เลือกตั้งและการเมือง
“พลพีร์” เผยสุสานยิวที่ฉะเชิงเทรา ไร้ใบอนุญาตเหตุก่อสร้างผิดกม. เตรียมย้ายร่างผู้เสียชีวิตออกพื้นที่
2 ชั่วโมงที่แล้ว
23 views
“พลพีร์” เผยสุสานยิวที่ฉะเชิงเทรา ไร้ใบอนุญาตเหตุก่อสร้างผิดกฎหมาย เตรียมย้ายร่างผู้เสียชีวิตออกจากพื้นที่ เร่งตรวจสอบสุสานที่เจริญกรุง ถูกระเบียบหรือไม่ ชี้ปัญหาชาวต่างชาติในไทยมีเยอะ ขอ 15 วัน เร่งตรวจสอบ 14,000 บริษัทนอมินีเทา
นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงกรณีที่พบสุสานชาวต่างชาติ ในอำเภอบางคล้า จังหวัดฉะเชิงเทรา ว่า จากการตรวจสอบพบว่าเขาได้ขออนุญาตตั้งแต่ปี 2564 และได้อนุญาตไปในปีเดียวกัน แต่เมื่อปี 2566 ใบอนุญาตได้หมดอายุเขาก็มีเจตนารมณ์จะมายื่นขอต่อใบอนุญาต จากนั้นนายอำเภอและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ลงไปสำรวจพบว่าเป็นการก่อสร้างที่ผิดมาตรฐาน หรือข้อบังคับที่กฎหมายกำหนดไว้ เช่นเรื่องของระยะห่างจากถนน และแม่น้ำ เขาก็ทำไม่ถึงเพราะฉะนั้นจึงไม่มีการต่อใบอนุญาตให้ แม้ต่อมาเขาได้ยื่นอุทธรณ์มาถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยในยุคนั้น ก็ไม่ได้รับคำอุทธรณ์ ก่อนที่เขาจะมายื่นศาลปกครองซึ่งอยู่ระหว่างรับพิจารณาอยู่ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ณ นาทีนี้ก็ถือว่า ไม่ได้รับใบอนุญาตให้เป็นสุสานหรืออะไรก็แล้วแต่
นายพลพีร์ กล่าวอีกว่า ส่วนประเด็นศพ 4 ร่างที่ประชาชนมีข้อกังวล เราเชื่อว่ามี 1 ร่างของผู้เสียชีวิต เสียชีวิตมาตั้งแต่ปี 2564-2566 ในช่วงที่มีใบอนุญาต แต่อีก 3 ร่างนั้นมาในขณะที่ไม่ได้รับและใบอนุญาต และไม่ได้มีการแจ้งไปยังหน่วยงานในพื้นที่ เดี๋ยวในอำเภอและผู้ว่าราชการจังหวัดจะมีหนังสือลงไป ให้ย้ายทั้ง 3 ร่างออกจากพื้นที่ ส่วนร่างที่มาในขณะที่มีใบอนุญาตก็ถือว่าทำถูกกฎหมาย ตนได้กำชับปลัดอำเภอให้ไปดูกฎหมายที่เกี่ยวข้อง แต่ถ้าพบว่าไม่ถูกกฎหมายก็จะถูกเชิญออกด้วย
เมื่อถามถึงกรณีสุสานชาวยิวในพื้นที่เจริญกรุง กรุงเทพมหานคร ที่มีกระแสข่าวว่าไม่มีใบอนุญาตให้ตั้งสุสานมาเป็นเวลา 30 ปี จะตรวจสอบอย่างไร นายพลพีร์ กล่าวว่า ที่เจริญกรุงหลังจากที่เราไปดู โดยเฉพาะผู้ที่นับถือศาสนานี้ก็พบว่าน่าจะมี 4-5 ที่ ที่ผู้นับถือศาสนานี้ได้นำร่างผู้เสียชีวิตไปบรรจุ เดี๋ยวจะรื้อดูหมดว่าระเบียบเป็นอย่างไร ข้อกฎหมายเป็นอย่างไร รวมถึงสุสานในประเทศไทยมีใบอนุญาตถูกต้องหรือไม่ หากไม่ถูกต้องจะถูกดำเนินคดีต่อไป ซึ่งขณะนี้ได้ส่งคนลงไปดูรายละเอียดเรียบร้อยแล้ว คาดว่าไม่น่าเกิน 1-2 วัน ก็น่าจะทราบ
เมื่อถามว่าปัญหาที่เกิดจากอิสราเอลได้ลุกลามบานปลายไปทั่วประเทศ นายพลพีร์ กล่าวว่า เรื่องคนสัญชาติอิสราเอลก็เป็นประเด็นในประเทศไทยมาโดยตลอด ยืนยันว่าตนไม่ได้นิ่งเฉยอย่างที่ลงพื้นที่ไปในจังหวัดภูเก็ต เกาะสมุย เกาะพะงัน ที่เราลงไปจับอาจจับบังเอิญหรือไม่ตนไม่ทราบ ที่เป็นของคนอิสราเอล ตอนนี้ตนได้เรียนต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมไปแล้ว หลังจากนี้กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ กำลังพิจารณาว่าจะนำเรื่องนี้เข้าเป็นคดีพิเศษหรือไม่ เพราะมีมูลค่าความเสียหายเกินกว่า 300 ล้านบาท ทั้งนี้กระทรวงมหาดไทย และ กรมการปกครอง เราก็ดูและสามารถขยายผลธุรกิจของคนกลุ่มนี้ไปได้เยอะแล้ว ตอนนี้อยู่ในขั้นของการสืบสวนสอบสวน เราจะทำงานร่วมกับคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน หรือ ปปง. และ ดีเอสไอ ส่วนในบางพื้นที่ก็จะมี คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ หรือ ป.ป.ท. เข้ามาร่วมด้วย หากพบว่ามีภาครัฐเข้ามาเกี่ยวข้อง
เมื่อถามย้ำว่าตอนนี้คิดว่าปัญหาของชาวต่างชาติในประเทศไทยเยอะหรือไม่ นายพลพีร์ กล่าวว่า ชาวต่างชาติที่กระทำผิดกฎหมายตอนนี้ก็เยอะ ซึ่งมีทั้งบริษัทนิติบุคคลที่ถือของที่ดินโดยผิดกฎหมายกว่า 1,500 บริษัท และยังมีบริษัทต่างชาติที่เราสงสัยอีกประมาณ 14,000 บริษัท ถือครองที่ดินประมาณ5,800 กว่าแปลง มูลค่าประมาณ 6 หมื่นกว่าล้านบาท ตนก็ได้เน้นย้ำไปที่กรมที่ดิน และกระทรวงพาณิชย์ว่าต้องทำงานร่วมกันในส่วนที่บริษัทที่กระทำผิดกฎหมายกว่า 1,500 แห่งนั้นก็จะให้ผู้ว่าราขการจังหวัด ทำเรื่องบังคับจำหน่ายออกทันที ส่วนบริษัทที่ต้องสงสัยนั้นขอเวลาตรวจสอบประมาณ 15 วัน ถ้าพบว่าผิดก็จะต้องดำเนินคดีเช่นเดียวกัน
เมื่อถามว่าจะกำชับอย่างไรเมื่อพบว่าเจ้าหน้าที่รัฐมีความหละหลวม นายพลพีร์ กล่าวว่า ประเทศไทยมีกฎหมาย ต่างชาติชาติไหนมาก็ต้องปฏิบัติตามกฎหมายไทย ส่วนความละเลยของเจ้าหน้าที่ ทั้งที่ลงไปสำรวจ หรือการให้ใบอนุญาตต่างๆ ก็เลี่ยงไม่ได้ว่าตัวหนังสือในใบอนุญาตเป็นอย่างไร ก็ต้องเป็นไปตามนั้น แต่เมื่อมีประเด็นเช่นนี้ออกมาก็พบว่าเจ้าหน้าที่เราทำถูกต้อง เช่นเรื่องของสุสาน ส่วนการที่เขาโยกย้ายเป็นกรรมการผู้ถือหุ้นในบริษัท กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ของกระทรวงพาณิชย์ที่เขามาจดทะเบียนวันแรกเขาเป็นไทยแท้ 100% หลังจากนั้นมีการปรับเปลี่ยนออนไลน์ ทำให้เจ้าหน้าที่ไม่เห็น เพราะฉะนั้นเรื่องนี้ตนจึงได้ให้กรมการปกครอง กรมที่ดิน และกระทรวงพาณิชย์ได้คุยกัน ว่าอาจจะต้องมีระบบหลังบ้านที่ทำให้กระทรวงมหาดไทยสามารถเช็คข้อมูลได้ลึกมากกว่านี้ หรือกระทรวงพาณิชย์จะมีระบบอะไรเพิ่มเติมหรือไม่ ถ้ามีสัดส่วนของชาวต่างชาติมาถือครองที่ดิน หรือบริษัทผิดกฎหมายจะมีระบบแจ้งเตือนขึ้นมาอย่างไร ตอนนี้กำลังพูดคุยกันอยู่ ขอประชาชนอย่ากังวลใจเพราะตอนนี้เราเห็นตัวเลขและชื่อบริษัทหมดแล้ว ส่วนคนไทยที่มีส่วนร่วมในการจัดตั้งบริษัทต่างๆ เราก็กำลังเช็คว่าคนไทยเหล่านี้มีกำลังพอที่จะมาจัดตั้งบริษัทอย่างนี้ได้หรือไม่ ตอนนี้ตรวจสอบไปประมาณ 50,000 ชื่อก็พบว่ามีผู้ถือครองบัตรสวัสดิการแห่งรัฐอยู่ด้วยถือเป็นเรื่องน่ากังวล เพราะเราไม่รู้ว่าคนเหล่านี้รู้ตัวหรือไม่ว่ามีชื่อไปถือครองบริษัทอยู่ มีการรับจ้างหรือไม่ วิธีการเป็นอย่างไรเราก็ต้องเรียกบุคคลเหล่านี้มาพูดคุยด้วยซึ่งก็ต้องใช้ระยะเวลาระยะหนึ่ง ยืนยันไม่ได้หยุดแค่นี้จะสาวไปเรื่อยๆ เพราะเป็นข้อกังวลของประชาชนและนายกรัฐมนตรีก็จริงจัง ในเรื่องทุนเทา นอมินี สแกมเมอร์ และธุรกิจที่ผิดกฎหมาย ตนก็จะพยายามเดินหน้าตีโจทย์ให้แตก จับกุมในที่ที่มีการกระทำผิดกฎหมายจริงๆ
แท็กที่เกี่ยวข้อง พลพีร์ ,สุสานยิว ,ไร้ใบอนุญาต ,ก่อสร้างผิดกฎหมาย