เลือกตั้งและการเมือง

“เท้ง” ฉะ นายกฯ “อย่าเอาแต่บ่น” ลอยตัวหนีปัญหาน้ำท่วม จี้แก้ระบบแจ้งเตือน-เยียวยาเชิงรุก

1 ชั่วโมงที่แล้ว

12 views

“เท้ง ณัฐพงษ์” หัวหน้าพรรคประชาชน ฉะ นายกฯ อนุทิน “อย่าเอาแต่บ่น” ลอยตัวหนีปัญหาน้ำท่วม จี้สั่งการบูรณาการแก้ระบบแจ้งเตือน-เยียวยาเชิงรุก ด้าน “สส.จันทบุรี” สะท้อน หน่วยงานรัฐตั้งหลักไม่ทัน ทำประชาชนหมดหวัง บอก อย่าแค่พูดแก้ตัวเอาตัวรอด

ในการประชุม ครม.เงา ครั้งที่ 15 ของพรรคประชาชน ได้แถลงข่าวถึงการติดตามปัญหาอุทกภัย โดยนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน กล่าวว่า ยังเห็นปัญหาการบริหารสถานการณ์ที่ผิดพลาดของรัฐบาล เช่น กรณีที่นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ออกมาให้ความเห็นว่ายังพบเรื่องต่างคนต่างทำงานกันอยู่ ซึ่งเรื่องนี้เป็นคนในรัฐบาลที่มองเห็นปัญหา แต่สิ่งที่เราเห็นคือคนที่ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี คนที่จะเข้ามาสั่งการทุกอย่าง ให้ภาครัฐดำเนินการอย่างมีประสิทธิภาพ มุ่งเน้นการช่วยเหลือประชาชนอย่างตรงจุดกลับลอยตัวหนีปัญหา เลือกไปทำภารกิจตรวจโรงครัวมากกว่าการตอบกระทู้ และให้คำชี้แจงกับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในวิกฤตน้ำท่วม

ขณะนี้สิ่งที่รัฐบาลจำเป็นอย่างยิ่งคือการแบ่งพื้นที่การบริหารจัดการให้ถูกต้อง ตอนนี้ยังมีพื้นที่เสี่ยงอีกหลายส่วนไม่ว่าจะภาคกลางหรือภาคตะวันออก เช่นฉะเชิงเทรา ปราจีนบุรี อยุธยา ปทุมธานี และนครปฐม ซึ่งจะต้องบริหารสถานการณ์ให้มีประสิทธิภาพมากที่สุดเพื่อลดความสูญเสีย ซึ่งปัญหาการบริหารจัดการที่ผิดพลาดของรัฐบาลส่งผลกระทบต่อเจ้าของธุรกิจ SME

“รัฐบาลบริหารสถานการณ์ในช่วงวิกฤตผิดพลาดทุกครั้งและปัจจุบันก็ยังผิดพลาดอยู่ อย่างในจังหวัดฉะเชิงเทรา ประชาชนอพยพออกไปแล้วกลายเป็นว่าต้องอพยพซ้ำสอง เพราะไม่มีการคาดการณ์ล่วงหน้าว่าน้ำจะมาเมื่อไหร่ และไม่มีการแจ้งเตือนล่วงหน้า” นายณัฐพงษ์ กล่าว...

นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ในพื้นที่ที่น้ำลดแล้วเช่นกรุงเทพฯ และตอนนี้รัฐบาลปล่อยให้ทางท้องถิ่นจัดการตนเองเช่นการขนขยะในพื้นที่ หลายจุดมีขยะชิ้นใหญ่จึงอยากเรียกร้องให้รัฐบาล อย่าเดียวดายท้องถิ่นสามารถระดมสรรพกำลังทรัพยากรต่าง ๆ จากพื้นที่ที่ไม่ได้ประสบอุทกภัยมาช่วยเหลือในพื้นที่ที่น้ำลดได้

ส่วนพื้นที่สีแดงที่ยังมีฝนตก และเผชิญวิกฤตของระดับน้ำต่อเนื่องราวอีก 1 สัปดาห์ซึ่งสถานการณ์ตอนนี้ก็ยังประมาทไม่ได้ จึงอยากเรียกร้องให้รัฐบาลบริหารสถานการณ์ สิ่งที่สำคัญที่สุดคือคนที่ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีมานั่งหัวโต๊ะบัญชาการเพื่อให้เกิดผลลัพธ์ได้จริง ในส่วนของพรรคประชาชนที่ได้ดำเนินการสนับสนุนช่วยเหลือไปแล้ว ในพื้นที่กรุงเทพฯ ก็ได้นำรถเครื่องจักรไปขนย้ายขยะออกจากหน้าบ้านของประชาชนบางส่วน และได้มีการติดตามน้ำที่ปนเปื้อนขยะมลพิษในจังหวัดปราจีนบุรี ซึ่งเป็นปัญหาที่ซ้ำเติม โดยจะนำเรื่องนี้เข้าคณะกรรมาธิการอุตสาหกรรมฯ ต่อไป

นายณัฐพงษ์ กล่าวต่อว่า นี่คือภาพรวมที่อยากให้เห็นถึงการบริหารสถานการณ์ว่าควรแบ่งพื้นที่ให้ถูกต้องและบริหารสถานการณ์ให้ตอบโจทย์ในแต่ละพื้นที่

ขณะที่ นายวรายุทธ ทองสุข สส. จันทบุรี พรรคประชาชน ได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับสถานการณ์น้ำปัจจุบันว่า ครั้งนี้ต้องยอมรับว่าเป็นมหาอุทกภัยที่คนจันทบุรีตั้งหลักแทบไม่ทัน แต่ไม่ใช่ประชาชนที่ไม่ตั้งหลักแต่เป็นหน่วยงานรัฐที่ไม่ตั้งหลัก เพราะในอำเภอที่ไม่เคยเจอน้ำท่วมปีนี้กลับเจอน้ำท่วม การให้คำตอบของกรมชลประทานเป็นการอ้างว่าเตรียมการแก้ปัญหาภัยแล้งในปีหน้าเพื่อจะกักเก็บน้ำ สุดท้ายก็ทั่วฟ้าทั่วฝน จึงอยากเรียกร้องถึงการจัดการที่ผ่านมาหน่วยงานรัฐไม่เคยจริงใจกับประชาชนเลย ไม่เคยมีระบบแจ้งเตือนที่ทำให้ประชาชนสามารถเตรียมตัวได้ ประชาชนจะรู้กันเองและแก้กันเอง



ซึ่งประชาชนหมดหวัง หลายพื้นที่ยังไม่มีหน่วยงานรัฐเข้าไปช่วยเหลือเลย หลายพื้นที่ไม่เห็นว่าเป็นจุดน้ำลึกหน่วยงานรัฐก็ไม่เข้าไป อาศัยช่วยเหลือแค่รอบนอก วันนี้หน่วยงานรัฐต้องหันกลับมาทบทวนตัวเอง ต้องบูรณาการร่วมกันอย่างจริงจังได้แล้วเพราะผลกระทบที่เกิดขึ้น ไม่ใช่ให้มาพูดแก้ตัวเพื่อเอาตัวรอด แต่วันนี้กำลังทิ้งคราบน้ำตาความสูญเสียและความตายให้กับประชาชน และอยากให้หน่วยงานรัฐออกมาช่วยเหลือประชาชนให้มากกว่านี้



ทั้งนี้ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า รัฐบาลต้องเลิกทำงานแบบเดิม ๆ ระบบราชการแบบเดิม ๆ ภายใต้กฎเกณฑ์หลักเกณฑ์แบบเดิม ที่ทำให้การเยียวยาไม่เพียงพอและครอบคลุม ถ้ารัฐบาลทำงานเชิงรุกมากกว่านี้ประชาชนก็จะเข้าถึงการช่วยเหลือเยียวยาของรัฐบาลได้ทันท่วงที สิ่งที่จำเป็นตอนนี้ก็ต้องมีศูนย์บัญชาการสถานการณ์ที่มีประสิทธิภาพ ไม่ต่างคนต่างทำเพื่อลดความสูญเสียของประชาชน รวมถึงการแจ้งเตือนอย่างทันท่วงที นอกจากประชาชนสะท้อนมาว่าอ่านข้อความไม่รู้เรื่อง ตัวนายกรัฐมนตรีเองก็เคยพูดว่าอ่านข้อความแจ้งเตือนก็ไม่รู้เรื่องแล้วต้องทำอย่างไร นายกรัฐมนตรีเองก็เคยพูดประโยคนี้



“นายกฯ จะเอาแต่บ่นหรอครับ หรือจริง ๆ แล้วนายกฯ มีอำนาจในการสั่งการปรับปรุงข้อความแจ้งเตือน ให้ทันท่วงทีมากยิ่งขึ้นได้ ดังนั้นตอนนี้มองว่านายกรัฐมนตรีเป็นคนที่ลอยตัวเหนือปัญหามากที่สุดในสถานการณ์ตอนนี้ที่ต้องการคนนั่งหัวโต๊ะสั่งการ บริหารสถานการณ์ให้ถูกจุด” นายณัฐพงษ์ กล่าว...



เมื่อถามว่านายกรัฐมนตรีมีภารกิจที่ประเทศสิงคโปร์ เพื่อเข้าร่วมการประชุมระดับโลก Forbes Global CEO Conference ในวันที่ 7 ต.ค. นี้ นายกรัฐมนตรีควรจะไปหรือควรอยู่บัญชาการสถานการณ์น้ำ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ตนเข้าใจว่าภารกิจของผู้เป็นนายกรัฐมนตรีก็มีความจำเป็นที่หลากหลาย หากตัวจะไม่อยู่สิ่งที่ประชาชนต้องการได้ยินคือใครจะเป็นตัวแทนรัฐบาลนั่งหัวโต๊ะบริหารสถานการณ์ ซึ่งก่อนหน้านี้นายกรัฐมนตรีเคยมอบหมายให้รองนายกให้รองนายกรัฐมนตรีไปดูแลพื้นที่ส่วนต่าง ๆ แต่ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นคืออะไร เรายังไม่เห็นบทบาทที่แก้ไขสถานการณ์ได้จริง



ดังนั้นการเลือกว่าจะไปหรือไม่อาจไม่ใช่คำถามที่ประชาชนต้องการคำตอบ แต่คำถามคือนายกรัฐมนตรีที่เป็นประมุขของฝ่ายบริหาร สามารถกำกับดูแลและลดความสูญเสียให้กับประชาชนได้มากน้อยแค่ไหน



ด้าน นายวีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร สส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรคประชาชน กล่าวเสริมว่า ขณะนี้ความน่ากังวลอยู่ที่หากรัฐบาลไม่ทำอะไร ประชาชนมีแนวโน้มที่จะตีกันสูง ทั้งในระดับจังหวัดและในระดับหมู่บ้าน เช่นในลุ่มน้ำบางปะกงที่มีการผันน้ำใส่กันไปมา ระหว่างจังหวัดปราจีนบุรีกับจังหวัดฉะเชิงเทรา และหากมีความจำเป็นในการผันน้ำควรแจ้งล่วงหน้า ว่าพื้นที่ใดจะต้องรับน้ำในช่วงไหน เมื่อไม่มีการแจ้งก็มีการบ่ายเบี่ยงกัน เราจึงต้องการให้นายกแต่งตั้งผู้ที่มาประสานงานพื้นที่ต่างๆ เพื่อไม่ให้ประชาชนตีกันเอง รวมถึงเพื่อไม่ให้ต้องเกิดการอพยพซ้ำจากศูนย์อพยพ ไปอยู่ที่อื่น ซึ่งสะท้อนถึงการไม่วางแผนล่วงหน้าในระดับลุ่มน้ำ

แท็กที่เกี่ยวข้อง  เท้งณัฐพงษ์ ,อนุทิน ชาญวีรกูล

คุณอาจสนใจ

Related News