เลือกตั้งและการเมือง
อายัดทัน! ตร.ไซเบอร์ตามเงินล้านคืนเหยื่อแก๊งคอลเซ็นเตอร์
1 ชั่วโมงที่แล้ว
9 views
บก.สอท.3 เปิดปฏิบัติการ “MONEY CASH BACK ปิดบัญชี ตามล่าม้า คว้าเงินคืน” ติดตามเส้นทางเงิน-อายัดเงินจากคดีหลอกลวงออนไลน์ ก่อนส่งคืนผู้เสียหาย 2 ราย รวม 1.3 ล้านบาท
เมื่อเวลา 13.30 น. วันจันทร์ที่ 21 ก.ย. 2569 ที่กองบังคับการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี 3 ถนนมิตรภาพ ต.สำราญ อ.เมือง จ.ขอนแก่น พล.ต.ท.สุรพล เปรมบุตร ผบช.สอท. พร้อมด้วย ตำรวจ กก.3 บก.สอท.3 และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ร่วมแถลงผลติดตามเงินจากคดีหลอกลวงออนไลน์ ก่อนส่งคืนผู้เสียหายหญิง 2 ราย รวม 1,339,649 บาท ตามโครงการ “MONEY CASH BACK ปิดบัญชี ตามล่าม้า คว้าเงินคืน” สืบสวนจับกุมและดำเนินคดีกับผู้ต้องหาคดีอาชญากรรมออนไลน์ พร้อมขยายผลตรวจสอบเส้นทางการเงินเพื่อนำเงินกลับคืนผู้เสียหาย ก่อนหน้านี้ตำรวจสามารถจับกุมเครือข่ายบัญชีม้าและติดตามเงินคืนได้หลายครั้ง รวมมูลค่าหลายร้อยล้านบาท
พล.ต.ท.สุรพล แถลงการจับกุมทั้งสองกรณีว่า กรณีแรกเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2569 ผู้เสียหายเป็นหญิงข้าราชการในพื้นที่ภาคอีสาน ได้รับโทรศัพท์จากผู้ก่อเหตุซึ่งอ้างเป็นเจ้าหน้าที่บริษัทผู้ให้บริการสัญญาณโทรศัพท์มือถือ แจ้งว่าชื่อของผู้เสียหายถูกนำไปเปิดหมายเลขโทรศัพท์เพื่อใช้กระทำผิด ก่อนโอนสายให้บุคคลอีกคนซึ่งอ้างเป็นตำรวจระดับ “พ.ต.ท.” สังกัด สภ.เมืองเลย กล่าวหาว่าผู้เสียหายเกี่ยวข้องกับคดีฟอกเงิน พร้อมส่งเอกสารราชการปลอมและข่มขู่ว่าจะถูกอายัดบัญชีและให้ออกจากราชการ หากไม่โอนเงินเพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ ผู้เสียหายจึงนำเงินของตนเองและกู้จากญาติมาโอนรวม 1,000,000 บาท ต่อมาผู้ก่อเหตุพยายามเรียกเงินเพิ่มอีก 1,000,000 บาท โดยอ้างว่าเงินก้อนแรกยังตรวจสอบและอายัดไม่ได้ ทำให้ผู้เสียหายเริ่มผิดสังเกต ปรึกษาคนรอบข้าง และโทรแจ้งสายด่วนตำรวจไซเบอร์ 1441 จนสามารถระงับเงินก้อนแรกไว้ได้ทัน
พ.ต.อ.ประเสริฐ หวังบุญสร้าง ผกก.2 บก.สอท.3 นำชุดสืบสวนตรวจสอบพยานหลักฐานและเส้นทางการเงิน พบว่าเงิน 1,000,000 บาท ถูกโอนเข้าบัญชีม้าแถวที่ 1 ก่อนถูกโอนต่อในเวลาไล่เลี่ยกันไปยังบัญชีม้าแถวที่ 2 และมีการถอนเงินสดจากตู้เอทีเอ็ม 2 ครั้ง รวม 330,000 บาท อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ประสานอายัดบัญชีของบัญชีม้าแถวที่ 2 ได้อย่างรวดเร็ว และพบยอดคงเหลือ 1,370,413.84 บาท ซึ่งรวมเงินของผู้เสียหายจำนวน 1,000,000 บาท ต่อมาพนักงานสอบสวน บก.สอท.3 ออกหมายเรียกบัญชีม้าทั้ง 2 ราย เข้ารับทราบข้อกล่าวหา “ร่วมกันฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นคนอื่น นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลอันเป็นเท็จ และเปิดหรือยินยอมให้บุคคลอื่นใช้บัญชีเงินฝาก หรือบัญชีม้า ตาม พ.ร.ก.มาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พ.ศ.2566” ก่อนควบคุมตัวดำเนินคดีตามกฎหมาย
กรณีที่สอง ผู้เสียหายหญิงพบเพจเฟซบุ๊กหนึ่ง โฆษณาผลิตภัณฑ์อาหารเสริม พร้อมเชิญชวนให้ลงทะเบียนรับผลิตภัณฑ์ไปรับประทานฟรี เมื่อเพิ่มเพื่อนทางไลน์ ผู้ก่อเหตุได้ชักชวนให้ทำกิจกรรมเปิดการมองเห็นด้วยการกดติดตามสินค้าเพื่อแลกค่าตอบแทน รวมถึงอ้างถึงการสมัครสมาชิก การขายอาหารเสริม การแบ่งปันผลประโยชน์และรายได้ ก่อนให้ผู้เสียหายโอนเงินทำกิจกรรมหลายครั้ง แต่ไม่สามารถถอนเงินออกมาได้ ทำให้เสียหายรวม 4,550,878 บาท พนักงานสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานจนศาลจังหวัดนครราชสีมาอนุมัติหมายจับผู้เกี่ยวข้อง 12 ราย ในข้อหา “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชนโดยการแสดงตนเป็นคนอื่น โดยทุจริตหรือหลอกลวง ร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอม ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน และสมคบกันโดยการตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำผิดฐานฟอกเงิน และได้มีการกระทำความผิดฐานฟอกเงินเพราะเหตุที่ได้มีการสมคบกัน และร่วมกันฟอกเงิน” จากนั้น พ.ต.อ.ลักษณ์ปกรณ์ ลูกรักษ์ ผกก.3 บก.สอท.3 นำกำลังติดตามจับกุมผู้ต้องหาได้แล้ว 4 ราย พร้อมตรวจพบเงินของผู้เสียหาย 339,649 บาท ในบัญชีธนาคารของผู้ต้องหารายหนึ่ง จึงอายัดไว้และนำเข้าสู่กระบวนการคืนเงิน
พล.ต.ท.สุรพลกล่าวเพิ่มเติมว่า ผู้เสียหายในกรณีที่สองโอนเงินประมาณ 10 ครั้งแรก รวมกว่า 4 ล้านบาท ก่อนรู้ตัวในการโอนครั้งที่ 11 ซึ่งเป็นเงินกว่า 300,000 บาท เจ้าหน้าที่จึงอายัดได้เฉพาะยอดสุดท้าย ส่วนเงินที่โอนไปก่อนหน้านั้นผ่านมาหลายเดือนแล้วจึงไม่สามารถติดตามคืนได้ พร้อมระบุว่า ปัจจุบันมีคดีลักษณะดังกล่าวเกิดขึ้นทั่วประเทศประมาณวันละ 700-800 เรื่อง ประชาชนจึงควรมีสติ พิจารณาข้อมูลทุกด้าน และยึดหลัก “ไม่เชื่อ ไม่รีบ ไม่โอน” หากรู้ตัวหรือสงสัยว่ากำลังถูกหลอก ควรรีบโทร 1441 เพราะความรวดเร็วเป็นเงื่อนไขสำคัญในการระงับบัญชีและติดตามเงินกลับคืน โดยครั้งนี้ตำรวจสามารถนำเงิน 1,000,000 บาท และ 339,649 บาท รวม 1,339,649 บาท ส่งคืนผู้เสียหายทั้ง 2 รายได้สำเร็จ
แท็กที่เกี่ยวข้อง ตร.ไซเบอร์ ,อายัดเงิน ,คืนเงินผู้เสียหาย ,แก๊งคอลเซ็นเตอร์