เลือกตั้งและการเมือง

“โรม” ชี้เป็นโอกาสดี “สุชาดา-สามี” พิสูจน์ความบริสุทธิ์ มองอย่าเอามิติเรื่องเพศมากลบการตรวจสอบ

2 ชั่วโมงที่แล้ว

28 views

“รังสิมันต์ โรม” ชี้ เป็นโอกาสดี “สุชาดา-สามี” พิสูจน์ความบริสุทธิ์ ยันเดินหน้า กมธ.กฎหมายฯ นัด 7 ต.ค.นี้ สอบสินบน 40 ล้าน ลุยขยายผลปมฟอกเงิน-คริปโตฯ แจงเหตุไม่ยอมถอนคำพูดหลังถูกเชิญออกจากห้องประชุม ประธานฯ วินิจฉัยไม่เป็นธรรม ลั่น เรื่องนี้เป็นปัญหาคลาสสิกของ “มัลลิกา” มองอย่าเอามิติเรื่องเพศมากลบการตรวจสอบ

นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีเตรียมเชิญน.ส.สุดาชา ซาง แทนทรัพย์ สส.ชัยภูมิ พรรคภูมิใจไทย และนายซาง ไท่หยาง สามีชาวจีนสัญชาติออสเตรเลียของน.ส.สุชาดา ที่อาจเกี่ยวข้องกับเครือข่ายแก๊งสแกมเมอร์เข้าชี้แจงในกมธ.การกฎหมายฯ ใน วันที่ 7 ตุลาคมนี้ ว่า จริงๆ แล้วก็เป็นวาระที่เราจะตามต่ออยู่แล้วในเรื่องของกรณีสินบน 40 ล้านบาท ซึ่งไม่ได้มีแค่เรื่องของน.ส.สุชาดากับสามีเพียงอย่างเดียว แต่มันเป็นเรื่องที่สืบเนื่องมาจากประเด็นเรื่องสินบน 40 ล้านบาท เพียงแค่ว่ารอบนี้เราอาจจะขยายประเด็นให้มันครอบคลุมไปถึงในมิติของการป้องกันการฟอกเงิน ในเรื่องของการใช้คริปโทเคอร์เรนซีในลักษณะดังกล่าวด้วย

ดังนั้น นอกจากเราจะเชิญน.ส.สุชาดากับสามี เราก็จะมีการเชิญผู้แทนของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ป.ป.ง.) สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) และคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มาด้วยเพื่อที่จะได้เคลียร์ตรงนี้ ด้านหนึ่งเราต้องยอมรับว่า ปัญหาเรื่องการฟอกเงิน ปัญหาเรื่องคริปโทฯ รวมถึงการเชื่อมโยงกับบุคคลสาธารณะต่างๆ มันมีความสำคัญ

ตนคิดว่าตลอดช่วงเย็นเมื่อวันที่ 1 ตุลาคมที่ผ่านมา จนถึงวันนี้ สังคมก็ดูให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มาก จึงคิดว่าจำเป็นที่จะต้องเชิญมาให้ข้อมูล ขณะที่อีกด้านคือ ทั้งน.ส.สุชาดาและสามีก็สามารถที่จะให้การกับทางกรรมาธิการได้อยู่แล้ว เพราะน.ส.สุชาดาเขายืนยันว่า เขาบริสุทธิ์ใจ ไม่มีอะไรที่จะต้องปกปิด ตนก็คิดว่านี่คือโอกาสที่ดีในการที่จะได้นำข้อมูลในฝั่งของน.ส.สุชาดามานำเสนอต่อทางกรรมาธิการ

เมื่อถามว่า ทำไมเมื่อวันที่ 1 ตุลาคมที่ผ่านมา จึงเลือกที่จะไม่ถอนคำพูด เพราะน.ส.มัลลิกา จิระพันธ์วาณิช รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 1 ซึ่งทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม ก็บอกว่าหากไม่ถอนคำพูด จะต้องออกจากห้อง


นายรังสิมันต์ กล่าวว่า ปัญหาเรื่องนี้เป็นปัญหาคลาสสิกของ น.ส.มัลลิกา ที่ไม่ได้วินิจฉัยตามข้อบังคับ คือเวลาที่เราจะดูข้อบังคับว่า ทำผิดข้อบังคับอะไร ต้องว่ากันด้วยว่าตกลงแล้วผิดอะไร ถ้าจะแฟร์ๆ คือหากเราไปดูเริ่มต้นนายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เขากล่าวร้ายถึงสมาชิกพรรคพรรคประชาชน 3 คน โดย 2 คนแรกอยู่ในกระบวนการที่เป็นที่รับรู้กันอยู่แล้ว เราไม่ได้มาเถียงว่าผิดหรือไม่ผิดยังไง แต่จริงๆ ก็ต้องบอกว่ามันอยู่นอกวาระที่เรากำลังพูดคุยกันคือเรื่องสินบน 40 ล้านบาท ส่วนอีกหนึ่งคนอันนี้ผิดไปใหญ่ เพราะเขาไม่ได้เป็น สส. ผิดแบบอย่างไม่น่าให้อภัย แต่เราเห็นปฏิกิริยาอะไรของ น.ส.มัลลิกาบ้างหรือไม่ ก็ไม่มี ดังนั้น เมื่อมันเริ่มต้นด้วยสิ่งที่ไม่ถูกต้อง ตนคิดว่าหากจะให้ตนถอนคำพูด เราก็คงไม่สามารถที่จะยอมรับได้

เมื่อถามถึง กรณีที่มีการถกเถียงกันถึงเรื่องผู้หญิง แมน ไม่แมนด้วย รู้สึกยังไงบ้าง นายรังสิมันต์ กล่าวว่า ตนถูกเชิญออกจากห้องประชุม แต่ว่าหน้าที่ตน ตนว่ามันไม่ใช่เรื่องเพศในสภา แต่หน้าที่ตนคือการต้องตรวจสอบ จะเป็นนักการเมือง เป็น สส. เป็นรัฐมนตรีก็ต้องตรวจสอบ ดังนั้น หากเราตรวจสอบไปแล้ว แล้วหากพบการกระทำความผิด ก็ต้องดำเนินการ ยืนยันว่าไม่ใช่เป็นเรื่องเพศแน่ๆ ดังนั้น การหยิบเรื่องเพศ หรือเรื่องอะไรแบบนี้มา มันจะทำให้ในวันหนึ่งข้างหน้าเวลาที่มีประเด็นเกี่ยวกับเรื่องเพศจริงๆ น้ำหนักมันจะน้อยลง

คุณอาจสนใจ

Related News