เลือกตั้งและการเมือง

เริ่มแล้ว! ญัตติด่วนศึกษาแนวทางจัดการน้ำทั้งระบบรับมือน้ำท่วม “เท้ง” แซะ “อนุทิน” หยุดถอดบทเรียน

2 ชั่วโมงที่แล้ว

31 views

เริ่มแล้ว! ญัตติด่วนศึกษาแนวทางจัดการน้ำทั้งระบบรับมือน้ำท่วม “เท้ง” แซะ “อนุทิน” หยุดถอดบทเรียน ด้าน “สส.กล้าธรรม” ติง “สุริยะ” เปลี่ยนม้ากลางศึก ทำน้ำท่วมหนัก บอกชลประทานไม่ใช่ที่ฝึกงานของใคร อวยใหญ่ ถ้าไม่รู้ทำยังไง ให้โทรหาชายชื่อ “ธรรมนัส” ขณะ “อภิสิทธิ์” ชงตั้งคณะกรรมการอิสระ-สังคายนากม.ครั้งใหญ่


วันที่ 30 ก.ย. 2569 ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร มี น.ส.มัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 1 ทำหน้าที่ประธานการประชุม พิจารณาญัตติด่วนด้วยวาจา ขอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาศึกษาแนวทางการบริหารจัดการน้ำทั้งระบบ การรับมือปัญหาน้ำท่วมในภาวะวิกฤต และมาตรการฟื้นฟูเยียวยาพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบอย่างเร่งด่วน เพื่อให้รัฐบาลรับไปดำเนินการ โดยมีสส.ร่วมเสนอญัตติในทำนองเดียวกันรวม 8 ญัตติ


นายปะดิธ สังขจาย สส.พระนครศรีอยุธยา พรรคภูมิใจไทย เสนอญัตติ อภิปรายว่า การแจ้งเตือนภัยล่วงหน้าภัยน้ำท่วมของรัฐบาล ยังขาดความชัดเจน ประชาชนไม่ตระหนักถึงความรุนแรงเตรียมพร้อมรับมือ ไม่เชื่อสิ่งที่แจ้งเตือน ดังนั้น ข้อมูลรัฐบาลต้องชัดเจน ให้ประชาชนเห็นภาพและรวดเร็ว มีข้อเสนอแนะให้ประชาชนเตรียมตัวรับมือ เช่น ย้ายรถขึ้นที่สูง การสำรองอาหาร รัฐบาลต้องเปลี่ยนการทำงานเป็นเชิงรุก ไม่ใช่เชิงรับ รู้ว่าน้ำจะท่วม แต่จะช่วยเหลือได้ ต้องรอประกาศเป็นเขตภัยพิบัติก่อน มีข้อเสนอการเตรียมพร้อมรับมือน้ำท่วมของท้องถิ่นคือ 1.พื้นที่ท่วมซ้ำซากต้องเตรียมพร้อมก่อนถึงฤดูน้ำ และ 2.ข้อมูลเตือนฝน ต้องนำไปสู่การเตรียมพร้อมในพื้นที่ เพื่อวางแผนสูบและพร่องน้ำ ต้องให้ท้องถิ่นมีความชัดเจนและงบประมาณพร้อมดำเนินการ เพื่อให้ผู้ปฏิบัติงานตัดสินใจได้ทันต่อสถานการณ์


ด้านนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หรือ เท้ง สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชน เสนอญัตติว่า วันนี้สิ่งที่พวกเราต้องการคือนายกรัฐมนตรีลงมารับผิดชอบต่อสภาลงมารับผิดชอบต่อปัญหาลงมารับผิดชอบต่อพ่อแม่พี่น้องไปประชาชน ที่บอกว่าปัญหายังไม่จบเพราะหากเราได้ติดตามข้อมูลจากหน่วยงานต่างๆ จะพบว่าเรายังไม่พ้นช่วงวิกฤต ข้อมูลได้บอกว่าฉากท่าที่เลวร้ายที่สุดบอกว่าตั้งแต่ช่วงวันที่ 5 ตุลาคมเป็นต้นไป เป็นไปได้ที่ฝนจะตกหนักวันนี้อย่าเพิ่งถอดบทเรียน อยากเห็นคณะรัฐมนตรีเข้าประชุมสภาเพื่อให้สส.ได้สะท้อนปัญหา และนำไปแก้ไขให้ถูกต้อง สิ่งที่นายกควบคุมได้คือการบริหารราชการแผ่นดิน การแจ้งเตือนการเยียวยาการฟื้นฟูและวางแผนในอนาคตเพื่อให้ประชาชนเกิดความเชื่อมั่นว่ารัฐบาลบริหารจัดการได้ดี หากน้ำมาเช่นนี้อีกจะไม่เกิดปัญหาซ้ำซากเหมือนในอดีต


“ต้องบอกว่าอุทกภัยครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรกของนายกฯ ที่ชื่ออนุทิน ชาญวีรกูล เพราะตั้งแต่นายอนุทินขึ้นมาบริหารประเทศเจอหลายเหตุแล้ว เป็นความผิดพลาดของการบริหารจัดการของรัฐที่ไม่เป็นระบบ ฉะนั้น คนที่เป็นนายกรัฐมนตรีต้องเลิกพูดได้แล้วว่าจะต้องมีการถอดบทเรียน” นายณัฐพงษ์ กล่าว


นายณัฐพงษ์ กล่าวต่อว่า สิ่งที่เราอยากเห็นคือการแก้ปัญหา การรับมือกับการเผชิญเหตุ การเยียวยา และการฟื้นฟูในอนาคต นายกบอกว่าอ่านข้อความแจ้งเตือนไม่รู้เรื่อง คนที่เป็นผู้นำประเทศยังอ่านแจ้งเตือนไม่รู้เรื่อง แล้วประชาชนจะรู้เรื่องได้อย่างไร และเราทราบว่าตั้งแต่วันที่ 5 ตุลาคมนี้ น้ำอาจจะกลับมาอีกแต่กลับยังไม่มีการประกาศพื้นที่สาธารณภัย มันติดขัดอะไร ขณะที่การเยียวยาจนถึงวันนี้ประชาชนยังมีคำถามและยังไม่ได้รับความชัดเจนจากรัฐบาล ซึ่งตนขอยกตัวอย่างเรื่องเงินเยียวยาน้ำท่วมที่เทศบาลนครปากเกร็ด ที่ไม่ต้องใช้รูปถ่ายความเสียหาย ใช้เพียงสามอย่างคือบัตรประชาชน ทะเบียนบ้าน บุ๊คแบงค์ ยื่นเมื่อวาน วันนี้ได้รับ จ่ายเป็นครัวเรือน ครัวเรือนละ 1,000 บาท


“คำถามคือวันนี้ผมลองท้าเลยหากไปถามองค์การปกครองส่วนท้องถิ่นเทศบาลอื่น อบต.อื่น ไม่มีหลักเกณฑ์แบบเดียวกัน บางพื้นที่ก็ไม่ทำเช่นนี้ เพราะเขากลัว สตง.เล่นงาน ถ้าพวกเรามีอำนาจในการบริหารประเทศผู้นำประเทศที่ดีคือการเห็นตัวอย่างที่ดี ใช้อำนาจของตัวเองเซ็นหนังสือสั่งการ อำนาจในปลายปากกาท่านสั่งการลงไปให้องค์การปกครองส่วนท้องถิ่นทุกแห่งทั่วประเทศ ให้เขาสบายใจว่าสามารถจ่ายเงินเยียวยาแบบนี้ได้ สตง.ไม่เล่นงาน เอาอำนาจนายกเป็นหลังพิงให้กับท้องถิ่น แล้วเงินเยียวยาจะถึงมือประชาชนเร็วยิ่งขึ้น” นายณัฐพงษ์ กล่าว


นายณัฐพงษ์ กล่าวต่อว่า ท้องถิ่นบางแห่งมีเงินเขาพร้อมที่จะจ่าย แล้วรัฐบาลไปเยียวยาอย่างอื่นเช่น ค่าซ่อมบ้าน หรืออย่างอื่นก็ว่าไปซึ่งเป็นการเยียวยาอีกระดับหนึ่ง แต่วันนี้กลับยังไม่เห็นคำตอบเช่นนี้อย่างชัดเจนจากคนที่ชื่ออนุทิน ชาญวีรกูล นอกจากนี้ ยังมีเรื่องของการฟื้นฟูเมือง ฟื้นฟูวิถีชีวิต การทำมาค้าขายการขนส่งของประชาชนให้เร่งกลับมา รวมถึงควรมีการฟื้นฟูความเชื่อมั่น จะต้องพูดถึงแผนบริหารจัดการน้ำในภาพรวมให้ชัดเจนว่า ในอนาคตจะไม่เกิดซ้ำร้อยเช่นนี้อีก แต่วันนี้คงคาดหวังไม่ได้ ลำพังแค่ความรับผิดชอบมาตอบในสภาฯ นายกฯ ยังมาไม่ได้ จะไปคาดหวังการแก้ปัญหาน้ำท่วมได้อย่างไร


“ดังนั้น หากวันนี้หากเพื่อนสมาชิกเห็นด้วยกับผมว่าวันนี้เราต้องการภาวะผู้นำจากคนที่ชื่ออนุทิน ชาญวีรกูล มากที่สุดก็ขอให้เห็นด้วยกับญัตติผม ลงมติเห็นชอบกับญัตติที่ผมเสนอให้นายกฯ เข้ามาตอบชี้แจงในสภาฯ ในคราวถัดไป” นายณัฐพงษ์ กล่าว


ด้านนายปิยวัฒน์ กิตติธเนศวร สส.นครนายก พรรคกล้าธรรม เสนอหลักการว่า เราผ่านมาหาอุทกภัยตั้งแต่หาดใหญ่ น่าน นครนายก น้ำท่วม ตนเข้าใจดีว่าเป็นภัยธรรมชาติ และได้รับความห่วงใยทั้งหัวหน้าพรรคกล้าธรรม ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล รวมถึงบรรดานักการเมืองต่างมาให้กำลังใจ และมาช่วยแก้ไขสถานการณ์ แต่สิ่งที่ไม่เข้าใจคือการบริหารจัดการน้ำ ที่ดูแลโดยกรมชลประทานในกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ผู้อำนวยการโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาขุนด่านปราการชล กรมชลประทาน เคยได้ดูการพยากรณ์อากาศบ้างหรือไม่


วันที่ 23 ก.ย. น้ำอยู่ในเขื่อนขุนด่านปราการชล 93% ไม่ปล่อยออกจากเขื่อนรออะไร รอให้ตกหนัก รอให้ท่วม ถึงจะปล่อยน้ำออกมา ซึ่งทางเพจทีลมฟ้าอากาศ เตือนมาโดยตลอด แต่ทางกรมอุตุฯก็มาว่าเขาว่าไม่จริง กรมอุตุฯเองก็ไม่บอกว่าสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้นเป็นอย่างไร จึงอยากฝากไปถึงกรมอุตุฯให้ไปศึกษาดูงานการคาดคะเนฝน คาดคะเนฟ้าจากเพจเขาบ้างก็ได้ ส่วนกระทรวงเกษตรฯด้านการบริหารจัดการน้ำก็มั่นใจว่าเอาอยู่อย่างไรเจ๊งทุกที สุดท้ายมาปล่อยน้ำวันที่ฝนตกต่อเนื่องน้ำป่าบนเขาก็ไหลลงมา จึงตั้งคำถามถึงการปล่อยน้ำเพราะนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่นครนายกประสบเหตุแบบนี้


“ท่านต้องรับผิดชอบ ว่าท่านบริหารน้ำผิดพลาด ผมขอติงท่านรัฐมนตรีสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ท่านเปลี่ยนม้ากลางศึก โยกย้ายข้าราชการวุ่นวายไปหมดไม่รู้สาเหตุอะไรแต่เปลี่ยนอธิบดีใหม่ที เปลี่ยนแผนบริหารการจัดการที เปลี่ยนไปเปลี่ยนมาแย่กว่าเก่า ชลประทานไม่ใช่ที่ฝึกงานของใคร ชาวบ้านต้องการคนที่เชี่ยวชาญต้องการคนที่เข้าใจงาน ถ้าท่านไม่เข้าใจ ท่านรัฐมนตรีคงมีเบอร์ชายที่ชื่อร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า โทรไปปรึกษาเขาได้ ท่านอยู่มาก่อนยังไม่เคยเกิดเหตุอะไรแบบนี้เท่าไหร่เลย ภาพเมื่อวานท่านยืนให้สัมภาษณ์มีทีมงานพากย์ตลอด ทีมงานคอยพากย์ตลอดทางมันแสดงถึง ความรู้ความสามารถความที่ไม่เข้าใจแล้วมาทำงาน” นายปิยวัฒน์ กล่าว


นายปิยวัฒน์ กล่าวว่า ชาวบ้านด่าชลประทานกันทั้งจังหวัด ส่วนราชการจังหวัดเข้าใจดีว่าผู้ว่าฯและรองผู้ว่าฯก็ทำเต็มที่แต่เรื่องนี้วิกฤตจริง ๆ ชาวบ้านอดมื้อกินมื้อกว่าจะตั้งโรงครัว ชาวบ้านก็อดไม่รู้กี่มื้อตนและมูลนิธิธรรมนัส พรหมเผ่า ทำข้าวกล่องส่ง 3-4 พันกล่อง ปัจจุบัน 30,000 ครัวเรือนจะเอาตรงไหนไปเพียงพอ


“ผมเป็นผู้แทนฝ่ายค้านข้าราชการไม่อยากอยู่ใกล้ผม ใกล้ฤดูกาลโยกย้ายถ่ายรูปติด เดี๋ยวก็คงมีสะเก็ดระเบิด” นายปิยวัฒน์ กล่าว


ส่วนนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายว่า ขอถ่ายทอดสิ่งที่ได้พบเห็นจากการลงพื้นที่ 4-5วันที่ผ่านมาคือ 1.การเตือนภัย ประชาชนที่ประสบภัยได้รับคำเตือนเมื่อสายเกินไป ไม่มีคำเตือนก่อนหน้านี้ที่เป็นรูปธรรมให้ปฏิบัติตัวอย่างถูกต้อง ถ้าไม่ปรับปรุงปัญหาจะลุกลามสร้างความเสียหาย ทั้งที่สามารถหลีกเลี่ยง บรรเทาได้ หากการเตือนภัยมีประสิทธิภาพ 2.การเตรียมรับมือ พื้นที่ประสบน้ำท่วมหนัก ล้วนสัมพันธ์กับคลองแสบแสบ แต่การพร่องน้ำให้สัมพันธ์กับสภาพอากาศกลับไม่ได้ทำ อุโมงค์ยักษ์ทำงานได้แค่ ร้อยละ 60 เหตุใดไม่สามารถระบายน้ำได้ ทุกคลองที่อยู่ใกล้อุโมงค์ยักษ์ มีแต่น้ำเอ่อล้น 3.ขาดการบริหารจัดการโดยสิ้นเชิง วันที่ไปแฟลตคลองจั่น หรือเคหะร่มเกล้า ถ้าไม่มีอาสาสมัครก็เหมือนไม่มีการดำเนินการแก้ปัญหาอะไร ทั้งสองที่ขาดการบริหารจัดการแก้ปัญหา เหมือนที่เคยเกิดขึ้นที่อ.หาดใหญ่ แต่ยังเกิดซ้ำ เพราะขาดการประสานงานเรื่องการบัญชาการแก้ปัญหา ขณะที่ต่างจังหวัดมีผู้บริหารท้องถิ่นที่แก้ปัญหาได้ดีกว่า 4.ปัญหาการเยียวยา แม้จะมีกองทุนระบบภัยพิบัติแห่งชาติ แต่จะใช้ได้หรือไม่ เพราะเป็นเหตุที่เกิดขึ้นก่อนทำสัญญา


นายอภิสิทธิ์ กล่าวต่อว่า ขณะที่หลักเกณฑ์การเยียวยา 9,000บาท ก็มีคำถามว่า คนที่อยู่บนแฟลตสูงๆ ถูกน้ำท่วม ออกมาไม่ได้ก็ได้รับความเดือดร้อนเช่นกัน จะได้รับเงินเยียวยาก้อนนี้หรือไม่ เมื่อครั้งเกิดเหตุน้ำท่วมหาดใหญ่ จ.สงขลา บอกจะถอดบทเรียน ตั้งคณะกรรมการมาศึกษา แต่เชื่อว่า การตั้งกรรมการคงไม่ได้อะไร เพราะคนเป็นกรรมการ ต้องปกป้องหน่วยงานตัวเอง ขอเสนอให้ตั้งคณะกรรมการอิสระมาถอดบทเรียน และถึงเวลาต้องปรับปรุงกฎหมายสาธารณภัยครั้งใหญ่ให้มีหน่วยงานบัญชาการประสานงานกับคนมีน้ำใจ ทั้งภาครัฐ เอกชน เพราะบ้านเราไม่ขาดเรื่องน้ำใจ แต่การบริหารจัดการประสานงาน


ทั้งนี้ นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ทำหน้าที่ประธานที่ประชุม แจ้งว่า ตนได้ปรึกษาหารือกับประธานวิปทั้ง 2 ฝ่าย และตัวแทนพรรคการเมืองทุกพรรคในการที่จะอภิปรายญัตติด่วนด้วยวาจา และเนื่องจากปัญหาอุทกภัยครั้งนี้ได้รับผลกระทบหลายจังหวัด ซึ่งสภาได้นัดหมายประชุมในวันที่ 2 ตุลาคม เราได้หารือกันแล้วว่าจะงดประชุมในวันดังกล่าว และจัดประชุมชดเชยในสัปดาห์ต่อไป



คุณอาจสนใจ

Related News