เลือกตั้งและการเมือง
“อรรถวิชช์” จี้รัฐบาลขึ้นค่าไฟ Data Center หลังปล่อยใช้อัตราเดียวกับครัวเรือน กระทบเม็ดเงินระดับพันล้าน
2 ชั่วโมงที่แล้ว
23 views
“อรรถวิชช์” จี้รัฐบาลขึ้นค่าไฟ Data Center หลังปล่อยใช้อัตราเดียวกับครัวเรือน ชี้ล่าช้าแต่ละเดือนกระทบเม็ดเงินระดับพันล้าน หวั่นสองการไฟฟ้าแบกภาระลดค่าไฟ 3 หมื่นล้าน พร้อมเร่งจัดเป็นโรงงานประเภท 108
วันนี้ 17 ก.ย. 2569 ที่รัฐสภา นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สส.บัญชีรายชื่อ พรรครวมไทยสร้างชาติ แถลงข่าวประเด็นค่าไฟ Data Center โดยระบุว่า นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เคยกล่าวว่าจะขึ้นค่าไฟ Data Center แต่ยังไม่ดำเนินการ ทั้งที่ทุกเดือนซึ่งล่าช้าออกไปส่งผลต่อเงินเป็นพันล้านบาท จึงต้องการถามว่าจะเริ่มขึ้นค่าไฟในเดือนไหน ซึ่งปัจจุบันรัฐบาลมีมาตรการลดค่าไฟ 200 หน่วยแรกให้เหลือหน่วยละ 3 บาท ใช้งบประมาณ 12,000 ล้านบาท และนำค่าไฟส่องสว่างบนถนนออกจากบิลประชาชนอีก 18,000 ล้านบาท รวมเป็น 30,000 ล้านบาท แม้ประชาชนประหยัดค่าใช้จ่าย แต่รายได้ของรัฐลดลงและต้องหารายได้เพิ่ม
ขณะที่ ณ วันที่ 31 สิงหาคม 2569 การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคมีรายได้นำส่งคลัง 16,011 ล้านบาท ส่วนการไฟฟ้านครหลวงนำส่งคลัง 5,104 ล้านบาท รวมประมาณ 21,000 ล้านบาท จึงยังขาดจากภาระสองมาตรการอีกประมาณ 9,000 ล้านบาท ทางการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยยังขายไฟให้การไฟฟ้านครหลวงและการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคในราคาเดิม ทำให้การไฟฟ้าทั้งสองแห่งต้องรับภาระเต็มจำนวน ทั้งที่ยังไม่มีการแบ่งว่าหน่วยงานใดจะร่วมรับผิดชอบเงิน 30,000 ล้านบาทที่หายไป
ปัจจุบัน Data Center ใช้ไฟฟ้าในอัตราเดียวกับภาคครัวเรือน ซึ่งไม่เป็นธรรมกับประชาชน จึงขอให้กระทรวงพลังงานไม่ต้องเกรงใจและเร่งประกาศขึ้นค่าไฟทันที เพราะประเทศไทยทำสัญญากำลังไฟฟ้าไว้ประมาณ 55,000 เมกะวัตต์ ขณะที่ความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงสุดอยู่ที่ประมาณ 36,000 เมกะวัตต์ และการใช้ไฟฟ้าตามปกติอยู่ที่ประมาณ 30,000 เมกะวัตต์
นอกจากนี้ นายอรรถวิชช์เรียกร้องให้กรมโรงงานอุตสาหกรรมเร่งประกาศให้ Data Center เป็นโรงงานประเภทที่ 108 เนื่องจากเข้าข่ายเป็นโรงงานตามมาตรา 5 แห่งพระราชบัญญัติโรงงาน ทั้งในด้านกำลังเครื่องจักรที่เกิน 50 แรงม้า และการเก็บรักษาอุปกรณ์ ซึ่งหากประกาศเป็นโรงงานประเภทที่ 108 Data Center แห่งใดที่ยังไม่มีใบอนุญาตก็ต้องไปขอต่อกรมโรงงานอุตสาหกรรม ส่วนแห่งที่เปิดดำเนินการแล้ว เจ้าหน้าที่ก็สามารถเข้าไปตรวจสอบได้ แม้ไม่ต้องขอใบอนุญาต และหากมีกลิ่นเหม็นหรือก่อความรำคาญก็สามารถสั่งปิดได้ โดยกระบวนการประกาศจะใช้เวลาประมาณ 60 วันจึงมีผลบังคับใช้
นายอรรถวิชช์ระบุว่า ความล่าช้าในการกำกับ Data Center มี 2 เรื่อง ได้แก่ การปล่อยให้ Data Center ตั้งอยู่กลางเมืองโดยไม่มีการจัดโซนนิง และการปล่อยให้ใช้ค่าไฟในอัตราเดียวกับภาคครัวเรือนมาหลายเดือน ทั้งที่ต่างประเทศจัดโซนนิงให้ Data Center อยู่ในพื้นที่ซึ่งมีไฟฟ้าและน้ำพร้อม เช่น บริเวณเกาะปีนัง ประเทศมาเลเซีย สำหรับประเทศไทย เมื่อ Data Center ขอสร้างโรงไฟฟ้าควบคู่กัน แต่คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงานไม่อนุญาต ผู้ประกอบการจึงต้องเลือกพื้นที่ซึ่งมีน้ำและไฟฟ้าพร้อม โดยเฉพาะกรุงเทพมหานคร บริเวณพระราม 9 และรามคำแหง เพราะมีระบบประปา ระบบไฟฟ้า โครงข่าย และสถานีไฟฟ้าย่อยที่เข้มแข็ง
นายอรรถวิชช์เปิดเผยว่า ช่วงเช้าวันนี้ได้หารือกับนายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ขอให้นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบฝ่ายโยธาของกรุงเทพมหานคร กรณีปล่อยให้มีการตั้ง Data Center กลางกรุง โดยไม่ตั้งข้อสงสัยว่าเข้าข่ายการประกอบกิจการโรงงานหรือไม่
นายอรรถวิชช์ตั้งข้อสังเกตว่า ที่ผ่านมากรุงเทพมหานครมักตรวจสอบเครื่องจักรขนาดใหญ่ว่าเข้าข่ายการประกอบกิจการโรงงานหรือไม่ รวมถึงเครื่องไซโคลตรอนของโรงพยาบาล ซึ่งใช้กำลังไฟสูงในการผลิตยารักษามะเร็งแบบพุ่งเป้า แต่กลับไม่มีการตั้งคำถามในลักษณะเดียวกันกับ Data Center ขนาดใหญ่ จึงขอให้นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ตรวจสอบว่าเกิดอะไรขึ้น
นายอรรถวิชช์ย้ำว่า ประเทศไทยต้องการ Data Center ต้องการธุรกิจดิจิทัลและเศรษฐกิจดิจิทัลรูปแบบใหม่ แต่รัฐบาลต้องจัดระเบียบให้ชัดเจน ทั้งการประกาศให้เป็นโรงงานประเภทที่ 108 และการขึ้นค่าไฟ Data Center โดยด่วน เพราะหากการไฟฟ้านครหลวงและการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคติดลบ จะกระทบต่อการขยายระบบไฟฟ้าไปยังพื้นที่ห่างไกล และทำให้ประชาชนได้รับผลกระทบตามไปด้วย
แท็กที่เกี่ยวข้อง ค่าไฟ ,Data Center ,อรรถวิชช์สุวรรณภักดี