เลือกตั้งและการเมือง
สภาฯ ถกร่าง พ.ร.บ.งบปี 70 วาระ 2 "เอกนิติ" เผยปรับลดลง 11,162 ล้าน ขณะที่ "ศิริกัญญา" ขู่โหวตคว่ำ หากลดงบไม่ได้
2 ชั่วโมงที่แล้ว
7 views
การประชุมสภาผู้แทนราษฎร มี นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาฯ เป็นประธานการประชุม พิจารณาร่างพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2570 วงเงิน 3.78 ล้านล้านบาท ในวาระที่ 2 และ 3 ตามที่คณะกรรมาธิการ(กมธ.)วิสามัญฯพิจารณาเสร็จแล้ว ในวาระที่ 2 และ 3
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในฐานะประธานกมธ.ฯ รายงานผลการพิจารณาว่า กมธ.ฯ ร่วมกันพิจารณารายละเอียดของหน่วยรับงบประมาณรวม 3,286 หน่วยรับงบประมาณ ซึ่งกมธ.ฯ ได้ให้ความสำคัญกับการดำเนินภาระกิจเพื่อแก้ไขปัญหาความเดิอดร้อนของประชาชน เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศให้สามารถ รองรับความผันผวนทางเศรษฐกิจ ตอบสนองต่อความท้าทายต่างๆที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว โดยดำเนินการให้สอดคล้องกับนโยบายรัฐบาล ยุทธศาสตร์ชาติ แผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ นโยบายและแผนระดับชาติว่าด้วยความมั่นคงแห่งชาติ เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน รวมทั้งแผนปฎิบัติราชการของกระทรวง โดยพิจารณาตามความจำเป็นและภาระกิจของหน่วยรับงบประมาณ และแผ่นพัฒนาพื้นที่ความต้องการของประชาชน ตลอดจนคำนึงถึงฐานะการคลัง ภาพทางเศรษฐกิจของประเทศ รวมทั้งให้ความสำคัญกับการขับเคลื่อนหน่วยรับงบประมาณภายใต้หลักธรรมาภิบาล สุจริต โปร่งใส และเป็นธรรมเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพและประโยชน์สูงสุดต่อประเทศชาติและประชาชน
นายเอกนิติ กล่าวต่อว่า มีข้อเสนอสำคัญเพื่อให้รัฐบาลดำเนินการ เกี่ยวกับสถานการณ์เศรษฐกิจในปีงบประมาณ2570 ซึ่งสภาวะเศรษฐกิจมีความไม่แน่นอนสูง จึงควรหาแนวทางบริหารความเสี่ยงโครงการต่างๆ ที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ที่อาจส่งผลกระทบได้และการบริหารจัดการหนี้สาธารณะให้ลดลงในระยะยาว เพื่อรักษาพื้นที่ทางการคลังไว้ในกรณีที่เกิดวิกฤติเศรษฐกิจ โดยไม่กระทบต่อเสถียรภาพการคลังและวินัยการเงินการคลังของประเทศในอนาคต พร้อมทั้งควรทบทวนปรับลดหน่วยงานที่หมดความจำเป็น ที่มีภารกิจซ้ำซ้อนกับหน่วยงานอื่น เพื่อลดภาระงบประมาณของภาครัฐ รวมทั้งควรพิจารณาปรับกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องกับความครอบคลุมแหล่งเงินหรือเงินนอกงบประมาณ เพื่อให้เกิดการพิจารณางบประมาณที่มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
นายเอกนิติ กล่าวต่อว่า มีการปรับลดงบประมาณ 11,162 ล้านบาท โดยพิจารณาจากความสอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน รวมทั้งเป้าหมายและผลการดำเนินงานจริง ความคุ้มค่า ความพร้อม และศักยภาพในการใช้จ่ายงบประมาณตลอดจนให้ความสำคัญกับเงินนอกงบประมาณหรือรายได้ที่จัดเก็บเองของหน่วยรับงบประมาณ คือ
1.รายการผลการดำเนินงานที่มีผลล่าช้ากว่ากำหนดไว้ และคาดว่าไม่สามารถจ่ายเงินได้ทันในปีงบประมาณหรือรายการผูกพันงบประมาณเดิมที่มีผลการจัดซื้อจัดจ้างต่ำกว่างบประมาณที่เสนอไว้
2.รายการที่ไม่สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน หรือที่ได้ดำเนินการไปแล้ว ซึ่งไม่เป็นค่าใช้จ่ายในการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้จ่ายงบประมาณ 3.รายการที่สามารถชะลอได้โดยไม่คบต่อการให้บริการประชาชนหรือทบทวนโครงการให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงเชิงนโยบาย
และ 4.การที่ยกเลิกโครงการ หรือสามารถใช้เงินจากแหล่งอื่นนอกเหนือจากเงินงบประมาณได้ สำหรับการเพิ่มงบประมาณนั้น ทางกมธ.ฯได้พิจารณาเพิ่มงบประมาณตามความเหมาะสม จำเป็นให้เพียงพอกับการปฏิบัติหน้าที่ของหน่วยงาน เช่น งบกลาง ซึ่งตนและกมธ.ฯยินดีตอบข้อซักถามสมาชิกต่อไป
ด้าน น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรคประชาชน กล่าวถึงการอภิปรายงบประมาณในวาระที่ 2 ว่า เมื่อดูเข้าไปในเนื้อ ได้เรียนรู้ลงไปในรายละเอียด ต้องขอยืมคำพูดของนายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี ที่ว่า "นางฟ้าอยู่ในหลักการ แต่ว่าซาตานอยู่ในรายละเอียด" ซึ่งในการพิจารณาวาระที่ 2 จะเป็นการลงรายละเอียดในระดับโครงการ มีโครงการอะไรที่ไม่ชอบมาพากล ไม่คุ้มค่า สุ่มเสี่ยงต่อการทุจริต ก็จะอภิปรายให้ประชาชนได้รับทราบ ว่าในงบประมาณ 3.788 ล้านล้านบาท มีโครงการอะไรบ้าง ที่สมควรจะต้องถูกตัดลดงบประมาณหรือตัดทิ้งทั้งโครงกา รตั้งแต่ในชั้นอนุกรรมาธิการแต่ยังหลุดรอดเข้ามาได้
ซึ่งเราจะพยายามโน้มน้าวเพื่อนสมาชิก ให้ยินยอมพร้อมใจปรับลดงบประมาณพร้อมกับเราในวาระนี้ โดยวันแรกเป็นการพิจารณางบประมาณในภาพรวม ว่าแต่ละกระทรวงเจอปัญหาร่วมกันอย่างไร เพื่อนำไปสู่การปรับลดงบประมาณได้ในภาพรวม และวันนี้จะมีการพิจารณางบกลางด้วย ซึ่งจะมีการแปรเพิ่มไปสู่งบกลางราว 6,000 ล้านบาท และยังมีอีกหลายกระทรวงที่น่าสนใจ ทั้งสำนักนายกรัฐมนตรีและกระทรวงกลาโหมด้วย
เมื่อถามว่างบประมาณในการแก้ไขปัญหาไฟใต้มีอะไรน่าจับตาบ้าง น.ส.ศิริกัญญา กล่าวว่า จากเดิมที่เคยอยู่ในแผนงานบูรณาการ กลายร่างมาอยู่ในแผนงานยุทธศาสตร์ ซึ่งในรายละเอียดไม่มีการเปลี่ยนแปลงงบประมาณ เน้นไปที่การใช้ทหารนำการเมือง เราจะอภิปรายถึงในเรื่องนี้ แต่หลังจากหมดการพิจารณางบประมาณในวาระที่ 2 และ 3 แล้ว ก็จะเข้าสู่ญัตติด่วนด้วยวาจาเรื่องไฟใต้ต่อในวันพฤหัสบดี เพราะยังมีผู้อภิปรายคงค้างอยู่จำนวนมาก และไม่แน่ใจว่าจะแล้วเสร็จภายในวันนั้นหรือไม่ เพราะรัฐบาลก็มีการเติมชื่อเข้ามาเรื่อยๆ จึงไม่แน่ใจว่ารายงานของ กกต.จะเข้าสู่การพิจารณาได้ในวันพฤหัสบดีหรือไม่
เมื่อถามว่าอยากฝากอะไรถึงหน่วยงานในการใช้งบประมาณหรือไม่ น.ส.ศิริกัญญา กล่าวว่า เงินทุกบาททุกสตางค์เป็นเงินภาษีประชาชน ในฐานะฝ่ายนิติบัญญัติก็ต้องมีการตรวจสอบโดยรายละเอียด ว่าแต่ละบาทแต่ละโครงการนำไปใช้อย่างคุ้มค่าหรือไม่ สุ่มเสี่ยงต่อการทุจริตคอร์รัปชันในอนาคตหรือไม่ เพราะในชั้นนี้ก็ยังไม่มีการทุจริตเกิดขึ้น วันนี้จะเป็นเพียงการวิพากษ์วิจารณ์การทำงาน โดยเฉพาะของหน่วยงานที่จะต้องผ่านการตรวจตราจากรัฐมนตรีมาแล้วว่ามีปัญหาอย่างไร เป็นการวิพากษ์วิจารณ์โดยสุจริต หวังว่าหน่วยงานจะเกิดความเข้าใจว่า สส.ต้องทำหน้าที่อย่างเต็มที่ แต่ละหน่วยงานสามารถตอบข้อซักถาม สส.ในที่ประชุมได้อย่างเต็มที่ ขออย่าโกรธเคืองกัน
น.ส.ศิริกัญญา กล่าวถึงทิศทางการโหวตลงมติในวาระที่ 2 หากไม่สามารถปรับแก้อะไรได้ว่าตัวงบประมาณยังคงเป็นหน้าตาไม่ต่างจากเดิมเท่าไหร่ แถมยังมีการปรับลดปรับเพิ่มในส่วนที่เราไม่เห็นด้วย เราก็คงจะต้องโหวตไม่เห็นด้วยเหมือนเดิม
"ย้ำอีกทีในเรื่องของการแปรงบประมาณเพิ่ม ปีนี้ที่ถูกปรับลดงบประมาณไปได้ในชั้นอนุกรรมาธิการ ราวเกือบ 12,000 ล้านบาท แต่ถูกนำไปใส่ในงบกลางโดยอ้างว่าใช้เป็นค่าโง่คลองด่านถึง 6,000 ล้านบาท ทั้งๆ ที่เคยอยู่ในงบประมาณอยู่แล้ว 3,000 ล้านบาท คุณก็ไปตัดมันออกมาแล้วมาใส่ในงบกลางแล้วโปะเพิ่มอีก 3,000 ล้านบาท เบิ้ลเข้าไปเป็น 6,000 บาท ใส่ในกองทุนวิจัย 4 พันล้านบาท และใส่ในกองทุนหมู่บ้านอีก 500 ล้านบาท ขณะที่กรรมาธิการเสียงข้างน้อยอยากให้ไปใส่ในกองทุน กยศ.มากกว่าเพราะมีเด็กอีกจำนวนมากที่รอการอนุมัติจากกองทุน กลับไม่ได้รับการตอบรับในส่วนนี้ ก็คงต้องทักท้วงรัฐบาลว่ามันอาจจะไม่ถูกต้องเลยทีเดียว" น.ส.ศิริกัญญา กล่าว
น.ส.ศิริกัญญา ยังกล่าวถึงงบกลางที่มีความซ้ำซ้อนกับ พ.ร.ก.กู้เงิน ว่า มีแผนงานฟื้นฟูเศรษฐกิจมูลค่า 1,200 ล้านบาท ในวัตถุประสงค์มีความใกล้เคียงกับวัตถุประสงค์ของ พ.ร.ก.กู้เงิน 200,000 ล้านบาท ที่มุ่งฟื้นฟูเศรษฐกิจที่ผันผวนจากสงครามในตะวันออกกลาง แต่ในส่วนนี้มีวิธีการใช้ที่แตกต่างออกไป ซึ่งเราไม่เห็นด้วย เพราะงบประมาณมีค่อนข้างจำกัดกับปัญหารายจ่ายประจำที่พอกพูนมากขึ้นเรื่อยๆ ดังนั้นหากตรงไหนประหยัดได้ ก็ไม่ควรถูกตั้งให้เกิดความซ้ำซ้อน เว้นแต่ว่ารัฐบาลจะสัญญาว่าตัว พ.ร.ก.เงินกู้ 4 แสนล้านบาท จะใช้เพียงแค่ 4 แสน ลบ 12,000 ล้านบาท เราก็อาจจะยินดีให้ใช้ ขณะที่โครงการมูลค่า 12,000 ล้านบาทนั้น รัฐบาลก็ออกแบบให้เป็น matching fund รัฐบาลออกส่วนหนึ่งและหน่วยงานออกอีกส่วนหนึ่ง เพื่อดึงนำเม็ดเงินสะสมนอกงบประมาณมาใช้ให้ได้มากที่สุด โดยหลักการแล้วดี สามารถทำแบบนี้กับเงินกู้ 4 แสนล้านบาทได้ แต่นำมาตั้งไว้ในงบกลางท้ายที่สุดอาจจะถูกแปรเปลี่ยนไปทำอย่างอื่นได้ จึงเห็นว่าส่วนนี้เป็นความซ้ำซ้อน และจำเป็นที่จะต้องตัดทิ้ง
เมื่อถามว่าจะมีการควบคุมสมาชิกพรรคประชาชนอย่างไร เพราะรัฐบาลมองว่าเวทีนี้เป็นเวทีอภิปรายงบประมาณไม่ใช่เวทีซักฟอก น.ส.ศิริกัญญา กล่าวว่า ไม่ควรจะเดือดเนื้อร้อนใจไปก่อนหน้าเพราะเรายังไม่เริ่มอภิปราย และงบประมาณในวาระที่ 2 ต้องอภิปรายไปในเนื้องบประมาณ ประธานก็คงไม่อนุญาตให้อภิปรายนอกเหนือจากนี้อยู่แล้ว จริงๆ แล้วรัฐบาลไม่ควรตีตนไปก่อนไข้ที่จะมาบอกว่านี่ไม่ใช่ศึกการซักฟอก
"จริง ๆ แล้วไม่มีอะไรที่ต้องเดือด ถ้าการควบคุมเป็นไปอย่างเป็นกลาง สงบเรียบร้อย เราไม่ได้มีจุดเดือดต่ำ ที่จะต้องมีวาทะเดือดกันอยู่ตลอดเวลา แต่ก็มักจะมีเรื่องที่ไม่เป็นไปตามข้อตกลง การทำงานหรือเป็นการทำงานที่ไม่เป็นมืออาชีพที่นำไปสู่วาทะเดือดๆ ในสภา ถ้าฝั่งรัฐบาลไม่ได้ตีตนไปก่อนไข้มากเกินไป ก็ไม่จำเป็นต้องประท้วงกันเลย เป็นการพูดคุยกันระหว่างสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกับกรรมาธิการ ไม่มีประเด็นอะไรที่ต้องมาถกเถียง หรือมีอุณหภูมิที่ร้อนขึ้นง่ายในสภา" น.ส.ศิริกัญญา กล่าว
น.ส.ศิริกัญญา ยังกล่าวว่า นี่เป็นวิถีที่เราใช้ทำงานอยู่แล้ว แต่โอกาสที่จะเกิดวาทะเดือดมีที่มาที่ไป แต่สมเหตุสมผลหรือไม่ขอให้ประชาชนตัดสินดีกว่าว่าเราต้องมองเรื่องนี้อย่างไร
แท็กที่เกี่ยวข้อง เอกนิตินิติทัณฑ์ประภาศ ,ศิริกัญญา ตันสกุล ,ถกร่างพรบ.งบฯปี70