เลือกตั้งและการเมือง
สว.สำรอง ยื่น กกต. ขอวินิจฉัยคดีฮั้ว สว. รอบคอบ ฝากใช้สติ-พิจารณาบนพื้นฐานของพยานหลักฐานนสำนวน
1 ชั่วโมงที่แล้ว
12 views
ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) พลตำรวจโท คำรบ ปัญญาแก้ว สว.สำรอง พร้อมกลุ่ม สว.สำรองจำนวนหนึ่ง เดินทางมาเพื่อยื่นหนังสือถึงคณะกรรมการการเลือกตั้งทั้ง 7 คน ขอให้พิจารณาคดีทุจริตการเลือก สว. ด้วยความรอบคอบ และตั้งข้อสังเกตถึงประเด็นผลประโยชน์ทับซ้อน โดยขอให้ กกต. ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความสุจริตและเป็นธรรม
พลตำรวจโท คำรบ กล่าวว่า ต้องการฝากให้ กกต. วินิจฉัยคดีทุจริตการเลือก สว. โดยขอให้กรรมการแต่ละคนแสดงเหตุผลประกอบการวินิจฉัยอย่างชัดเจน เพื่อให้สามารถตรวจสอบได้ภายหลัง และก่อนการวินิจฉัย ขอให้กรรมการได้อ่านข้อร้องเรียนที่นำมายื่นในวันนี้อย่างละเอียด พร้อมใช้สติและพิจารณาบนพื้นฐานของพยานหลักฐานที่ปรากฏในสำนวน
ส่วนมติของ กกต. นั้น อยากขอให้มีการแถลงข่าวอย่างตรงไปตรงมา ว่าแต่ละประเด็นมีความเห็นและมีมติอย่างไร เพื่อสร้างความชัดเจนและสยบข่าวลือต่าง ๆ ส่วนรายละเอียดสามารถปรากฏอยู่ในคำวินิจฉัยภายหลังได้ โดยเห็นว่าสังคมสามารถรอรายละเอียดได้ แต่ควรมีความชัดเจนในมติ เพื่อไม่ให้สังคมเกิดข้อสงสัยในประเด็นดังกล่าวอีก
พลตำรวจโท คำรบ ยังกล่าวถึงกรณีการข่มขู่พยานและการกลับคำให้การ ว่า หากพิจารณาจากเอกสารที่มีการเผยแพร่ผ่านสื่อมวลชน จะพบว่าพยานรายดังกล่าวเคยเข้าให้การต่อคณะกรรมการไต่สวนชุดที่ 26 มากกว่าหนึ่งครั้ง โดยเดินทางไปด้วยตนเองและมีทนายความร่วมด้วย
นอกจากนี้ ยังมีพนักงานสืบสวนไต่สวนชุดที่ 26 และอัยการร่วมรับฟังการสอบสวน ทำให้คำให้การที่ปรากฏในพยาน ที่ 16 ถูกนำเสนอเข้าสู่กระบวนการพิจารณา และ กกต. รับพยานรายดังกล่าวไว้เป็นพยาน ซึ่ง กกต. ย่อมทราบรายละเอียดของพยานหลักฐานเป็นอย่างดี
โดยคณะกรรมการไต่สวนชุดที่ 26 ได้เสนอเรื่องเมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2568 ก่อนเข้าสู่กระบวนการพิจารณาของสำนักงานเลขาธิการ กกต. จนถึงช่วงปลายเดือนสิงหาคมถึงต้นเดือนกันยายน จากนั้นไม่ปรากฏความเคลื่อนไหวของพยานรายดังกล่าว จนต่อมาหลังรัฐบาลอนุทิน เข้ามาบริหารประเทศ และมีการตั้งคณะอนุไต่สวนชุดที่ 36 พยานรายดังกล่าวจึงกลับมาให้ถ้อยคำอีกครั้งในเดือนตุลาคม
พลตำรวจโท คำรบ กล่าวต่อว่า เมื่อนำลำดับเหตุการณ์มาเปรียบเทียบกับการกลับคำให้การในช่วงเวลาดังกล่าว เห็นว่ามีข้อที่ควรพิจารณาถึงความผิดปกติ และขอให้ กกต. ตรวจสอบอย่างละเอียด พร้อมยืนยันว่า เอกสารหรือโพยที่นำมาแสดงนั้น ตนเองได้รับมาด้วยตัวเอง โดยเป็นโพยที่มีสภาพยับยู่ยี่ และเชื่อว่าเป็นเอกสารที่มีการเขียนขึ้นจริงในโรงแรมต่าง ๆ ไม่ใช่การนำมาเขียนขึ้นภายหลัง โดยมีโพยมากกว่า 10 ฉบับ และได้ถูกนำไปประกอบอยู่ในสำนวนชุดที่ 16 แล้ว
จึงขอให้ กกต. ทบทวนการให้น้ำหนักพยานหลักฐาน โดยเฉพาะกรณีพยานที่กลับคำให้การจากคำให้การเดิม เพราะเห็นว่าหากคำให้การภายหลังไม่มีรายละเอียดมากกว่า หรือมีเหตุผลเพียงพอที่จะหักล้างคำให้การเดิม ก็อาจเป็นประเด็นที่ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ และหากคดีถึงศาลฎีกา ยังสามารถไต่สวนเพิ่มเติมได้
ส่วนกรณีที่มีข่าวเกี่ยวกับกรรมการบริหารพรรคภูมิใจไทย มีส่วนเกี่ยวข้องในคดีนี้ พลตำรวจโท คำรบ กล่าวว่า ในส่วนตัวไม่สามารถเข้าไปก้าวก่ายหรือชี้นำการตัดสินของ กกต. ได้ แต่เห็นถึงความพยายามของ กกต. บางส่วนในการให้น้ำหนักกับพยานที่กลับคำให้การโดยมองว่าพยานรายดังกล่าวเป็นพยานสำคัญ ที่อยู่ในห้องประชุมของพรรคการเมืองในวันเกิดเหตุ และอาจให้ข้อมูลเกี่ยวกับรายชื่อบุคคลที่ปรากฏในข้อกล่าวหา รวมถึงกรรมการบริหารพรรคที่เกี่ยวข้อง
ทั้งนี้ หาก กกต. มีมติยกคำร้อง และคดีเข้าสู่การพิจารณาของศาลฎีกา ก็เชื่อว่าศาลสามารถไต่สวนหรือแสวงหาข้อมูลเพิ่มเติมจากคณะกรรมการไต่สวนชุดที่ 26 ได้
ส่วนพยานที่ 16 อ้างถูกข่มขู่พยานนั้น พลตำรวจโท คำรบ กล่าวว่า ส่วนตัวเห็นว่าการอ้างอิงพยานเพียงรายเดียวเกี่ยวกับการถูกข่มขู่ โดยเฉพาะการกล่าวถึงบุคคลชุดดำ ควรมีการตรวจสอบข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานประกอบอย่างรอบด้านหากพยานอยู่ในกระบวนการคุ้มครองพยานตามมาตรา 65 และมีการถูกข่มขู่จริง ก็ควรมีหลักฐานหรือการดำเนินคดีอาญากับผู้ที่ข่มขู่ตามกระบวนการ หาก กกต. จะรับฟังเหตุผลเรื่องการข่มขู่เป็นเหตุให้พยานเปลี่ยนคำให้การ ก็เห็นว่าควรตรวจสอบข้อเท็จจริงและหลักฐานเกี่ยวกับการข่มขู่ให้ชัดเจนเสียก่อน
พลตำรวจโท คำรบ ย้ำว่า สิ่งสำคัญที่สุดคือขอให้ กกต. ทั้ง 7 คน พิจารณาคดีจากพยานหลักฐานที่มีอยู่ด้วยความเป็นกลาง รอบคอบ และเปิดเผยเหตุผลของการวินิจฉัยอย่างชัดเจน เพื่อให้สังคมสามารถตรวจสอบได้และคลายข้อสงสัยที่เกิดขึ้น
แท็กที่เกี่ยวข้อง สว.สำรอง ,คดีฮั้วสว.