่องเหล่านี้มาซักฟอกรัฐบาล


ส่วนที่มีการคาดการณ์ว่าในญัตติ มีการแบ่งรัฐมนตรีออกเป็น 3 กลุ่ม เช่น กลุ่มที่มีความผูกพันกับคดีฮั้ว สว. จะมีคำว่าอาชญากรรมทางประชาธิปไตย เป็นต้น นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า แล้วแต่จะมีการวิเคราะห์ สามารถดูได้จากคำที่อยู่ในญัตติ เพราะจะต้องอภิปรายภายใต้กรอบญัตติที่เสนอ แต่หากตนรีบให้คำตอบในวันนี้ ว่าใครโดนซักฟอกเรื่องอะไรบ้าง คงยังให้คำตอบอะไรไม่ได้


เมื่อถามว่าฝ่ายรัฐบาลดูไม่กลัวกับญัตติที่ยื่น และเยาะเย้ยด้วยซ้ำ ว่ามีของหรือไม่ นายณัฐพงษ์ แสดงความเชื่อมั่นว่า สส. พรรคประชาชนทำการบ้านมา และเป็นเรื่องปกติที่ฝั่งรัฐบาลจะแสดงออกว่ามีความบริสุทธิ์ และเชื่อมั่นอย่างยิ่งว่าไม่ได้ทำผิดอะไร


นายณัฐพงษ์ ยังมองว่าการอภิปรายไม่ไว้วางใจ เสียงในสภา ฝ่ายค้านจะหวังได้น้อย แต่สิ่งที่คาดหวังได้มากคือเอาข้อมูลมาตีแผ่ให้ประชาชนเป็นผู้ตัดสินนักการเมือง


เมื่อถามว่าหากพรรคกล้าธรรมจะขอเวลาอภิปราย จะสามารถแบ่งเวลาให้ได้หรือไม่ นายณัฐพงษ์ ยืนยันว่าตอนนี้พรรคกล้าธรรม ไม่ได้อยู่ในองค์ประกอบของฝ่ายค้านแล้ว เพราะตามกลไกปกติการแบ่งเวลาอภิปรายก็ต้องอยู่ในกลไกฝ่ายค้าน ต้องดูว่าองค์ประกอบของฝ่ายค้านมีพรรคการเมืองใดบ้าง


เมื่อถามย้ำว่าพรรคกล้าธรรม จะไม่ได้เวลาในการอภิปรายใช่หรือไม่ นายณัฐพงษ์ ย้อนถามว่า ต้องกลับถามพรรคกล้าธรรม มีเจตนาอย่างไร ตนตอบแทนไม่ได้ แต่เชื่อว่าพรรคการเมืองที่มีความประสงค์จะมีส่วนร่วมในการตรวจสอบรัฐบาล ก็ต้องมาร่วมลงชื่อในญัตติด้วยกัน แต่เห็นได้ชัดว่าพรรคกล้าธรรมไม่ได้มาร่วมลงชื่อด้วย


ส่วนกรณีที่นายอรรถกร ศิริลัทยากร สส.ฉะเชิงเทรา พรรคกล้าธรรม ออกมายามว่าจะไม่ร่วมสังฆกรรมกับการอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้ เพราะเป็นการโจมตีทางการเมืองมากกว่าการบริหารราชการแผ่นดิน นายณัฐพงษ์ ระบุว่าขึ้นอยู่กับพรรคกล้าธรรม มีความคิดอย่างไร ณ ตอนนี้ ส่วนตัวมองว่าอาจจะเป็นปัญหาเกี่ยวกับบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญด้วย ที่ระบุว่าฝ่ายค้านไม่ได้มีในองค์ประกอบของประธานสภา และการทำหน้าที่ในฐานะ สส. ก็ควรทำหน้าที่ตรวจสอบรัฐบาลและจะลงมติอย่างไร ที่จะแสดงให้เห็นถึงการทำหน้าที่ของฝ่ายค้านหรือไม่ ดังนั้น ก็รอดูว่าหลังจากนี้พรรคกระทำจะลงมติในญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจอย่างไร


เมื่อถามย้ำว่าจะต้องพูดคุยกับพรรคกล้าธรรม นายณัฐพงษ์ยืนยันว่าพรรคกล้าธรรมไม่ได้อยู่ในองค์ประกอบของฝ่ายค้านแล้ว ดังนั้นการแบ่งเวลาก็ไม่เกี่ยวข้องกับพรรคกล้าธรรม


นายณัฐพงษ์ ยังเปิดเผยว่า ประธานสภายังไม่ได้นัดประชุมวิปสามฝ่าย เพื่อหารือกรอบเวลาในการอภิปราย คงต้องใช้เวลาหารือกับรัฐบาลก่อน


เมื่อถามว่าการอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้ไม่มีรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทยถูกอภิปรายเลย นายณัฐพงษ์ ระบุว่า ฝ่ายค้านพิจารณาจากพยานหลักฐาน รายชื่อที่ออกมาเกิดจากพรรคร่วมฝ่ายค้านเสนอชื่อรัฐมนตรีและประเด็นเข้ามาพิจารณาร่วมกัน เมื่อรวบรวมมาจากทุกพรรคแล้ว ก็ไม่ปรากฏชื่อของรัฐมนตรีคนอื่นนอกจาก 18 คนนี้ เช่นเดียวกับกรณีของ น.ส. แนน บุณย์ธิดา สมชัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ที่ไม่มีชื่อเป็นผู้ถูกอภิปราย ทั้งที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นพี่เลี้ยงนายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และเกี่ยวข้องกับคดีฮั้ว สว.


นายณัฐพงษ์ย้ำว่าทุกรายชื่อพิจารณาจากพยานหลักฐานและชื่อที่พรรคร่วมฝ่ายค้านเสนอมา ส่วนตัวไม่อยากให้พุ่งเป้าตั้งคำถามว่าโฟกัสเรื่องใดเรื่องหนึ่ง เพราะถ้าหากมีกรอบก็จะไม่สามารถตอบได้ทุกรายชื่อ

แท็กที่เกี่ยวข้อง  

คุณอาจสนใจ