เลือกตั้งและการเมือง

“นันทนา” ซัดรัฐบาลเป็นลูกช่างกู้ ตั้งชื่องบ 70 “งบประมาณแล้วแต่ดวง” เหน็บนายกฯ ยังพึ่งเหรียญเหนือดวง

2 ชั่วโมงที่แล้ว

6 views

“สว.นันทนา” ซัดรัฐบาลเป็นลูกช่างกู้ ตั้งชื่องบปี 70 “งบประมาณแล้วแต่ดวง” หวังพึ่งไม่ได้ เหน็บนายกฯ ยังพึ่งเหรียญเหนือดวง เตือนเศรษฐกิจกำลังโคมา แต่ยังสิ้นคิดทุ่มไปที่งบกลาง-กระทรวงดีอี ดัน TH-AI Passport

วันนี้ (11 ก.ย.69) ในการประชุมวุฒิสภา วาระพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2570 วงเงิน 3.78 ล้านล้านบาท ที่มีพลเอกเกรียงไกร ศรีรักษ์ รองประธานวุฒิสภา คนที่ 1 เป็นประธานในที่ประชุม

นางสาวนันทนา นันทวโรภาส สมาชิกวุฒิสภา (สว.) อภิปรายว่า จากการอภิปรายงบประมาณในฝั่ง สส. 4 วัน 4 คืน ทำให้มองงบประมาณปี 70 ได้ชัดยิ่งกว่าชัด จึงขอตั้งชื่องบประมาณปีนี้ตามหัวหน้ารัฐบาลที่เป็นคนเหนือดวง แต่สำหรับประชาชน ต้องเรียกว่า “งบประมาณแล้วแต่ดวง”

งบประมาณคือ ลายแทงแห่งอนาคตประเทศ ซึ่งหากจัดงบประมาณดีมีอนาคตก็ถือเป็นลายแทงสู่ขุมทรัพย์ แต่ถ้าจัดงบประมาณเช่นนี้ก็อาจเป็นลายแทงแห่งหุบเหว ฉะนั้นประชาชนจะรอดจากภัยพิบัติทางเศรษฐกิจคงต้องช่วยตัวเอง หวังพึ่งรัฐบาลคงไม่ได้ เพราะขนาดนายกรัฐมนตรียังต้องพึ่งเหรียญสมีโชติ

ในฐานะฝ่ายนิติบัญญัติจึงต้องตรวจสอบว่า เงินงบประมาณถูกจัดสรรอย่างถูกต้องเป็นธรรมหรือไม่ เงินถูกใช้ไปอย่างคุ้มคุ้มค่าตอบโจทย์ประเทศและสร้างอนาคตให้ประชาชนหรือไม่ วันนี้ประเทศไทยยืนอยู่บนหุบเหว เศรษฐกิจกำลังป่วยหนัก ภูมิคุ้มกันไม่มีเหลือ เราแคระแกร็น ไม่เติบโต 10 กว่าปีติดต่อกันเป็นประเทศที่เติบโตเติบโตช้าที่สุดในอาเซียน นำเมียนมาอยู่เพียงประเทศเดียว 10 ไตรมาสที่ผ่านมาเราโตเฉลี่ยไตรมาสละ 1.5% แต่เฉพาะไตรมาสแรกของปีนี้ GDP โตถึง 2.8% เพราะมีการอัดฉีดเงินเข้าระบบจากการเลือกตั้งทั่วไป เงินสะพัดขนาด GDP เพิ่มขนาดนี้ จะซื้อเสียงกันฉ่ำขนาดไหน แต่ที่น่าแปลกคือ กกต.ไม่สามารถจับซื้อเสียงได้แม้แต่รายเดียว สมควรถูกตัดงบสืบสวนสอบสวนหรือไม่

ปีนี้กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) และธนาคารโลก (World Bank) คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจไทยจะโตไม่เกิน 1.6% ด้วยงบประมาณที่เสนอมารัฐบาลกำลังจะแก้ปัญหาหรือซ่อนปัญหา งบประมาณปี 70 มียอดรวม 3.78 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วเพียง 0.2% กระทรวงหลักถูกปรับลด แต่งบประมาณกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมเพิ่มขึ้น 33% จึงตั้งคำถามว่าเพิ่มขึ้นเพราะเป็นกระทรวงลูกเทพหรือไม่

การที่รัฐบาลเดิมพันหมดหน้าตักกับ AI พัฒนาเศรษฐกิจได้จริงหรือไม่ แค่โครงการนำร่อง TH AI Passport วงเงิน 1,600 ล้านบาท ล้มเหลวตั้งแต่ยังไม่ออกจากท่า ทั้งความต้องการที่คำนวณผิดพลาดจาก 5 ล้านบัญชี เหลือความต้องการจริงเพียง 1.5 ล้านบัญชี ใช้งานจริงไม่ถึง 5 แสนคน ไม่นับเรื่องที่ถูกร้องเรียนเกี่ยวกับจัดซื้อจัดจ้างในโครงการมากมาย ขอให้ลองหลับตานึกภาพงบประมาณทั้งปี จำนวน 13,000 ล้านบาทของกระทรวงนี้ว่าจะเป็นอย่างไร

ขณะที่งบรายจ่ายประจำปีสูงถึง 73.6% คิดเป็นเงินกว่า 2.7 ล้านล้านบาท เป็นค่าจ้างเงินเดือนสูงกว่า 8 แสนล้านบาท หรือคิดเป็น 22% งบจำนวนนี้เพิ่มขึ้นทุกปี โดยวิธีการที่จะลดงบประจำไม่ใช่ไปลดหรืองดเงินเดือนแต่ต้องวางแผนปฏิรูประบบราชการ และเหตุใดรัฐบาลถึงกำหนดงบกลางไว้สูงถึง 7 แสนล้านบาท หรือเท่ากับ 18.3% จะนำไปใช้อย่างไร เรื่องใด คุ้มค่าหรือไม่ หากสภาฯ อนุมัติงบนี้ก็เหมือนกันตีเช็คเปล่าให้กับรัฐบาล การจัดทำงบกลางไว้จำนวนมากอาจจะเรียกว่า “งบสิ้นคิด” คิดอะไรไม่ออกก็เอางบไปกองไว้ และหาทางใช้เงินให้หมดได้ในที่สุด สภาฯ ตรวจสอบไม่ได้ ประชาชนยิ่งไม่รู้อะไร เหมือนที่มีคนกล่าวว่า งบกลางยิ่งมากยิ่งเพิ่มเงินทอนมากขึ้น หาได้เพิ่ม GDP ไม่

ส่วนเงินกู้ 7.88 แสนล้านบาท นำไปใช้กระตุ้นเศรษฐกิจด้านใดบ้าง ขณะนี้เรามีหนี้สาธารณะเกือบ 70% ของ GDP หนี้สินครัวเรือนมีสัดส่วนถึง 88% ของ GDP รัฐบาลยืมเงินอนาคตมาใช้และมีแผนจะใช้อย่างไร อย่าลืมว่าหนี้ทุกบาทคือ ภาระของประชาชน ถ้ารัฐบาลทำตัวเป็นลูกอีช่างกู้แล้วไม่ยอมหาเงินมาคืน โลกก็จะจดจำว่ารัฐบาลอนุทิน เป็นนักกู้ผู้ไม่รับผิดชอบต่ออนาคตของประเทศ

สำหรับงบลงทุนเกือบ 8 แสนล้านบาท นางสาวนันทนา กล่าวว่า ประเทศชาติได้อะไร การบริหารประเทศไทยไม่เคยกำหนดตัวชี้วัด (KPI) ชัดเจน มีแต่เพิ่มงบเข้าไปโดยไม่สนใจผลลัพธ์ นอกจากนี้ยังพบว่ารัฐบาลไม่ให้ความสำคัญเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม ราคาพืชผลทางการเกษตร SMEs อุตสาหกรรมอนาคต ซึ่งกระทบกับชีวิตของผู้คนอย่างสาหัส ขณะนี้เศรษฐกิจไทยกำลังโคม่า ประชาชนไม่มีกำลังซื้อ รัฐบาลถังแตก การลงทุนจากต่างประเทศไม่เข้ามา ภาคเศรษฐกิจกำลังร่วงโรย SMEs กำลังจะตายเป็นใบไม้ร่วง เรากำลังจะเป็นสังคมผู้สูงอายุอย่างเต็มรูปแบบ

หากรัฐบาลบริหารประเทศเช่นที่เป็นมา ประเทศไทยไม่รอดแน่นอน ประชาชนต้องการรัฐบาลที่มีวิสัยทัศน์บริหารงบประมาณอย่างมีประสิทธิภาพบริหารประเทศอย่างโปร่งใส มีธรรมาภิบาลและยอมให้ตรวจสอบได้ ขณะนี้รัฐบาลเผชิญปัญหามากมาย เป็นสิ่งที่ประชาชนกังขาแต่ไม่มีระบบการตรวจสอบ ทั้งคดีเขากระโดง ฮั้ว สว. สอบท้องถิ่น กักตุนน้ำมัน ทุนเทา อาชญากรรมข้ามชาติ และสแกมเมอร์ รัฐบาลจะบริหารประเทศอย่างไร ถ้าประชาชนขาดศรัทธาและไม่ไว้วางใจ

นางสาวนันทนา ทิ้งท้ายว่า ดูจากการจัดงบประมาณ ท่านยังหาทางออกจากวิกฤตไม่เจอ ประชาชนไม่อาจเสี่ยงให้รัฐบาลเช่นนี้บริหารเงินจากหยาดเหงื่อแรงงานของพวกเขา ตนเองจึงไม่อาจเห็นชอบให้รัฐบาลนายอนุทิน บริหารงบประมาณแผ่นดินในปี 2570 ได้

แท็กที่เกี่ยวข้อง  สว.นันทนา ,พ.ร.บ.งบประมาณปี 70

คุณอาจสนใจ

Related News