เลือกตั้งและการเมือง

“นายกฯ” พบชุมชนไทยในนิวยอร์ก ขอไม่ต้องห่วงประเทศไทย เศรษฐกิจก็กำลังดีขึ้น

2 ชั่วโมงที่แล้ว

8 views

วันพุธที่ 23 กันยายน เวลา 10.30 น. ตามเวลาท้องถิ่นนครนิวยอร์ก ซึ่งช้ากว่าประเทศไทย 11 ชั่วโมง นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ซึ่งอยู่ระหว่างการเข้าร่วมประชุมสมัชชาสหประชาชาติสมัยสามัญครั้งที่ 81 ณ นครนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา และนางธนนนท์ ชาญวีรกูล ภริยา พร้อมคณะเดินทางไปยังวัดพุทธไทยถาวรวนาราม นครนิวยอร์ก และเข้านมัสการ พระครูวิทูรธรรมประกาศ เจ้าอาวาสวัดพุทธไทยถาวรวนาราม โดยนายกรัฐมนตรีและภริยาเข้าสักการะพระแก้วมรกต ใน อุโบสถวัดพุทธไทยถาวรวนาราม จากนั้น ถวายผ้าไตรและเครื่องไทยธรรม พร้อมกรวดน้ำและรับพรเพื่อความเป็นสิริมงคล


นายกรัฐมนตรี ทักทายคนไทยที่มารอต้อนรับ อย่างเป็นกันเอง โดย แสดงความยินดีที่ได้มาพบกับคนไทยที่วัดแห่งนี้ ทั้งยังมีโอกาสพบกับนางสมจิต ธรรมสุริยะมิตร อดีตเจ้าของร้านอาหารผ่องศรี (ผู้หญิงเสื้อสีเลือดหมูที่นายกฯเข้าไปก่อน ตอนเดินเข้าวัด)ในนิวยอร์ก ซึ่งเป็นผู้ที่ให้ความเมตตาดูแลนายกรัฐมนตรี ตั้งแต่ในช่วงเป็นนักเรียนที่นิวยอร์ก และเป็นผู้ให้โอกาสได้ทำงานพาร์ทไทม์ หารายได้พิเศษ


โอกาสนี้ ได้แนะนำรัฐมนตรีที่ร่วมคณะมาด้วย อย่างเช่น นางศุภจี สุธรรมพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ซึ่งกำลังเจรจาภาษีการค้ากับสหรัฐฯ ที่ใกล้จะจบแล้วและแนวโน้มก็เป็นไปทางที่ดี


และนายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัล เพื่อเศรษฐกิจและสังคม เป็น นักการเมืองรุ่นใหม่ไฟแรง บุตรชาย นายเนวิน ชิดชอบ ซึ่งเปรียบเสมือนหลานแท้ ๆ ของตนเองเป็นผู้ที่มีความขยัน


นายกรัฐมนตรี ขอไม่ต้องห่วงประเทศไทย ทุกอย่างเป็นไปด้วยความเรียบร้อย เศรษฐกิจก็กำลังดีขึ้น และในการเข้าร่วมประชุมสมัชชาสหประชาชาติ ดังกล่าวได้มีโอกาสได้พบกับผู้นำหลายประเทศ พบกับภาคเอกชนชั้นนำที่ลงทุนในประเทศไทย ซึ่งภาคเอกชนเหล่านี้ต่างเชื่อมั่นในประเทศไทย เพราะในขณะที่สถานการณ์ทั่วโลกที่มีสงคราม ความขัดแย้ง แต่ประเทศไทยมีความพร้อมที่จะให้ภาคเอกชนไปขยายการลงทุน ทำธุรกิจ ด้วยความได้เปรียบด้านโลจิสติกส์ สภาพทางภูมิรัฐศาสตร์


ขณะที่ระบบการทำงาน ของรัฐบาลมีประสิทธิภาพ เรื่องที่บอกว่าข้าราชการเป็นเจ้าคนนายคน ไม่มีอีกต่อไปแล้ว ตรงกันข้ามประชาชนเป็นเจ้านาย และประชาชนสามารถใช้สิทธิอย่างเต็มที่ หากไม่ได้รับความเป็นธรรมก็มีช่องทางในการร้องเรียนเรื่องต่าง ๆ ได้ ส่วนใครที่คิดทุจริต ยืนยันโอกาสรอดแทบจะเป็นศูนย์


ขณะที่ รัฐบาลมีความมั่นคง ความร่วมมือระหว่างภาครัฐ เอกชน ข้าราชการประจำเป็นไปด้วยดี ขณะนี้รัฐบาล มีนโยบายการทำงาน แบบฟาสต์แทร็กหรือการขออนุญาตต่าง ๆ จะไม่มีความล่าช้า


ช่วงท้าย นายกรัฐมนตรี ขอให้ทุกคนสามัคคีกันไว้ และเน้นย้ำ ความสำคัญของ สถาบันพระมหากษัตริย์ ที่เป็นศูนย์รวมจิตใจของประชาชน

แท็กที่เกี่ยวข้อง  

คุณอาจสนใจ