เลือกตั้งและการเมือง

ปชน.จี้รัฐบาลทบทวน หลังปัดตกร่าง พ.ร.บ.สถานบริการ แฉภูเก็ตใครไม่จ่ายส่วยบุกตรวจจับ

1 ชั่วโมงที่แล้ว

13 views

ปชน.จี้รัฐบาลทบทวน หลังปัดตกร่าง พ.ร.บ.สถานบริการ ชี้กฎหมายล้าหลังไม่สอดคล้องเศรษฐกิจกลางคืน “ภัณฑิล” ชวนนายกฯ เป่าแซ็กหลังเที่ยงคืน เหน็บไม่มีใครกล้าจับแน่ ด้าน “เฉลิมพงศ์” แฉกรมการปกครองเรียกรับส่วยแหล่งท่องเที่ยวภูเก็ต ใครไม่จ่ายบุกตรวจจับ

พรรคประชาชน นำโดยนายภัณฑิล น่วมเจิม สส.กทม. พรรคประชาชน แถลงข่าวกรณีที่รัฐบาลปัดตกพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) สถานบริการ ว่า พ.ร.บ.สถานบริการใช้มานาน 60 ปีแล้ว ขณะที่ประเทศไทยอนุโลมให้มีคล้ายสถานบริการในกรุงเทพ และบางพื้นที่ที่เปิดได้เเลยเวลา 24.00 น. ซึ่งถือว่ากฎหมายที่ใช้นั้น เก่ามาก รวมทั้งการขายแอลกอฮอล์และการท่องเที่ยวถูกบริหารโดยหลายหน่วยงาน ดังนั้น ตนเห็นว่ามีความจำเป็นต้องแก้ร่างพ.ร.บ.สถานบริการ เพื่อปรับคำนิยามให้เข้ากับธุรกิจในปัจจุบัน โดยกระจายอำนาจให้กับท้องถิ่นที่เป็นคนรู้ปัญหาในพื้นที่จริง และร่างดังกล่าวถูกวินิจฉันว่าเป็นร่างพ.ร.บ.การเงิน จึงต้องส่งให้นายกฯ รับรองก่อนเข้าสู่การพิจารณา แต่นายกฯกลับไม่รับรองร่างพ.ร.บ.ฉบับนี้ ซึ่งรัฐบาลมีอำนาจที่จะปัดตก แต่เมื่อพูดถึงการท่องเที่ยวและธุรกิจกลางคืน ตนจึงต้องถามว่ารัฐบาลมีร่างของตัวเองหรือไม่ ดังนั้น จึงอยากให้ไปดูที่ต่างประเทศทั้งลอนดอน หรือฝรั่งเศสที่มีธุรกิจกลางคืนแต่เขาบริหารกันเป็นระบบ ทั้งใบอนุญาต การเดินทาง ความปลอดภัย เสียงในชุมชนและคุณภาพชีวิตของคนที่ทำงานกลางคืนพร้อมกัน โดยร่วมมือกันระหวางท้องถิ่นและเจ้าหน้าที่ตำรวจ

“ผมขอถามตรงๆว่าถ้าเราอยากเป็นเมืองมหานครการท่องเที่ยว อยากสร้างเศรษฐกิจกลางคืน แล้วใครจะเป็นเจ้าภาพ ถ้ามีคนเลิกงานตี 2 ตี 3 แล้วทะเลากันจะทำอย่างไร จะประกาศหรือว่าเที่ยวคืนไม่ต้องขายเหล้าให้นักท่องเที่ยวกลับบ้านให้หมดอย่างนั้นหรือ จะปฏิเสธความจริงแบบปากว่าตาขยิบ มือถือสากปากถือศีลอย่างนั้นหรือท่านนายกฯ และต้องให้ความเป็นธรรมกับผู้ประกอบการที่ทำถูกต้องทุกอย่าง หรือจะให้เทศกิจท่องเที่ยว คมนาคม ยังถูกครหาว่าปล่อยปละละเลยให้มีการเรียกรับผลประโยชน์ เพราะในเขตกรุงเทพ เช่น สุขุมวิท บาร์เบียร์เดือนหนึ่งได้รายได้ 3 ล้านบาท แต่ต้องเสีย 10% คือ 300,000 บาท ดังนั้น ผมอยากชวนนายกฯ ลองมาเป็นคนทำงานกลางคืน มาเป่าแซ็กซักร้านนึง ลองมาเป่าหลังเที่ยงคืน ดูว่าจะเป็นอย่างไร หรือจะไปเป่าแซ็กที่ภูเก็ต แล้วลองดูว่าจะสามารถเรียกลูกค้าหลังเที่ยงคืนได้หรือไม่ จะได้มาเห็นภาพความเป็นจริง เขาคงไม่กล้าจับนายกฯ หลังเที่ยงคืน ทั้งที่แสดงดนตรีสดไม่ได้ แต่ก็อยากชวนนายกฯ มาแสดง” นายภัณฑิล กล่าว

นายภัณฑิล กล่าวต่อว่า อยากให้ดูกฎหมายสักนิด ไม่ใช่เห็นว่าเป็นของพรรคประชาชนและโยนทิ้ง ทั้งที่เราแก้เพื่อความเดือดร้อนของประชาชน ไม่ได้เป็นเรื่องการเมืองอะไรเลย ควรจะหยิบขึ้นมาอ่านสักนิด

ด้านนายเฉลิมพงศ์ แสงดี สส.ภูเก็ต พรรคประชาชน กล่าวว่า จังหวัดภูเก็ตเป็นเมืองท่องเที่ยวระดับโลกมีสถานบริการที่คอยบริการให้กับนักท่องเที่ยว ผู้ประกอบการสถานบันเทิงฝากความหวังไว้กับร่างพ.ร.บ.สถานบันเทิง เนื่องจากกฎหมายเก่าล้าหลังอย่างมาก ไม่ทันสถานการณ์ วันนี้ผู้ประกอบการจึงต้องจำทน จำใจ กัดฟันเพื่อต่อสู้กับอำนาจของรัฐด้วยการถูกเรียกรับผลประโยชน์ ถูกรีด ถูกเข็น เรียกว่าทำนาบนหลังคน นายกฯ ไม่เห็นหัวอกของผู้ประกอบการสถานบริการที่รอคอยความหวัง แต่กลับปัดตกร่างพ.ร.บ.สถานบริการ หรือนายกฯเห็นแต่ผลประโยชน์ของพวกพ้อง เพราะกระทรวงมหาดไทยทุกวันนี้มีข่าวเรียกรับส่วยจากสถานบริการ

“หาดป่าตอง จังหวัดภูเก็ตได้โซนนิ่งสถานบริการปิดได้ 04.00 น. ซึ่งเป็นกฎกระทรวงแต่ผู้ประกอบการยังถูกเรียกรับผลประโยชน์จากมหาดไทยอยู่ หรือที่เรียกว่าดุลยภาพแห่งการสมยอมระหว่างผู้ประกอบปการกับเจ้าหน้าที่รัฐเพื่อให้เศรษฐกิจกลางคืนขับเคลื่อน มีรายได้หมุนเวียนในพื้นที่ แต่ในเมืองภูเก็ตที่มีสถานบริการ ทุกวันนี้หน่วยงานกรมการปกครอง มีการตั้งหน่วยไปเก็บส่วย เพื่อส่งให้กับผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต แล้วผู้ว่าฯมาจากกระทรวงมหาดไทย จะส่งเงินเหล่านี้ให้กับใคร หากร้านไหนไม่เก็บส่วยก็จะมีการไปตรวจค้นร้าน เรื่องอายุ ยาเสพติด และพ.ร.บ.สถานบันเทิง ซึ่งร้านเหล่านี้ต้องการทำให้ถูกกฎหมาย จึงจำใจใช้คำว่าดุลยภาพแห่งการสมยอมด้วยการจ่ายส่วย” นายเฉลิมพงศ์ กล่าว

นายเฉลิมพงศ์ กล่าวว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นขอวอนให้นายกฯ เห็นใจผู้ประกอบการสถานบันเทิงด้วย หรือท่านเห็นแก่พวกพ้องให้กรมการปกครองหารายได้ นอกจากนี้ ผู้ว่าฯ มาใหม่ก็ได้เรียกนายอำเภอแต่ละอำเภอเพื่อพูดคุยในการจัดตั้งหน่วยงานและเส้นทางที่จะเก็บเงินส่งให้กับผู้ว่าฯ เรื่องนี้ตนขอฝากนายกฯ จัดการด้วย เพราะจะมีการเก็บส่วยตามขนาดสถานบริการ ถ้าเป็นบาร์ อาจจะมี 3,000-5,000 บาท ผับ 10,000-50,000 บาท ดิสโกเทค หรือสถานบันเทิงขนาดใหญ่อาจจะเก็บหลักแสนบาท นี่คือยอดที่เขาตั้งเป้าแต่ละครั้ง หากมีผู้ว่าราชการย้ายมาใหม่ก็จะมีการเรียกตรวจสอบยอดเหล่านี้ และอาจจะมีการเรียกเก็บ ซึ่งก่อนหน้านี้มีข่าวในเรื่องของการเรียกรับหนึ่งกิโลจากกรมการปกครอง เรื่องช่วยน้ำเงินด้วย อาจจะเป็นการตอบแทน ในการให้มาดำรงตำแหน่งจังหวัดภูเก็ต และต้องหาช่องว่างทางกฎหมายที่เป็นช่องโหว่ ทำให้ข้าราชการกรมการปกครอง เอาช่องว่างเหล่านี้ไปไปเรียกหาผลประโยชน์ เพื่อสร้างเม็ดเงิน เพื่อตอบแทนให้กับผู้มีพระคุณ ที่สั่งย้ายหรือโยกย้ายมาดำรงตำแหน่งที่จังหวัดภูเก็ต

ขณะที่นายปารเมศ วิทยารักษ์ สส.กทม. พรรคประชาชน กล่าวว่า ขณะนี้กรุงเทพเศรษฐกิจชั้นในมีสถานบันเทิงค่อนข้างเยอะ ซึ่งเป็นฟันเฟืองสำคัญในการกระตุ้นเศรษฐกิจ ดึงเม็ดการท่องเที่ยว จากชาวไทยและชาวต่างชาติ และข่าวโรงเบียร์ที่เกิดขึ้นก็สะท้อนถึงความปลอดภัยในมาตรการกำหนดที่ไม่สอดคล้องกับสถานการณ์ ซึ่งทุกวันนี้จะเห็นสถานการณ์ที่สถานบันเทิงจดไม่ถูกประเภท ระยะเวลาการเปิดปิดก็ไม่สะท้อนความเป็นจริง และมาตรฐานต่ำกว่าสถานบริการที่ถูกกฎหมาย ทำให้การควบคุมอยู่นอกระบบหรืออยู่ใต้ดิน สิ่งที่เราต้องการผลักดันคือ นำร้านที่ไม่ได้อยู่ในระบบเข้ามาในระบบ เพื่อให้ภาครัฐ ท้องถิ่น และประชาชนได้ตรวจสอบพร้อมกัน แต่การปัดตกร่างพ.ร.บ.ทำให้แก้สถานบันเทิงเหล่านี้จะกลับไปอยู่ใต้ดิน และจำใจต้องจ่ายส่วยหากต้องการเปิดไปหลังเที่ยงคืน ซึ่งความจริงไม่ว่าจะเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ถนนข้าวสาร ทรงวาด หรือเยาวราช มีร้านใหม่ๆ ที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติจำนวนมาก ซึ่งร้านเหล่านี้หากอยากเปิดเกินหลังเที่ยงคืน จำใจต้องจ่ายส่วย หากกฎหมายฉบับนี้บังคับใช้จริง พวกเราเชื่อว่าวันเกิดเหตุเพลิงไหม้ที่โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว จะไม่มีผู้สูญเสียมากถึงขนาดนี้


แท็กที่เกี่ยวข้อง  พ.ร.บ.สถานบริการ ,พรรคประชาชน

คุณอาจสนใจ

Related News